
บ้าน + เกสต์เฮ้าส์ไม่บานแบบพอเพียงย่านเมืองเก่าสุโขทัย (2)
สวัสดีครับแฟนๆ ชาวบ้านไม่บาน ก็เป็นที่ถูกอกถูกใจบรรดาแฟนๆ ทั่วประเทศ สำหรับรูปแบบบ้าน + เกสเฮ้าส์ไม่บานแบบพอเพียงย่านเมืองเก่าสุโขทัย ที่ผมได้เผยแพร่ไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ถือว่าเป็นบ้านหลังเล็กๆ ที่สามารถใช้ประกอบกิจการได้หลากหลายรูปแบบ
จัดได้ว่าเป็นอาคารประเภทอเนกประสงค์อย่างแท้จริง นอกจากจะสามารถใช้เป็นที่พักอาศัยของบรรดาสมาชิกภายในครอบครัวแล้ว ก็ยังสามารถทำเป็นเกสต์เฮ้าส์รองรับนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชม มรดกโลกในย่านเมืองเก่าสุโขทัย ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการปกครองของอาณาจักรสยาม ในทางประวัติศาสตร์ถือได้ว่าเป็นยุคทองยุคหนึ่งของเราเลยทีเดียว
คำว่า “สุโขทัย” นั้น หากแปลตรงตัวหมายถึง “รุ่งอรุณแห่งความสุข” เพราะชนชาวสยามในยุคนั้น ล้วนแต่มีความสุขในแทบทุกด้าน ทุกมิติของการดำเนินชีวิต ดูได้จาก ศาสนาก็รุ่งเรือง ผู้คนต่างล้วนอยู่ในศีลในธรรม มีจริยธรรม คุณธรรมและเมตตาธรรม จะเห็นได้จากพระพักตร์ที่อิ่มเอิบของพระพุทธรูปปางต่างๆ ที่ได้ถูกรังสรรค์ขึ้นในสมัยสุโขทัย รวมไปถึงรูปแบบทางสถาปัตยกรรม ประเภทศาสนสถาน วัดวาอารามต่างๆ ที่สร้างขึ้น ล้วนแล้วแต่มีความงดงามเป็นที่สุด หากไม่เชื่อก็ลองหาโอกาสไปที่ วิหารหลวงวัดพระพุทธชินราชที่ “เมืองสองแคว” หรือเมืองพิษณุโลกในปัจจุบัน ซึ่งในยุคนั้น ถือว่าเมืองนี้เป็น “เมืองลูกหลวง” ที่ได้สะท้อนความงดงามของศิลปกรรมในยุคทองนี้ แม้แต่กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปร่วม 700 ปี ก็ยังคงงดงามมิเสื่อมคลาย
นอกจากนั้น หากได้ศึกษาลึกลงไปในประวัติศาสตร์ยุค สุโขทัย แล้ว จะเห็นได้ว่า พระมหากษัตริย์ มักจะถูกเรียกว่า “พ่อขุน” ไม่ว่าจะเป็น พ่อขุนศรีอินทราทิตย์, พ่อขุนรามคำแหง ต่างๆ เหล่านี้ เป็นต้น เพราะกษัตริย์ในสมัยสุโขทัยนั้นปกครองผสกนิกรของพระองค์โดยใช้ “หลักทศพิธราชธรรม” แบบพ่อปกครองลูก ก็คงไม่แตกต่างอะไรไปจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ของพวกเราในปัจจุบัน ที่เปรียบประดุจ “พ่อหลวง” ของพสกนิกรของพระองค์ ขอแค่เพียงคนไทยเดินตามคำสอนของ “พ่อหลวง” ให้ “รู้รักษ์สามัคคี” หลอมรวม “เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน” และมี “ความพอเพียง” ในทุกมิติของการดำรงชีวิต
ขอเพียงทำได้แค่นี้ เราคงมีความสุขไม่แพ้คนไทยในอดีตสมัย อาณาจักรสุโขทัย ยังรุ่งเรือง เป็นยุคที่ ไพร่ฟ้าหน้าใส ใครใคร่ค้าช้างค้า ค้าม้าค้า ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว บนผืนดินอันอุดมสมบูรณ์ไปทุกหย่อมหญ้า สะท้อนให้เห็นภาพของ “บ้านดี เมืองดี คนดี” ดังที่ปรากฏในศิลาจารึกมายาวนานกว่า 700 ปี
บ้าน + เกสต์เฮ้าส์ไม่บานแบบพอเพียงย่านเมืองเก่าสุโขทัย แม้ว่าจะเป็นอาคารเอนกประสงค์ที่มีขนาดเล็ก แต่ก็ยิ่งใหญ่เสียเหลือเกินต่อความรู้สึกภายในลึกๆ ของเจ้าของที่เป็นคน “เมืองเก่า”สุโขทัยแต่กำเนิด แต่ชะตาชีวิตลิขิตให้มาใช้ชีวิตวุ่นวายสับสนที่ “เมืองกรุง” เมื่อถึงเวลาอันสมควรก็ตัดสินใจยูเทิร์นกลับบ้าน กลับไปดูแลบุพการีที่แก่เฒ่าที่บ้าน กลับไปทำนุบำรุงบ้านเกิด หลีกลี้หนีความสับสนวุ่นวายของชีวิตใน “เมืองกรุง” กลับไป “เมืองเก่า” ไปสู่วิถีชีวิตที่เรียบง่าย แต่ ช่างงดงามเสียเหลือเกินในกระบวนการทางความคิดและกล้าตัดสินใจที่ละทิ้งลาภยศสรรเสริญในหน้าที่การงานที่กำลังรุ่งโรจน์ กลับไปหาชีวิตที่เต็มไปด้วยคุณค่ามากกว่ามูลค่า กลับไปแสวงหาความสมดุลของ “ประโยชน์และความสุข” ช่างน่ายกย่องเสียจริงครับกับการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยว ทิ้งชีวิตที่เต็มไปด้วยแสงสีของ “เมืองกรุง” มุ่งสู่ “เมืองเก่า” ของแฟนชาวคนรักบ้านท่านนี้
ผมมักพูดเสมอครับว่าเมื่อได้เกิดมาเป็น “คนรักบ้าน” จะยากดีมีจนอย่างไรก็ขอกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิด ดังคนโบราณที่มักจะกล่าวไว้ว่า “ขอกลับไปใช้ชีวิตบั้นปลายบนผืนดินที่ฝังรก” ซึ่งก็หมายความว่า เกิดที่ไหน ได้ลืมตาดูโลก ตัดรกแรกเกิดที่ไหน ก็กลับไปใช้ชีวิตที่นั่นครับ
บ้าน + เกสต์เฮ้าไม่บานหลังนี้เป็นอาคารที่มีขนาดกะทัดรัด กำลังพอเหมาะ พอดี มีความสูงเพียง 3 ชั้น ชั้นล่างเป็นพื้นที่สำหรับสมาชิกในครอบครัวและเป็นบริเวณส่วนต้อนรับ ชั้น 2 และชั้น 3 ได้ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่สำหรับเป็นที่พักนักเดินทาง โดยแบ่งออกเป็นห้องๆ ในรูปแบบเกสเฮ้าส์ ของพวก “แบ็คแพ็กเกอร์” หรือ พวกนักเดินทางที่ชอบแบกเป้ท่องไปในโลกกว้างได้มาพักกัน และผมยังได้ออกแบบรูปทรงอาคารโดยการเน้นด้านหน้าให้มีลักษณะเป็นไทยประยุกต์ เป็นศิลปะสถาปัตยกรรมที่จัดได้ว่าเป็นประเภทร่วมสมัยแบบ “อกาลิโก” คือไม่มีวันเชย ในรูปแบบ สวยทน สวยทาน สวยนาน เป็นการออกแบบที่ให้เกียรติกับสภาพแวดล้อมอันเป็น “ภูมิบ้าน ภูมิเมือง ภูมิสังคม” ของ สุโขทัย ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น มรดกโลก นอกจากนั้น ก็ยังต้องเป็นอาคารที่ดูดี มีความสวยงาม ไหนๆ จะทิ้ง “เมืองกรุง” มุ่งสู่ “เมืองเก่า” ทั้งที ก็ต้องสมศักดิ์ศรีสามารถอวดคนทั่วโลกที่จะมาเยี่ยมเยียนได้โดยไม่อายใคร
สำหรับผมเมื่อได้ออกแบบอาคารหลังนี้แล้วเสร็จ อีกทั้งยังได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้เป็นเจ้าของ ก็เกิดความปิติใจเป็นที่สุด เพราะนอกจากอาคารที่ไม่บานหลังนี้จะมีความงดงามเป็นที่ชื่นชมแก่ผู้ที่ได้พบเห็นแล้ว ที่สำคัญบุพการีของชาวบ้านไม่บานท่านนี้ก็ชื่นชอบไปด้วย อีกทั้งยังชื่นใจที่ได้ลูกชายกลับคืนมาที่บ้าน เพียงแค่นี้แหละครับก็เติมเต็มความรู้สึกดีๆ ในใจผมในฐานะหัวขบวนของชาวบ้าน+อพาร์ตเมนต์ไม่บาน พอเห็นบรรดาแฟน ๆ เบิกบานก็พลอยมีความสุขไปกับเขาด้วย
แฟนๆ ที่สนใจ บ้าน + เกสเฮ้าส์ไม่บานแบบพอเพียงย่านเมืองเก่าสุโขทัยหลังนี้ หรือแบบบ้านไม่บาน, แบบอพาร์ตเม้นท์ไม่บานในรูปแบบต่างๆ ที่หลากหลายหรือแบบโรงแรมรีสอร์ทไม่บาน สามารถดาวน์โหลดแบบกันได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ที่เว็บไซต์ยอดฮิตของชาวคนรักบ้าน www.homeloverthai.com จากสถิติเมื่อสิ้นเดือนพฤศจิกายน มียอดผู้เยี่ยมชมรวมกันแล้ว 84,465,928 ฮิต และผมคาดการณ์ว่า ไม่น่าจะเกินสิ้นเดือนธันวาคมนี้แหละครับ น่าจะมียอดผู้เข้าเยี่ยมเกินกว่า 90 ล้าน++ฮิต คงจะได้มีการเฉลิมฉลองและคาดว่าอาจจะมีการจัดบรรยายให้ความรู้เป็นวิทยาทานแก่แฟนๆ ทั่วประเทศอีกสักครั้งในช่วงต้นปี ก็ขอเชิญชวนให้เข้ามาเยี่ยมชมกันเยอะๆ มาร่วมกันสร้างสถิติใหม่ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันครับ
ก่อนจากกันในสัปดาห์นี้แฟนๆ ชาวบ้านไม่บานก็อย่าลืมท่องจำพระบรมราโชวาทของ “พ่อหลวง” ที่สอนพวกเรา 2 ประการให้ขึ้นใจ คือ “การรู้รักษ์สามัคคี” และ “วิถีคิดแบบพอเพียง” เพียงแค่นี้สังคมไทยก็จะอยู่รอดปลอดภัย อย่างร่มเย็นเป็นสุข ไม่แพ้ชาว สุโขทัยในอดีตครับ



