ไลฟ์สไตล์

หัวใจไทย“สานฝันภูเขียว รวมเคียวเกี่ยวข้าว”

หัวใจไทย“สานฝันภูเขียว รวมเคียวเกี่ยวข้าว”

16 ธ.ค. 2552

สวัสดีผู้ติดตาม “หัวใจไทย” ทุกท่านค่ะ ปี 2552 กำลังจะผ่านพ้นไปในอีกไม่ช้า หวังว่าทุกท่านคงได้ใช้เวลาที่ผ่านมาอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเองและสังคม ขณะเดียวกันก็ควรเตรียมการวางแผนการใช้ชีวิตในปี 2553 ที่กำลังจะมาถึง เพื่อไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเ

 สัปดาห์นี้ “หัวใจไทย” ได้รับประสบการณ์จากชมรมนักอนามัยชุมชน คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยนักศึกษาหลักสูตร วท.บ. (สาธารณสุขศาสตร์) สาขาวิชาอนามัยชุมชน รวมตัวกัน 70 คนไปเข้าค่าย “สานฝันภูเขียว รวมเคียวเกี่ยวข้าว สืบทอดเรื่องราว กับชาวอนามัยชุมชน” ณ ชุมชนบ้านเพชร ต.บ้านเพชร อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ซึ่งตลอดเวลา 2 คืน 3 วัน มีกิจกรรมดีๆ ที่สะท้อนวิถีชีวิต วัฒนธรรมชุมชน วิถีธรรมชาติ และวิถีความพอเพียงมาเล่าสู่กันฟังค่ะ

 เมื่อเดินทางถึงบ้านเพชร นักศึกษาได้แยกย้ายกันเก็บข้าวของที่ “บ้านพ่อ บ้านแม่” ที่ยินดีให้นักศึกษาบางส่วนนอนค้างคืนด้วยในขณะที่มาค่าย หลังจากนั้นเป็นกิจกรรมเดินศึกษาวิถีชุมชน ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น น้ำใจที่หาได้ยากจากคนเมืองใหญ่ หลายบ้านยังคงมีวิถีการดำรงชีวิตอย่างเรียบง่าย ปลูกผักข้างบ้าน เลี้ยงวัว ควายไว้ใต้ถุน แต่ก็มีไม่น้อยที่เริ่มที่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ๆ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องซักผ้า อาหารสำเร็จรูป เป็นต้น

 มีฐานการเรียนรู้เรื่องการปลูกข้าว การทำปุ๋ยชีวภาพ การทำเครื่องใช้ในบ้าน เช่น สบู่ แชมพู ที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ ไม่สิ้นเปลือง และการเลี้ยงปลา จากนั้นเป็นกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับสุขอนามัย โดยเฉพาะการป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ซึ่งเป็นการแนะนำคนในชุมชนให้รู้จักการป้องกันตนเองในเบื้องต้น นั่นคือการทำหน้ากากอนามัยไว้ใช้เอง

 ชาวค่ายได้เรียนรู้การนำแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ ณ สวนกสิกรรมธรรมชาติคงไพร อันเป็นตัวอย่างของชุมชนเข้มแข็งอยู่ได้ด้วยตนเอง กล่าวคือ เป็นวิถีการทำเกษตรธรรมชาติ และใช้ชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการไม่เบียดเบียนธรรมชาติ แบ่งปันคนรอบข้าง และสร้างการตลาดที่เป็นธรรม โดยเป็นการสร้างรายได้จากธรรมชาติโดยแท้จริง กิจกรรมต่างๆ เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมระหว่างกัน ท่ามกลางความสัมพันธ์ฉันญาติมิตร ที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมการดำเนินชีวิตแบบวิถีไทยกับกระแสโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งการได้รับบทเรียนนอกห้องเรียนที่มีคุณค่า

 กระทรวงวัฒนธรรม ขอชื่นชมและสนับสนุนกิจกรรมดีๆ แบบนี้ กิจกรรมที่มองเห็นคุณค่าและความสำคัญของวิถีชุมชน วิถีพอเพียง และวิถีธรรมชาติ ที่จะนำมาสู่การทำงานที่นำชุมชนมาเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา เหล่านี้เป็นรากฐานที่สำคัญของวิถีการดำเนินชีวิต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทยให้มีความเข้มแข็งต่อไป