
รองโฆษกรัฐบาลแจงไม่ได้ต่อคิวรับปฏิทินโป๊
รองโฆษกรัฐบาล แจงไม่ได้ต่อคิวรับปฏิทินหลังตึกไทย จี้สอบหาคนผิดเพราะแจกในทำเนียบไม่เหมาะ
(16ธ.ค.)นพ.ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ปฏิเสธว่า ตนและนายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกฯ ไม่ได้วิ่งไปต่อแถวรับปฏิทินนู๊ดด้านหลังตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ตามที่มีสื่อเสนอข่าว เพราะช่วงที่มีการแจกปฏิทินด้านหลังตึกไทยคู่ฟ้านั้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งตนและนายศุภชัยว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เข้าห้องประชุมเพื่อเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้าแล้ว ตนจึงต้องกึ่งวิ่งกึ่งเดินขึ้นไปบนตึกไทยฯ แต่ต้องผ่านจุดที่มีการแจกปฏิทิน
แต่ตนและนายศุภชัยไม่ได้หยุดมองหรือต่อแถวและรับปฏิทิน โดยมุ่งตรงขึ้นประชุมทันทีเพราะนายกฯเริ่มประชุมแล้ว นอกจากนี้ตนในฐานะรองโฆษกรัฐบาลที่ติดตามปัญหาสังคมมองว่าการแจกปฏิทินดังกล่าวในทำเนียบรัฐบาลเป็นเรื่องไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานในทำเนียบรัฐบาลที่ดูแลสถานที่ตั้งคณะกรรมการสอบ สวนเพื่อหาข้อเท็จจริงด้วย
นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงทางโทรศัพท์กรณีสื่อมวลชนโดยเฉพาะเว็บไซด์รายงานว่า ตัวเองและนพ.ภูมินทร์ ลีธีรประเสริฐ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี วิ่งไปยืนต่อแถวรับปฏิทินหวิวลีโอหลังตึกไทยคู่ฟ้าด้วย ว่า ขอปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง ตนและนพ.ภูมินทร์ ไม่ได้ไปรับปฏิทิน ขอชี้แจงว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. ซึ่งตนและนพ.ภูมินทร์อยู่ภายในตึกนารีสโมสร เพื่อรอเข้าร่วมประชุมครม.เศรษฐกิจที่มีนายกฯเป็นประธานบนตึกไทยคู่ฟ้า ตอนนั้นคิดว่านายกฯยังเปิดงานอยู่ที่อาคารสหประชาชาติ แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่รีบมาบอกว่านายกฯเข้าประชุมแล้ว ตนและนพ.ภูมินทร์จึงรีบวิ่งไปเข้าร่วมประชุมทางด้านหลังตึกไทยคู่ฟ้า และเห็นว่ามีนักข่าวและข้าราชการทำเนียบกำลังชุลมุลกันอยู่แต่ไม่รู้ว่า ชุลมุนกันเรื่องอะไร มาทราบภายหลังว่ามารับแจกปฏิทิน เรื่องนี้นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ และผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนเป็นพยานได้ว่าตนและนพ.ภูมินทร์เข้าประชุมทีหลัง ด้วย
"ผมสองคนรีบไปประชุมครม.เศรษฐกิจ เพราะไม่ทันแล้ว จะมาบ้าต่อแถวรับปฏิทินอยู่ได้อย่างไร ข่าวที่ออกไปสร้างความเสียหายมาก ผมรู้สึกเสียใจที่สื่อลงข่าวไปโดยที่ไม่ได้เห็นกับตา แต่กลับเอาไปลงเป็นตุเป็นตะ เป็นเรื่องที่น่าตำหนิ สื่อควรใช้ความระมัดระวังมากกว่านี้ และขอเรียกร้องให้สื่อที่ลงข่าว ได้แสดงความรู้สึกต่อความผิดพลาดนี้ด้วย" นายศุภชัยกล่าว



