
โพสิตาโนทั้งแก่นเก๋ทั้งกลมกล่อม
หากคาปรีคือสาวไฮโซโพสิตาโน(Positano)น่าจะเป็นสาวเปรี้ยว ผู้มีทั้งความแก่นและเก๋เคล้าอยู่ในตัวข้อสำคัญ เธอดูเป็นตัวของตัวเองมากกว่าสาวคนไหนๆ ในละแวกชายฝั่งอมัลฟี (Amalfi Coast)
ก็โพสิตาโนเป็นแบบนั้นจริงๆสวยเฉี่ยวแบบที่ผ่านตาชายใด ใครไม่เอี้ยวคอมองตาม นั่นก็อาจจะหมายถึงว่าเขาคนนั้นพร่องฮอร์โมนชายอย่างร้ายแรง
ถึงโพสิตาโนจะสวยในระดับไม่ปกติแต่ก็ไม่ใช่หญิงสาวที่หวงเนื้อหวงตัวจนเข้าไม่ถึง จะนั่งรถจากซอเรนโต้มาจีบเธอ ก็ใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมง หรือจะนั่งเรือโต้คลื่นจากนาโปลีมาหาเธอชนิดเช้าถึงเย็นถึงก็ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง ส่วนฉันเริ่มต้นด้วยบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปโรมด้วยสายการบินไชน่า แอร์ไลน์ส (0-2250-9880) แล้วนั่งรถไฟไปซอเรนโต้วกวนด้วยการนั่งเรือไปเกาะคาปรีก่อน จากนั้นถอนสมอจากเกาะคาปรีถ่อเรือไฮโดรฟอยล์มาหาสาวงามอย่างโพสิตาโน
จะสวยไปไหนเนี่ย??เป็นถ้อยคำที่หล่นจากปากฉันเมื่อแรกเห็นโพสิตาโน
เรือค่อยๆขยับเข้าใกล้โพสิตาโน ฉันประคองกล้องส่องและซูมโพสิตาโนผ่านกรอบสี่เหลี่ยมแคบๆ อย่างไม่วางตา ราวกับพวกช่างภาพที่ไปยืนออกันหน้าเวที ประกวดขาอ่อนลั่นชัตเตอร์อย่างตะกละตะกลามในทุกท่วงท่าของสาวงาม
โพสิตาโนเป็นสาวสู้กล้องไม่ได้สู้อย่างเดียวด้วยนะ รู้สึกจะขึ้นกล้องเอามากๆ ซะด้วย ไม่ว่าจะมองมุมไหน ก็สวยขยี้ใจเหลือเกิน
อาจเป็นเพราะโพสิตาโนไม่ใช่เมืองใหญ่โตรโหฐานคุณสมบัติของการเป็นเมืองเล็ก ถ้าไม่สวยก็สงบน้ำหนักของโพสิตาโนเทไปที่อย่างแรกมากกว่า ส่วนเรื่องความสงบ นั่นไม่ใช่บุคลิกของเจ้าหล่อน
เพราะโพสิตาโนไม่ชอบเก็บเนื้อเก็บตัวแต่ดูเหมือนจะโปรดปรานการพบปะผู้คนเสียมากกว่า
บ้านเรือนสีละมุนตาตั้งเรียงรายลดหลั่นอยู่บนหน้าผาแคบๆ ราวกับกำลังหลุดเข้าไปอยู่ในฉากหนังเรื่องไหนสักเรื่องเหมือนยืนอยู่บนดอลลี่ ลากฉันให้เคลื่อนเข้าใกล้โพสิตาโน แต่แทนที่จะเร่งเร้าให้ตัวเองกระโจนลงจากเรือ ตรงกันข้าม ฉันกลายเป็นคนขาตาย ยืนนิ่งเหมือนถูกโพสิตาโนสะกดจิต จนแทบจะเป็นคนสุดท้ายที่ผละจากความโคลงเคลง
เพราะโพสิตาโนที่มองลึกเข้าไปผ่านผืนน้ำ สวยจับใจยิ่งถูกแดดอ่อนโรยทาบไปทั่วเมืองเล็กที่เลื้อยบนไหล่เขา ราวกับว่าเธอใช้รองพื้นสีที่ไม่หนา แต่งหน้าไม่เข้มเลยสวยเนียนนวลชวนมอง
สองอย่างที่ไม่อยากทำในเวลานี้คือ กะพริบตา กับก้าวขาลงจากเรือ
ชาวโรมันในยุคเก่าแก่ที่เคยตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี่พวกเขาคงกอดก่ายกับความสุขมากกว่าฉันหลายเท่า
ก่อนจะมาโฉบเฉี่ยวไฉไลอย่างทุกวันนี้ค่าของโพสิตาโนยุคเริ่มแรกเป็นเพียงมุมเล็กๆ ในหุบเขาที่มีไว้หลบภัยของชาวโรมัน ต่อมาพอดินแดนแถบนี้กลายเป็นสาธารณรัฐอมัลฟี่ (Amalfi Republic) จึงใช้เป็นที่ตั้งโรงเรียนทหารเรือและเป็นแหล่งการค้าในช่วงศตวรรษที่ 16 ต่อเนื่องถึง 17
จังหวะที่ยืนงงในความสวยอยู่แถวท่าเรือดวงหน้างามหมดจดของใครบางคนก็ลอยแล่นเข้ามาอยู่ในห้วงคำนึง ใช่ วูบหนึ่งฉันนึกออกแล้วว่าโพสิตาโนสวยเหมือนใคร
ก็คนที่ออกแรงเชียร์อย่างแข็งขันให้ฉันมาเห็นขาอ่อนโพสิตาโนนั่นแหละพี่ต้อย พีอาร์คนสวยที่ฉันยกให้เป็นนางฟ้าแห่งเคทีซี แกเชียร์เหมือนโพสิตาโนเป็นบ้านเกิด น้ำเสียงของพี่ต้อยฟ้องว่าหลงรักโพสิตาโนไม่น้อยไปกว่างานประชาสัมพันธ์บัตรพลาสติกของเคทีซีเลย แกทั้งช่วยติวช่วยวางแผนให้ยืมหนังสือสารพัดวิธีที่จะโน้มเหนี่ยวให้ฉันไปหาโพสิตาโนให้ได้ จนบางทีชักไม่แน่ใจว่าแกได้ค่าคอมฯจากอบต.โพสิตาโนด้วยรึเปล่า
จนป่านนี้ยังไม่เคยบอกแกเลยว่าพี่ต้อยสวยหยดเหมือนโพสิตาโน เป็นระดับความสวยที่พอฟัดพอเหวี่ยงและสูสีมาก เป็นความสวยที่ไม่ต้องพ่วงความสงสัย หรือคลางแคลงใจ นึกออกมั้ยคะ ผู้หญิงบางคนสวยจนเราสงสัยว่าเธอเดินเข้าออกยันฮีและบางมดมากี่รอบแล้วไม่รู้ เมืองบางเมืองพยายามปรุงแต่งความสวย ถูกจับมาโมดิฟายขัดสีฉวีวรรณซะผ่อง แต่ก็เป็นความสวยแบบจอมปลอม
แต่พี่ต้อยและโพสิตาโนตกที่นั่งเดียวกันสวยแบบไร้ที่ติและไร้ข้อกังขา
กระเถิบเข้าใกล้โพสิตาโนอีกนิดก็พบว่า ไม่ใช่คาปรีเท่านั้นที่มีไว้อัพเทรนด์แฟชั่น แต่โพสิตาโนเป็นอีกมุมหนึ่งของอิตาลี ที่เป็นสวรรค์สำหรับสาวนักช็อปผู้ไม่เคยอนุญาตให้ตัวเองตกเทรนด์
ยิ่งเดือดร้อนเดินทางมาถึงโพสิตาโนจะแปลงกายเป็นแหล่งแฟชั่นฤดูร้อน ทั่วทั้งโพสิตาโนจะมีเสื้อผ้าล้ำสมัยดีไซน์แปลกตาที่ทำจากผ้าฝ้าย ผ้าไหม ลินินวางขาย ซึ่งล้วนแต่ผ่านการออกแบบโดยดีไซเนอร์ชื่อดังแทบทั้งสิ้น บรรดาร้านบูติกขายเสื้อผ้าราคาแพงจะพากันนำสินค้ามาวางจำหน่ายอย่างคึกคักในช่วงนี้โดยมีสีสันยืนพื้นเช่น สีเขียวมรกต สีขาว สีเหลือง ที่มักเป็นสีนำแฟชั่นของที่นี่
ทุกวันนี้โพสิตาโนจึงไม่ได้มีแค่บ้านเรือนของช่างเสื้อมากประสบการณ์ แต่ยังเป็นแหล่งรวมช่างฝีมือระดับเทพเอาไว้มากมาย
ดูเหมือนรองเท้าของสาวๆบางคนที่ใส่ไปเดินทอดน่องในโพสิตาโนยังชิคไม่พอ แต่ก็ไม่น่าเป็นห่วง เพราะที่นี่คือสถานที่ซึ่งสาวๆ หลายคนยอมสลัดทิ้งรองเท้าคู่เดิม แล้วเลือกหารองเท้าแตะคู่ใหม่แบบทำมือจากช่างฝีมือที่มีทั้งแนวถักจากเชือกและทำจากหนังแท้ๆหย่อนเท้าให้ช่างวัดขนาด นั่งรอไม่กี่อึดใจ ช่างรองเท้าก็เนรมิตรองเท้าแตะคู่เก๋เดินใส่ไปร่อนทั่วเมือง
ไอ้เก๋น่ะอยากเก๋อยู่หรอก แต่กวาดสายตาดูแล้ว บางคู่ 170 ยูโร เห็นราคาแล้วเขาสูดยาดมแบบลึกสุดปอด ถูกสุดที่เห็นในร้านก็คู่ละ 65 ยูโร เห็นแล้วท่องสูตรคูณผิดๆ ถูกๆ โห! 3 พันกว่าบาทเห็นแล้วเซเล็บจากขวานทองปลงใจลากแตะคู่เดิมไปเซิ้งให้ทั่วโพสิตาโน ท่องเข้าไว้ ความเก๋...รับประทานไม่ได้
กาญจนา หงษ์ทอง



