ไลฟ์สไตล์

คมเลนส์ส่องพระประจำวันเสาร์ที่19 ธ.ค.

คมเลนส์ส่องพระประจำวันเสาร์ที่19 ธ.ค.

18 ธ.ค. 2552

*** ตลอด ๒-๓ สัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวเกี่ยวกับมารศาสนาลักขโมยพระพุทธรูปตามวัดต่างๆ เพื่อนำส่งขายให้นักสะสมของเก่า นัยว่าทำตาม "ใบสั่ง" ของร้านขายของเก่า บ้างก็ว่าเป็น "เซียนพระ" ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นเซียนพระที่ไหน

เพราะในเมืองไทยมีมากเหลือเกิน เพียงแค่เอากระดาษปูพื้น เอาพระวางขายองค์ละ ๒๐-๓๐ บาท ตามริมฟุตบาททั่วไป ก็เรียกว่า "เซียนพระ" กันแล้ว ทั้งๆ ที่ส่วนใหญ่ดูพระไม่เป็น แต่...สำหรับ "เซียนพระ" ตามร้านพระตู้พระในสนามพระใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นที่ท่าพระจันทร์ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน หรือมณเฑียรพลาซ่า ฯลฯ เรื่องที่จะมี "ใบสั่ง" ให้โจรไปลักขโมยพระตามวัดนั้น ยืนยันได้เลยว่า...ไม่มีเด็ดขาด เพราะลำพังพระเครื่ององค์เล็กๆ ที่ซื้อขายกันในทุกวันนี้ ก็มีพระหมุนเวียนในเชิงธุรกิจ

 การสะสมมากพออยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องทำบาปกรรมหนักหนาสาหัสสากรรจ์ขนาดนั้น การตัดเศียรพระพุทธรูป เป็นการกระทำของคนสิ้นคิด ไม่กลัวบาปกรรม โจรพวกนี้จับได้ก็น่าจะลงโทษสถานหนัก เหมือนบางประเทศ เพียงลักเล็กขโมยน้อยยังถูกตัดนิ้ว แต่นี่บังอาจตัดเศียรพระ ก็น่าจะตัดหัวมันเองซะบ้าง คนที่คิดตัดเศียรพระต่อไป จะได้เกรงกลัว หลายคนบอกว่า กฎหมายบ้านเราบางเรื่องก็หย่อนเหลือเกิน โจรจึงกำเริบ ไม่เกรงกลัว หรืออย่าง คนนุ่งห่มผ้าเหลือง บางคนที่เรียกตัวเองว่า "พระสงฆ์" แต่ประพฤติชั่ว เสพเมถุน มั่วผู้หญิง พอถูกจับได้ก็แค่ จับสึก ความชั่วทั้งหลายก็หมดไปด้วย ก็น่าจะเพิ่มโทษให้ ติดคุก ยึดทรัพย์สมบัติที่แอบซื้อเอาไว้ รวมทั้งเงินในธนาคารให้หมด...เพราะคนพวกนี้ล้วนเป็นบ่อนทำลายพระศาสนา เป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้ ชาวบ้านหมดความศรัทธาในสถาบันสงฆ์ ไม่อยากเข้าวัด จนถึงกับเลิกนับถือศาสนาพุทธไปเลยก็มี...มีข่าวเกิดขึ้นทีไร ก็ได้แต่ถอนหายใจทุกที...อนิจจาอนิจจัง !!! **
 
 ** จบไปแล้ว...ละครลวงโลก ของเขมร แสดงได้อย่างยอดเยี่ยมจริงๆ น่าที่จะมอบรางวัลออสก้าปีนี้ให้กับทุกคนที่แสดง ทั้งตัวเอกตัวรองและตัวประกอบ รวมทั้งลิ่วล้อคนไทยใจเขมร...อดีตที่ผ่านมา เขมรมีสิ่งมหัศจรรย์ของโลกมากมายหลายแห่ง มาถึงปี ๒๕๕๒ ก็น่าจะเสนอให้มี ละครมหัศจรรย์ ให้เป็น มรดกโลก อีกชิ้นหนึ่ง...ถ้าจะดีแน่ **

 ** แวดวงพระเครื่อง โดยเฉพาะเซียนพระชาวใต้ ต่างปลื้มใจที่ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ จาก ผบช.ภ.๘ ย้ายเข้ามาเมืองกรุงเป็น ผบช.น เนื่องด้วยนายพลท่านนี้เป็นผู้ที่ให้ความสนใจในเรื่องพระเครื่องมาโดยตลอด และเป็นนักสะสมพระเครื่องในระดับแนวหน้าท่านหนึ่ง ทุกครั้งที่มีการจัดประกวดพระทางภาคใต้ ท่านจะไปร่วมงานด้วยเสมอ จนได้รับการตำแหน่งประธารชมรมพระเครื่องเมืองสุราษฎร์ธานี มาแล้ว...การเข้ามาเป็น ผบช.น.ในช่วงนี้ต้องทำงานหนักมาก จึงยังไม่มีเวลาว่างพอที่จะพบปะสังสรรค์กับวงการพระเครื่องได้ง่ายนัก...แต่ก็ขอให้กำลังใจในการทำงานของท่านตลอดเวลา ** 

 ** นิตยสารพระเครื่อง วางตลาดส่งท้ายปีเก่า ออกมาเป็นระยะๆ เริ่มจาก อมตพระเครื่อง ของ เสี่ยป๋อง สุพรรณ ฉบับนี้นิมนต์ รูปเหมือนหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน พิมพ์ขี้ตา ๔ ชาย ขึ้นปก องค์นี้เป็นพระของ "เวกัส" เศรษฐีพระหลวงพ่อทวด เซียนพระเงินล้าน ที่คอลัมน์ "เส้นทางนักพระเครื่อง" ลงเรื่องไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ในฉบับมีภาพ พระแท้ มากมายที่เปิดราคาให้เช่าหาตามอัธยาศัย และกำลังทรัพย์

 ** ยังคงหนาแน่นด้วยเนื้อหาสาระที่น่าศึกษา นิตยสาร เซียนพระ ฉบับใหม่มีเรื่องให้อ่านเพียบ อาทิ ศิลปะพระกริ่งคลองตะเคียน พระกริ่งหลวงพ่อโสธร ปี ๒๕๐๘ รูปเหมือนหลวงพ่อทบ วัดชนแดน หลวงพ่อเชื้อ วัดใหม่บำเพ็ญบุญ ฯลฯ ** นิตยสาร พระเกจิ ฉบับใหม่ปก หลวงปู่ปัญญา (อายุ ๑๐๔ ปี) วัดหนองผักหนามฯ ชลบุรี พร้อมกับประวัติที่น่าสนใจ และพระเครื่องหลายรุ่นที่น่าเช่าหา ผู้ที่สนใจพระใหม่ นิตยสารฉบับนี้มีให้เลือกเช่าบูชามากมาย ฯลฯ **

 ** ผู้สนใจสะสมพระเครื่อง มิใช่จะมีเฉพาะแต่คนไทยเท่านั้น แม้ชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง ที่นับถือพุทธ ก็ให้ความศรัทธาสนใจมิใช่น้อย จนถึงกับบินมาเช่าพระถึงกรุงเทพฯ เป็นประจำ ที่เห็นบ่อยมาก คือ ยอดชายนาย เฉินหลง แซ่ตั้ง (Jacky Tan) สัญลักษณ์ชู ๒ นิ้ว เจ้าของร้านพระที่ เพิร์ลเซ็นเตอร์ สิงคโปร์ ผู้เริ่มซื้อขายจากพระราคาไม่แพงนัก จนเป็นที่เชื่อถือของนักสะสมพระที่สิงคโปร์ เพราะนำกลับมาส่งประกวดในเมืองไทยทีไรก็ได้รับรางวัลเสมอ ต่อมาการซื้อขายได้ขยับเป็นพระราคาแพงขึ้น โดยเฉพาะ พระหลวงพ่อทวด ที่ชาวสิงโปร์ชอบเป็นพิเศษ เพราะรู้จักมานาน และมีประสบการณ์เสมอ  องค์ละเป็นแสนก็เช่ากันอย่างหน้าตาเฉย...มาถึงทุกวันนี้ เพดานการซื้อขายก้าวขึ้นไปสู่ พระชุดเบญจภาคี กันแล้ว อย่างเช่น พระสมเด็จ พิมพ์ใหญ่ วัดระฆัง องค์ในภาพนี้ จุดขายของ เฮียเฉินหลง ที่สร้างความศรัทธาให้ลูกค้า คือ พระทุกองค์ที่ซื้อไปจากเมืองไทย จะต้องผ่านการประกวดและได้รับรางวัล  หรือส่งเข้าตรวจสอบจากสมาคมพระฯ มีใบประกาศนียบัตรรับรองว่าเป็น พระแท้ เสียก่อน ถึงจะซื้อไปขายต่อให้ลูกค้า...ด้วยวิธีนี้ ทำให้ เฮียเฉินหลง คงทนถาวร และโด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้ **

 ** ยุคนี้เป็นยุคทองของพระเกจิอาจารย์ โดยเฉพาะรุ่นเก่าก่อน เช่น หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี เจ้าคุณนรฯ วัดเทพศิรินทร์ พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ฯลฯ และที่วงการให้ความสนใจมาโดยตลอด คือ หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง จ.สิงห์บุรี พระเครื่องบางรุ่นของท่านแพงเป็นแสนก็มี เช่น พระพิมพ์สมเด็จ หลังรูปเหมือน เนื้อผง รุ่นแรก ปี ๒๕๑๐ ที่เรียกว่า พระสมเด็จแพพัน ถ้าหากมีรอยจารเลข ๑ อย่างองค์ในภาพนี้ เลิศ สุพรรณ เจ้าของพระ บอกว่าต้องหลายแสนบาท เทียบเท่ากับ พระสมเด็จ กรุบางขุนพรหม บางองค์ หรือสูงกว่าพระเนื้อผง พระเนื้อดิน ซึ่งเป็นพระกรุพระเก่า บางองค์เสียอีก...ใครที่ซื้อขายพระในเชิงธุรกิจให้มีกำไร ชั่วโมงนี้ต้องหันมามอง พระเครื่องที่สร้างโดยพระเกจิอาจารย์...ถึงจะประสบความสำเร็จสมหวังอย่างแท้จริง

  ** แต่ถ้าหากต้องการสะสมพระ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ของเก่า พระกรุ ก็ยังมั่นคงไม่เสื่อมคลาย เพียงแต่ขายออกไม่คล่องเท่าพระเกจิอาจารย์ วันนี้จึงมีภาพ พระกรุ มาให้ชมกันบ้าง เดี๋ยวจะหาว่า เชียร์พระเกจิอาจารย์มากเกินไป พระกรุองค์ที่นำมาใช้ชมนี้ คือ พระมเหศวร กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.สุพรรณบุรี เนื้อชินเงิน ที่ผ่านมาเคยลงแต่พระพิมพ์ใหญ่ แต่องค์ที่เห็นนี้เป็น พระพิมพ์เล็ก ซึ่งหายากมาก  เพราะองค์เล็กกะทัดรัดกว่า แม้ว่าจะไม่สวยกริ๊บ แต่พระองค์นี้ก็เช่าหากันหลายแสนเหมือนกัน ป๋อง สุพรรณ เจ้าของพระ ยืนยันมา

 ** พระกรุ อีกองค์ ได้ภาพมาจาก ปฏิทินปีใหม่ ๒๕๕๓ แบบตั้งโต๊ะของ ท่านไชยทัศน์ เตชะไพบูลย์ ซึ่งจัดพิมพ์แจกฟรี ! แก่ผู้ใกล้ชิดเป็นประจำทุกปี โดยปีนี้เป็นชุด พระเนื้อผงยอดนิยม องค์ในภาพนี้ คือ พระกรุวัดท้ายตลาด (วัดโมลีโลกยาราม) ธนบุรี พิมพ์นาคปรก โดยท่านได้บรรยายไว้ว่า พระกรุนี้มีจำนวนมากมายหลายสิบพิมพ์ แต่ละพิมพ์ล้วนมีความละเอียดประณีตวิจิตรสวยงามในด้านพุทธศิลป์มาก คาดว่าเป็นฝีมือช่างหลวง สันนิษฐานว่า พระมหากษัตริย์ ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ โดยมี พระวิเชียรมุนี เจ้าอาวาสวัดท้ายตลาด พร้อมด้วย หลวงพ่อแย้ม หลวงพ่อกลิ่น พระอาจารย์สายกรรมฐาน เป็นผู้ร่วมกันสร้างขึ้น เมื่อ พ.ศ.๒๔๓๑ เป็นพระเนื้อผง ผสมใบลาน บรรจุอยู่ในกรุเจดีย์วัดท้ายตลาด มีจำนวนมากทั้งองค์และมากทั้งพิมพ์

 ** องค์ที่ ๒ จาก ปฏิทินปีใหม่ ๒๕๕๓ ของ ท่านไชยทัศน์ เตชะไพบูลย์ เป็นพระเกจิอาจารย์อีกแล้ว คือ พระหลวงปู่เผือก (พระครูกรุณาวิหารี) วัดกิ่งแก้ว รุ่น "ขุดสระ" เนื้อผง มี ๒ พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่ และ พิมพ์เล็ก ** ที่เรียกว่ารุ่น "ขุดสระ" ก็ด้วยเหตุที่ว่า หลวงปู่เผือก ท่านมีดำริจะสร้างโบสถ์ จึงขอแรงชาวบ้านชุดกันขุดดินนำไปปรับพื้นที่ ที่จะสร้างโบสถ์  บริเวณพื้นที่ที่ถูกขุดดินไปนั้นจึงกลายเป็นสระน้ำขนาดใหญ่ ที่ใช้เป็นประโยชน์ในการกักเก็บน้ำไว้ใช้ภายในวัด หลวงปู่เผือก จึงได้สร้างพระผงชุดนี้ขึ้น เพื่อแจกสมณาคุณแก่ชาวบ้านที่ร่วมแรงร่วมใจในการขุดดินขึ้นถมที่ดังกล่าว พระรุ่นนี้มี ๒ พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่ และพิมพ์เล็ก (องค์ในภาพนี้)

 ** การเรียกชื่อพระรุ่นนี้ว่า "ขุดสระใหญ่" หรือ "ขุดสระเล็ก" อย่าได้เข้าใจผิดคิดว่าเป็น สระน้ำใหญ่ หรือ สระน้ำเล็ก เพราะคำว่า ใหญ่ หรือ เล็ก ในที่นี้หมายถึง ขนาดขององค์พระ มิได้หมายถึงขนาดของ สระน้ำ แต่ประการใด เพราะสระน้ำมีขนาดเดียวเท่านั้น ** พระองค์ที่ ๓ จาก ปฏิทินปีใหม่ ๒๕๕๓ ของ ท่านไชยทัศน์ เช่นเดียวกัน องค์นี้ คือ พระเพชรหลีก วัดอินทราราม (วัดใต้) พิมพ์ขัดสมาธิเพชร
 **  พระเพชรหลีก สร้างขึ้นโดย พระทักษิณคณิศร (หลวงพ่อสาย) ซึ่งท่านได้พิจารณาเห็นว่า ข้าวเปลือก ที่ติดปนอยู่ในจานข้าวนั้น เป็น "ของขลัง" ที่มีคุณวิเศษในตัวเอง เนื่องจาก...ครั้งที่ ๑ ได้หลุดรอดมาจากการถูกนกหนูกินขณะอยู่ในนาข้าว ต่อมา ครั้งที่ ๒ เมื่อมีการนำเม็ดข้าวเปลือกไปผ่านการสีให้เป็นข้าวสาร ข้าวเปลือกเม็ดนี้ก็ยังได้หลุดรอด ไม่ถูกสีให้เป็นข้าวสาร จากนั้นเมื่อมีการหุงข้าว (ครั้งที่ ๓) ก็ได้ติดเอาข้าวเปลือกนี้เข้าไปหุงด้วย แต่หุงไม่สุก  ข้าวเปลือกก็ยังคงเป็นข้าวเปลือกเหมือนเดิม จากการที่ข้าวเปลือกหลุดรอดไปถึง ๓ ครั้ง (และครั้งที่ ๔ ไม่ถูกกลืนกินลงท้อง) นับได้ว่า ข้าวเปลือก นี้มีคุณวิเศษในตัว ด้านแคล้วคลาดปลอดภัย ท่านจึงได้เอาเม็ดข้าวเปลือกที่ได้จากวิธีนี้ จำนวน ๕ เมล็ด มาบรรุไว้ในองค์พระเครื่องที่ท่านสร้างขึ้น พร้อมกับลงเหล็กจาร แล้วนำไปปลุกเสกอีกครั้งหนึ่ง จนเสร็จพิธี เรียกว่า พระเพชรหลีก มี ๒ พิมพ์คือ พิมพ์ขัดสมาธิเพชร และ พิมพ์ขัดสมาธิราบ แต่ละพิมพ์เช่าหากันที่หลักหมื่นขึ้นไป  **

 ** ดร.ไมตรี บุญสูง คหบดีชาวภูเก็ต เป็นผู้ให้ความศรัทธาสนใจในเรื่องของพระเครื่องรางของขลังมาตั้งแต่ยังเป็นหนุ่มๆ โดยเฉพาะในเรื่องเวทมนต์คาถา ถึงกับฝากตัวเป็นลูกศิษย์ พระอาจารย์นำ ชินวโร วัดดอนศาลา จ.พัทลุง เพื่อเรียนรู้ไสยศาสตร์สายเขาอ้อ จนแตกฉาน ขณะเดียวกัน ก็ให้ความเคารพศรัทธาใน หลวงพ่อทวด เหยียบน้ำทะเลจืด อีกด้วย จึงได้เช่าบูชา พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ จ.ปัตตานี ทั้งรุ่นที่ พระอาจารย์ทิม และ พระอาจารย์นอง วัดทรายขาว ปลุกเสก เอาไว้มากมาย รวมทั้งได้จัดสร้างขึ้นเอง เพื่อ แจกฟรี ในโอกาสสำคัญๆ หลายรุ่นด้วย อย่างเช่น พระหลวงพ่ทอวด รุ่น "บุญสูง" เนื้อว่าน ที่สร้างขึ้นเป็นที่ระลึกในงานทำบุญคล้ายวันเกิด เมื่อวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๔๒

 ** โดยมีมวลสารศักดิ์สิทธิ์มากมาย รวมทั้งเนื้อว่านจากพระหลวงพ่อทวด รุ่นแรก ปี ๒๔๙๗ ดินกากยายักษ์ และเนื้อว่านเก่าที่ปลุกเสกโดยพระอาจารย์ทิม พระอาจารย์นำ พ่อท่านมุ่ย วัดป่าระกำเหนือ พ่อท่านคลิ้ง  วัดถลุงทอง ฯลฯ  เมื่อปั๊มเสร็จเป็นองค์พระหลวงพ่อทวดแล้วได้นำไปให้ พระอาจารย์นอง วัดทรายขาว ปลุกเสก และได้นำเข้าพิธีใหญ่ พระหลวงพ่อแช่ม  ณ อุโบสถวัดฉลอง จ.ภูเก็ต อีกด้วย พระรุ่นนี้จึงมีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ครบถ้วนในทุกด้าน จากของ แจกฟรี ! มาถึงทุกวันนี้มีราคาเช่าหากันที่หลักพันจนถึงหลักหมื่น องค์ แม้จะเป็นชาวแปดริ้วแต่ศรัทธา พระหลวงพ่อทวด เป็นอย่างยิ่งพบกันใหม่วันอาทิตย์ที่ 20 ธ.ค.  .......นะมัสเต ***

แล่ม จันท์พิศาโล