ไลฟ์สไตล์

ยางรองพื้นสระ

ยางรองพื้นสระ

20 ธ.ค. 2552

การเกษตรกับน้ำเป็นของคู่กัน ดังนั้นระบบชลประทานจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับประเทศไทยซึ่งเป็นเมืองเกษตร เราคุ้นเคยกับคลองชลประทาน ซึ่งเป็นคลองส่งน้ำสำหรับใช้ในการเกษตร แต่อีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันก็คือ สระเก็บน้ำ ซึ่งเกษตรกรสามารถขุ

 การขุดสระหรือทำบ่อน้ำในแต่ละแปลงของเกษตรกรจึงมีให้เห็นอยู่ทั่วไป ซึ่งดินแต่ละแห่งก็มีความสามารถในการกักเก็บน้ำแตกต่างกัน หากเป็นดินในภาคอีสานซึ่งส่วนใหญ่เป็นดินทรายก็จะมีปัญหามากเพราะเมื่อขุดสระแล้วน้ำจะไหลซึมหมด ก็เริ่มมีแนวทางแก้ไขได้โดยการใช้พลาสติก หรือแผ่นยางปูรองพื้นสระก่อนที่จะกักเก็บน้ำซึ่งก็ช่วยได้อย่างมาก

 การที่เมืองไทยเรามียางธรรมชาติเป็นจำนวนมาก ก็เลยมีการใช้แผ่นยางดังกล่าวมาปูพื้น เพียงแต่ยางที่จะนำมาใช้ต้องผลิตเป็นแผ่นขนาดใหญ่ซึ่งต้องใช้ทั้งเทคนิคและเงินลงทุนค่อนข้างมาก เนื่องจากต้องใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ ดังนั้นจึงอาจไม่เหมาะกับเมืองไทยมากนัก

 นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยมี รศ.ดร.เจริญ นาคะสรรค์ เป็นหัวหน้าโครงการ ได้ทำโครงการวิจัยเรื่องต้นแบบการทำยางปูสระจากน้ำยางธรรมชาติ โดยนำน้ำยางสดจากยางธรรมชาติมาผ่านกรรมวิธีให้กลายเป็นครีมข้น แล้วใช้ในการพ่นเคลือบผิวพื้นสระโดยตรง โดยไม่ต้องทำเป็นแผ่นขนาดใหญ่แล้วขนย้ายมาปูสระตามวิธีเดิมๆ ที่เคยทำกัน

 ลองมาดูแนวคิดของนักวิจัยในการทำผลิตภัณฑ์แบบนี้ก่อนว่ามีที่มาอย่างไร เริ่มแรกคือโดยทั่วไปในต่างประเทศมีการใช้วัสดุประเภทยางในการปูสระน้ำ เพราะมีความยืดหยุ่นสูง แข็งแรงและทนต่อการฉีกขาด ยางที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นยางแปรรูป เช่น ยางบิวทิล หรือยางอีพีดีเอ็ม โดยผลิตขึ้นมาเป็นแผ่นขนาดใหญ่ที่มีความหนาประมาณ 1.5 มิลลิเมตร

 ส่วนเมืองไทยก็ทำคล้ายๆ กัน และในการทำยางแผ่นแบบนี้ใช้วัตถุดิบตั้งต้นคือ ยางแห้ง แต่นักวิจัยในโครงการนี้นำน้ำยางข้นมาใช้ในการทำน้ำยางให้เป็นครีมเพื่อเคลือบสระโดยตรง วิธีนี้มีประโยชน์สำหรับเมืองไทยอย่างมาก เพราะไทยเป็นประเทศผู้ผลิตยางพาราที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีน้ำยางสดเป็นวัตถุดิบเริ่มต้น ในขณะที่ประเทศอื่นที่ปลูกยางไม่ได้ หรืออยู่ในเขตหนาว จะไม่มีโอกาสใช้ประโยชน์ได้อย่างเราเลย โอกาสในเรื่องนี้จึงเป็นของประเทศไทยอย่างมาก

 วิธีการหลักๆ ของโครงการคือการนำน้ำยางข้นทั้งชนิดครีมและน้ำยางข้นจากการใช้เครื่องเหวี่ยงหรือเซ็นตริฟิวจ์ โดยใช้น้ำยางข้นชนิดครีมดังกล่าวมาผสมสารเคมีต่างๆ ทั้งสารตัวเร่ง สารป้องกันการเสื่อม สารตัวเติม กำมะถัน สารใบคุมความหนืด สารเพิ่มความหนืด เป็นต้น แล้วนำไปทดสอบเพื่อหาสูตรที่เหมาะสม โดยมีการทดสอบในระดับห้องปฏิบัติการก่อน แล้วจึงขยายผลไปยังพื้นที่จริง

 ผลจากการดำเนินงานของทีมวิจัยนี้ในที่สุดก็ได้สูตรและวิธีการที่เหมาะสมในการทำยางข้นชนิดครีมนี้มาใช้ในการเคลือบสระน้ำเพื่อป้องกันการรั่วซึม และพร้อมที่จะถ่ายทอดความรู้ดังกล่าวไปสู่กระบวนการผลิตในโรงงานได้แล้ว เพียงแต่รอเวลาที่จะนำไปขยายผลต่อไปเท่านั้นเอง

 ดังนั้นอีกไม่นานนี้เราคงมีสระน้ำที่เคลือบด้วยน้ำยางจากผลผลิตของเราเอง ซึ่งประโยชน์ต่อเนื่องจะมีมากมายมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้วัตถุดิบในประเทศ ทำให้ลดการพึ่งพาตลาดต่างประเทศได้อย่างมาก และยังเป็นการพัฒนาการเกษตรโดยรวมได้อีกด้วย เพราะทำให้มีน้ำไว้ใช้ในยามขาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พีระเดช ทองอำไพ