
มิตรภาพ-กำลังใจยาวิเศษผู้ป่วยมะเร็ง
มะเร็งเป็นโรคร้ายก็จริง แต่ฉันไม่ปล่อยให้มันทำร้ายเรานะ ทุกคนรอบข้างต่างเป็นห่วงและให้กำลังใจมาตลอด ฉันก็ต้องให้กำลังใจตัวเองด้วยเพื่อเอาชนะมันให้ได้"
ป้าบุญลือ ภู่ขาว ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ต.ราชสถิตย์ อ.ไชโย จ.อ่างทอง วัย 64 ปี พูดอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับโอบกอดลูกสาวผู้ดูแลตลอดเวลาที่ป่วย 6 ปี โดยอาศัยคำแนะนำจากกลุ่มจิตอาสาและอาสาสมัครในโครงการรวมพลังมิตรภาพบำบัดต้านภัยมะเร็ง ที่ดำเนินการโดยโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กทม.
ป้าบุญลือ เป็นตัวแทนผู้ป่วยที่ต่อสู้กับโรคร้ายได้ดี ใช้ชีวิตประจำวันเหมือนคนปกติทั่วไป เพราะหลังจากที่ทราบว่าตัวเองป่วยเป็นมะเร็งเต้านม ก็มีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครจากโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เข้ามาเยี่ยมที่บ้านอย่างสม่ำเสมอ และบางครั้งจัดกิจกรรมสันทนาการร่วมกับผู้ป่วยรายอื่นในหมู่บ้าน ให้คำแนะนำเรื่องการเลือกรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม รวมทั้งกำลังใจดีๆ ที่ได้รับจากอาสาสมัครมีส่วนช่วยให้จิตใจของป้าบุญลือเข้มแข็งขึ้น
ใครมีโอกาสไปโรงพยาบาลอ่างทองไม่ต้องแปลกใจ ถ้าเห็นสมาชิกกลุ่มจิตอาสาชาย-หญิงวัยไม่ต่ำกว่า 60 ปี ในชุดเสื้อเชิ้ตสีม่วงประมาณ 2-3 คนในแต่ละวัน ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยพยาบาล คอยซักประวัติผู้ที่เข้ามาตรวจเช็กมะเร็งเต้านม หรือเป็นผู้ยื่นอุปกรณ์ต่างๆ แก่แพทย์และพยาบาลในขณะตรวจรักษาอาการของผู้ป่วย ด้วยไมตรีประดุจพวกเขาคือสมาชิกในครอบครัวก็ว่าได้
วันจันทร์ พุธ และศุกร์ เป็นเวรของ ป้าพยุง ไชยองค์ อดีตข้าราชการครูจนชำนาญหนึ่งในสมาชิกจิตอาสาวัย 65 ปี ที่ผ่านการอบรมวิธีดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านมจากวิทยากรอาสาสมัครโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ปัจจุบันประจำอยู่ที่โรงพยาบาลอ่างทอง พร้อมกับเพื่อนอาสาสมัครกว่า 30 คน โดยผลัดเวรกันคนละ 2-3 วันต่อสัปดาห์ ส่วนเวลาที่เหลือก็ทุ่มเทไปกับการรวมกลุ่มทำงานหัตถกรรมและทำเต้านมเทียมอีกต่างหาก
“เข้ามาทำงานตรงนี้เพราะอยากมีส่วนช่วยดูแลผู้ป่วยมะเร็งให้มีสุขภาพที่ดี และให้กำลังใจเพื่อที่จิตใจจะได้เข้มแข็ง เบิกบาน สามารถต่อสู้กับโรคร้ายได้" ป้าพยุงเล่าถึงเจตนารมณ์
สมาชิกของกลุ่มจิตอาสาในโรงพยาบาลอ่างทอง ถือว่าเป็นวัยสูงอายุ แต่ถ้าเป็นระดับหมู่บ้านและตำบลต้องชื่นชมอาสาสมัครรุ่นเยาวชนอย่าง “นุ้ก” จิรนันท์ จวนเก่า อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์วิทยาคม จ.อ่างทอง ที่เข้าร่วมโครงการมิตรภาพบำบัดเป็นปีแรก แต่ละเดือนนุ้กจะอบรมวิธีการตรวจหามะเร็งเต้านมด้วยตนเอง และการดูแลผู้ป่วยในเชิงปฏิบัติการกับเพื่อนๆ อาสาสมัคร กิจกรรมทุกอย่างเป็นสิ่งเติมเต็มความรู้ไม่ใช่ภาระหน้าที่ นุ้กเข้ามาร่วมเครือข่ายด้วยเจตนาที่จะทำความดีต่อชุมชนที่อาศัยอยู่ ผู้ป่วยและอาสาสมัครทุกคนคือพี่น้องในบ้านหลังเดียวกัน พร้อมที่จะสละเวลาพักผ่อนมาร่วมกิจกรรมด้วยความเต็มใจ
"เราต้องลงพื้นที่เพื่อสำรวจความเสี่ยงของสมาชิกในชุมชนเพื่อที่กลุ่มเสี่ยงจะได้รู้ตัวและเข้ารักษาได้ทันเวลา ส่วนผู้ป่วยมะเร็งและญาติเราก็จะให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพที่ถูกต้อง" นุ้กเล่าถึงภารกิจ
ขณะที่ ปานตา อภิรักษ์นภานนท์ หัวหน้าศูนย์ส่งเสริมคุณภาพชีวิตโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ บอกว่า ผู้ป่วยมะเร็งจะไม่รู้สึกแตกต่างจากคนปกติ หากพวกเขาได้รับการดูแลที่ดีทั้งสุขภาพร่างกายและจิตใจ แต่การดูแลต้องไม่ได้เกิดจากญาติ หรือแพทย์ผู้รักษาเท่านั้น หากแต่ผู้ป่วยสามารถดูแลตัวเองได้ และสามารถถ่ายทอดความรู้เรื่องมะเร็งสู่คนปกติด้วย
พลังมิตรภาพระหว่างผู้ป่วย เครือญาติ กลุ่มจิตอาสา และอาสาสมัคร คือ ยาวิเศษต้านภัยมะเร็งอย่างยั่งยืนนำมาซึ่งรอยยิ้มแห่งความเอื้ออาทรเติมเต็มความสุขร่วมกันตลอดไป
0 จารยา บุญมาก 0
ภาพกล่อง chulaheath



