ไลฟ์สไตล์

ให้ความสำคัญกับ "น้ำเลี้ยงข้อเข่า"

ให้ความสำคัญกับ "น้ำเลี้ยงข้อเข่า"

18 ธ.ค. 2552

ข้อเข่าของคนเรา มีลักษณะคล้ายกับ ข้อต่อ (Joint) ของเครื่องยนต์

ประกอบด้วย กระดูกผิวข้อ ซึ่งมีลักษณะเรียบลื่น เป็นมันวาว มีสีและลักษณะคล้ายกับผิวของงาช้าง ภายในมีส่วนสำคัญคือ “น้ำเลี้ยงข้อ” มีลักษณะเป็นของเหลวใสอยู่ภายในช่องว่างของข้อเข่า มีลักษณะพิเศษ คือ มีความเหนียว และยืดหยุ่นได้ เหมือนไข่ขาว ทำหน้าที่ช่วยลดหรือดูดซับแรงกระแทกต่อเข่า ทำหน้าที่คล้ายๆ โช้คอัพรถ และช่วยหล่อลื่น ลดแรงเสียดทานของผิวข้อเหมือนกับน้ำมันหล่อลื่น หรือน้ำมันจารบี
 จากการศึกษาพบว่า เมื่ออายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป น้ำเลี้ยงข้อเข่าจะมีปริมาณลดลง และเริ่มสูญเสียคุณสมบัติในการทำหน้าที่ดูดซับแรงกระแทก และการหล่อลื่น อันเนื่องมาจากสารตัวหนึ่งชื่อ ไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic) ซึ่งเป็นสารสำคัญในน้ำเลี้ยงข้อ มีปริมาณลดลง ก่อให้เกิดการสัมผัส เสียดสีโดยตรงของกระดูกผิวข้อ เกิดเสียงดังเวลาขยับข้อเข่า โดยเฉพาะเวลาลุกขึ้นจากที่นั่ง
 หากปล่อยทิ้งไว้กระดูกผิวข้อก็จะสึกกร่อนไปเรื่อยๆ จนผิวข้อบางลง มีอาการอักเสบ เจ็บบริเวณหัวเข่า โดยเฉพาะบริเวณกระดูกสะบ้า (กระดูกรูปสามเหลี่ยมส่วนหน้าหัวเข่า) นานวันเข้าเกิดเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมตามมาในที่สุด หากปล่อยให้ข้อเข่าเสื่อมเปลี่ยนแปลงความสมดุลของน้ำเลี้ยงข้อ จากภาวะความเป็นกลางไปเป็นกรด จะเป็นตัวเร่งทำลายความสมบูรณ์ของผิวข้อมากขึ้นเรื่อยๆ
 การหมั่นดูแลรักษาสุขภาพของข้อเข่าให้ถูกต้องตั้งแต่แรกจะช่วยยืดอายุการใช้งานของข้อเข่าให้ทำหน้าที่รับใช้ได้ยาวนานขึ้น คนที่มีน้ำหนักมาก และมีดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่า 25 ถ้าควบคุมหรือลดน้ำหนักได้ ก็จะช่วยลดแรงกระแทกต่อผิวข้อทำให้อาการปวดเข่าหายไปได้ คนที่นั่งงอเข่าเป็นระยะเวลาต่อเนื่องนานๆ ต้องฝึกเหยียดเข่าบ่อยๆ เพื่อลดแรงกดของกระดูกสะบ้ากับกระดูกปลายเข่า ร่วมกับการฝึกออกกำลังบริหารกล้ามเนื้อรอบๆ เข่า และต้นขา เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของกล้ามเนื้อให้ทำงานแบ่งเบาภาระการทำงานของข้อต่อ
 ในปัจจุบันมีวิธี เติมน้ำเลี้ยงข้อเข่า เพื่อทดแทนน้ำเลี้ยงข้อที่มีการลดลง โดยการนำน้ำเลี้ยงข้อสังเคราะห์ ซึ่งมีลักษณะและคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำเลี้ยงข้อปกติ มาช่วยป้องกันและรักษา โดยการฉีดเข้าไปในข้อเข่าที่มีอาการสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ติดต่อกัน 3-5 สัปดาห์ มีผลการรักษาอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาวะข้อที่เสื่อม เพื่อช่วยหล่อลื่น และกระตุ้นเซลล์เยื่อบุข้อให้ทำการสร้างน้ำเลี้ยงเข่าที่ปกติขึ้นมาทดแทน
 เป็นวิธีที่ปลอดภัย จะใช้วิธีนี้กับผู้ที่ได้รับการรักษาโดยการรับประทานยา ออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนักมาแล้ว แต่ไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร
ผศ.นพ.จิระเดช  ตุงคะเศรณี
โรงพยาบาลพญาไท โทร.1772