ไลฟ์สไตล์

อาสาป่อเต็กตึ๊ง3104"ปลื้ม"สุรบถ หลีกภัย

อาสาป่อเต็กตึ๊ง3104"ปลื้ม"สุรบถ หลีกภัย

18 ธ.ค. 2552

"ปลื้มเป็นคนใจร้อนไม่ว่าทำอะไรจะต้องทำแล้วเห็นผลเลย การที่ตัดสินใจมาเป็นอาสาป่อเต็กตึ๊งนี้ก็เหมือนกัน มันเป็นการช่วยคนที่เห็นได้อย่างชัดเจนและรวดเร็ว ช่วยแล้วเขารอด เขาปลอดภัย ดีกว่าเดินไปทำบุญหย่อนเงินใส่กล่อง แล้วเขาจะเอาไปช่วยคนเดือดร้อนเมื่อไหร่ก็ไม่

 ก็ได้ยินมาชัดแจ๋วแจ่มแจ้งว่าหนุ่มปลื้ม เขากำลังได้ปลื้มสมชื่อกับการตกปากรับคำของเจ้าหน้าที่ป่อเต็กตึ๊งให้ไปทำหน้าที่อาสาช่วยเพื่อนมนุษย์ที่ประสบภัยของมูลนิธินี้ ก็ด้วยความตั้งใจหลังจากเห็นคนประสบอุบัติเหตุร่างกระจัดกระจาย ก็ทำเอาเจ้าตัวใจหายอยากเข้าไปช่วยรวมรวบร่างนั้นให้สมบูรณ์ครบ ในขณะที่เพื่อนๆ อีกหลายคนรู้สึกหวาดกลัวและเกิดอาการสะอิดสะเอียนไม่อยากมอง

 ที่เล่ามานั้นจนถึงวันนี้จึงได้เห็น "ปลื้ม" สุรบถ ในชุดอาสาป่อเต็กตึ๊งที่ปักรหัสเรียกขานประจำตัวว่า ศิลปิน 104 หรือ อาสาป่อเต็กตึ๊ง 3104 สุรบถ หลีกภัย และในระหว่างที่รอฟังเสียงวิทยุสื่อสารเคลื่อนที่หรือที่เรียกกันสั้นว่า "วอ" จึงได้โอกาสพูดคุยกัน เจ้าตัวเล่าให้ฟังว่า ตอนนี้เรียนอยู่ปี 4 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง จบเทอมนี้ก็เรียนจบแล้ว ความตั้งใจที่มีอยู่มานานจึงได้เริ่มสักทีกับการมาเป็นอาสาช่วยเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

 "ความจริงปลื้มอยากมาทำงานนี้นานแล้ว แต่ติดที่ว่ายังเด็กเกรงจะมาเป็นภาระให้แก่พี่ๆ อาสาคนอื่นเขา พอตอนนี้เหลือเรียนอีกไม่นานก็จะจบปริญญาตรี ก็บอกคุณแม่ (ภักดีพร) ขอมาทำงานเป็นอาสา ซึ่งตอนนี้ก็ทำหลายอย่างไปพร้อมๆ กัน ทั้งเรื่องเรียน ทั้งเรียนรู้งานจากคุณพ่อ และทำกิจกรรมของตัวเอง อย่างที่รู้กันนะครับ ปลื้มชอบทำกิจกรรมและสิ่งที่ทำก็ตั้งใจจริงทั้งหมด ซึ่งเมื่อได้ทำแล้วก็จะเล่าต่อให้คุณพ่อฟัง ท่านก็จะสอนว่าเรื่องต่างๆนั้นดีหรือไม่ดีอย่างไร แล้วให้ผมมาคิดต่อ ตัดสินใจเอง เช่นเดียวกันการตัดสินใจมาทำตรงนี้ คุณแม่ก็ห่วงนะ แต่ท่านก็ตามใจเพราะท่านสอนให้ผมตัดสินใจด้วยตัวเองมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว" หนุ่มปลื้ม เอื้อนเอ่ยที่มาของอาสาป่อเต็กตึ๊ง

 พร้อมกับเล่าต่อด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มว่า บ้านของเขานั้นอยู่ใกล้ๆ ปั๊มคาลเท็กซ์ที่รวมตัวของอาสาย่านพัฒนาการนี่เอง ขับรถผ่านเห็นพี่เขามารวมตัวกันทุกวัน แล้วเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา เจ้าตัวก็เดินตรงเข้ามาทักทายกับพี่ๆ ว่าอยากมาเป็นอาสาด้วยคน แต่วันนี้เจ้าหน้าที่ไม่อยู่ บอกให้มาอีกวัน รุ่งขึ้นก็มาตรงตามนัด ทั้งๆ เจ้าหน้าที่ก็ไม่รู้หรอกว่า หนุ่มหล่อร่างบางคนนี้เป็นลูกชายคนเดียวของอดีตนายกรัฐมนตรีของไทย เมื่อพูดคุยสอบถามความเป็นมาและเตรียมพร้อมร่างกาย ก็ถึงวันที่ต้องออกมาปฏิบัติหน้าที่

 "ถามว่าตื่นเต้นหรือเปล่า กลัวมั้ยไม่เลยครับ ผมผ่านเรื่องน่ากลัวมาเยอะ เพราะชอบกิจกรรมแบบผาดโผนผจญภัยมานักต่อนัก ผมไม่กลัวเลือด ไม่กลัวเหนื่อย เพราะตอนที่ไปเรียนอยู่เชียงใหม่ผมก็ไปสมัครเป็นพนักงานของสวนสัตว์เชียงใหม่ ทำทุกอย่างเก็บขยะ กวาดขี้สัตว์ หรือแม้กระทั่งตั้งกองทุนอาหารกลางวันให้แก่เพื่อนๆ เห็นผมเป็นคนรวดเร็ว ชอบเรื่องท้าทาย แต่ผมก็เป็นคนขี้สงสารในทุกอย่าง ทุกอย่างมันซึมซับมาจากคุณพ่อคุณแม่ ที่ท่านทั้งสองทำให้เห็นจนมาถึงทุกวันนี้ ทั้งหมดทั้งมวลจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ให้ผมมานั่งอยู่รอช่วยเหลือคนอื่นๆ ในวันนี้นั่นเองครับ" ปลื้ม ตอบพร้อมกับรอยยิ้ม...

 ยังไม่ทันคุยต่อทุกคนก็วงแตก เพราะเสียงวอดังลั่นว่าเกิดอุบัติในท้องที่ เสียงสตาร์ทรถพี่ๆ อาสาคนอื่นให้ลั่นปั๊ม ในขณะที่ปลื้มก็กระโดดขึ้นรถประจำที่ ทำเอาทีมงานต้องกระโดดตาม เพียงก้าวขึ้นรถเครื่องยนต์ก็ถูกกระชากให้ออกตัว นั่งกันแทบไม่ทัน หันซ้ายหันขวาจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นดังผิดปกติ แต่พอหันไปมองหน้าอาสา 3104 กลับนิ่งเฉยอย่างตั้งสมาธิ พร้อมกับส่งยิ้มให้เราว่า "ผมพร้อมครับ"  แต่งานนี้อาสาหน้ามนไม่ได้แสดงฝีมือ เพราะทีมอาสาไปถึงช้า หน่วยงานใกล้เคียงได้ช่วยผู้ป่วยเรียบร้อย

 ว่าแล้วก็ตีรถกลับที่เดิม พี่ๆ อาสาใจดี นำทีมโดย "พี่โจ" ยุทธศักดิ์ สายพัฒน์ ก็ชักชวนอาสาหน้าใหม่ไปเรียนรู้วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น  อาสา 3104 ก็เรียนรู้อย่างตั้งใจ ซึ่งพอสอนจบในขั้นตอนแบบพื้นฐาน  เจ้าตัวก็บอกว่า "ไม่ง่ายนะกับการช่วยชีวิตคน เอาเป็นว่าตอนนี้ขอกวาดกระจก ช่วยหยิบจับอุปกรณ์ไปก่อนแล้วนะครับ เก่งกว่านี่อีกนิดผมลุยแน่"

 และก่อนที่จะปล่อยให้อาสา 3104 ทำงานอย่างเต็มที่ คำถามเรื่องอนาคตก็ตามมา โดยเจ้าตัวก็ตอบอย่างชัดเจนว่า หลังเรียนจบอาจจะเรียนต่อปริญญาโท พร้อมกับเรียนรู้งานด้านการเมืองอย่างจริงมากขึ้นอีกกับคุณพ่อ และสิ่งหนึ่งที่เจ้าตัวยืนยันและรู้ซึ้งกับการทำงานด้านการเมืองนั่นก็คือคำว่า "ซื่อสัตย์" โดยเจ้าตัวเอื้อนเอ่ยด้วยใบหน้าที่แสดงความมุ่งมั่นว่า "คำว่าซื่อสัตย์ไม่ใช่แค่เขียนได้ พูดได้ แต่ผมสัมผัสมันได้อย่างจริงจัง ตั้งแต่จำความได้จนถึงทุกวันนี้ เพราะพ่อแบบที่ดีอย่างคุณพ่อทำให้เห็นตลอดเวลา ผมเชื่อว่าประสบการณ์ที่ผมเห็นจากคุณพ่อ จะเป็นสิ่งที่ทำให้ผมยืนหยัดในเส้นทางการเมืองได้อย่างดี" หนุ่มปลื้มกล่าวปิดท้าย ก่อนที่จะหันไปให้ความสนใจกับวิทยุสื่อสารเคลื่อนที่รอฟังการรายงานเหตุการณ์ต่างๆ

เรื่อง / กรรณิกา ใจจำนงค์
ภาพ / นัทพล ทิพย์วาทีอมร