
เตือนปชช.อย่าตื่นหลังพบเชื้อหวัด09ในหมู
สธ. เตือนปชช.อย่าตระหนก หลังพบเชื้อหวัด 2009 ในหมู ชี้โอกาสจะติดเชื้อจากหมูน้อยมาก แต่เสี่ยงติดจากคนด้วยกันมากกว่า พร้อมยันเนื้อหมูยังกินได้ แต่ปรุงให้สุกก่อน
(17ธ.ค.) นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ โฆษกกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่พบหมูติดเชื้อไข้หวัด 2009 ว่า กรณีที่เกิดขึ้นคนเป็นผู้นำเชื้อหวัด 2009 ไปให้หมู ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขได้รับแจ้งตั้งแต่วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม ที่ผ่านมา และเพื่อให้มั่นใจทางกรมควบคุมโรคจึงได้ส่งทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็วลงไปยังพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดและมีหมูตายใน จ.สระบุรี เมื่อวานนี้ (16 ธ.ค.) และจากการเฝ้าระวังเจ้าหน้าที่ในฟาร์มสาธิตการเกษตรและชาวบ้านจำนวน 132 คน พบว่า ส่วนใหญ่สบายดี มีเพียงแค่ 4-5 คน เท่านั้นที่มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัด โดยมีอาการป่วยก่อนหมู ดังนั้นจึงได้มีการเก็บตัวอย่างเชื้อมาตรวจเพื่อศึกษาว่าป่วยเป็นอะไร
นพ.คำนวณ กล่าวว่า เป็นไปได้ว่าหมูที่ติดเชื้อจะรับเชื้อมาจากคนที่ป่วยด้วยหวัด 2009 เช่นเดียวกับประเทศต่างที่มีการรายงานพบหมูติดเชื้อหวัด 2009 กว่า 10 ประเทศทั่วโลกก่อนหน้านี้ เพราะมีปัจจัยคือประเทศไทยมีการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 ในคนมาระยะหนึ่งแล้ว แต่การติดเชื้อในหมูเพิ่งมีการตรวจพบครั้งนี้เป็นครั้งแรก และจากการเก็บตัวอย่างเชื้อตรวจทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีผลยืนวันว่า เป็นเชื้อหวัด 2009 ตัวเดียวกับที่พบในคน ส่วนที่เกรงว่าคนจะติดเชื้อจากหมูนั้น ยืนยันว่า คนมีความเสี่ยงติดเชื้อจากคนด้วยกันมากกว่าติดจากหมูหลายเท่า เพราะมีความใกล้ชิดมากกว่า จึงไม่อยากให้กังวลว่าจะติดจากหมู แต่ให้กังวลว่าจะติดจาคนด้วยกัน สำหรับเกษตรกรที่เลี้ยงหมูนั้น ก่อนหน้านี้ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ออกแนวทางในการปฏิบัติไว้แล้ว โดยให้เกษตรกรที่ป่วยด้วยโรคหวัดหยุดพักผ่อนก่อน จนกว่าจะหายป่วย แต่จากกรณีที่เกิดขึ้นเป็นไปได้ว่าผู้ป่วยอาจมีอาการไม่มาก จึงยังไม่มีอาการป่วยที่ชัดเจน
ส่วนความกังวลเกี่ยวกับโอกาสการกลายพันธุ์ของเชื้อหวัด 2009 หลังจากพบการติดเชื้อในหมูนั้น นพ.คำนวณ กล่าวว่า โดยทฤษฎีหมูเป็นแหล่งที่นำตัวเชื้อหวัดมาผสมกันและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องติดตามและศึกษาอย่างใกล้ชิด ส่วนที่เกรงว่าอาจทำให้เกิดการผสมข้ามสายพันธุ์กับเชื้อหวัดนกจนเกิดการกลายพันธุ์ในหมูนั้น เท่าที่ทราบพื้นที่ จ.สระบุรี เคยตรวจพบเชื้อหวัดนกเมื่อ 3 ปีที่แล้ว และไม่พบการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกเพิ่มเติม จึงไม่ใช่พื้นที่เสี่ยง แต่พื้นที่ที่เป็นห่วงและกระทรวงสาธารณสุขให้เฝ้าระวังทั้งโรคไข้หวัดนกและโรคไข้หวัด 2009 ควบคู่กันนั้น เป็นจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง อย่างไรก็ตามกรณีที่มีการตรวจพบการติดเชื้อในหมู แสดงให้เห็นว่า เรามีการเฝ้าระวังที่เข้มงวดและไม่ได้นิ่งนอนใจ
ต่อข้อซักถามว่า ประชาชนอาจเป็นห่วงต่อการพบเชื้อในหมู และเลือกไม่ทางเนื้อหมูนั้น นพ.คำนวณ กล่าวว่า เนื้อหมูยังทานได้ แต่ขอให้ปรุงให้สุกก่อน ซึ่งจากรายงานการเฝ้าระวังโรคหวัด 2009 ทั่วโลก ยังไม่มีรายงานพบว่า มีผู้ป่วยที่ติดเชื้อหวัด 2009 จากการกินหมูสุข ส่วนมาตรการดำเนินการกับหมูที่ติดเชื้อนั้น ทางกรมปศุสัตว์มีหลักเกณฑ์ในการควบคุมและดูแล้อยู่แล้ว



