ไลฟ์สไตล์

สลบคางวง

สลบคางวง

17 ธ.ค. 2552

ดิฉันและสามี เป็นแพทย์สาขาอายุรกรรมโรคหัวใจ เดินทางไปเชียงใหม่กับครอบครัว ด้วยสายการบินแอร์เอเชีย เพื่อร่วมประชุมทางการแพทย์โรคหัวใจ เดินทางไปวันที่ 5 ธันวาคม 2552 ชั้น Economy ค่าตั๋วแพง แต่เราเข้าใจ เพราะอยู่ในช่วงเทศกาล

ปัญหาเกิดตอนขากลับกรุงเทพฯ ในวันที่ 7 ธันวาคม 2552 เครื่องออก 17.30 น. ดิฉันขอรถเข็นให้คุณแม่นั่ง เพราะคุณแม่เป็นโรคหัวใจและหอบหืด เดินไกลๆ ไม่ไหว แต่ไม่มีพนักงานมาดูแล ขอที่นั่งด้านหน้าสุดติดตรงทางเดิน ก็ไม่ได้ คุณแม่ต้องเดินไปนั่งกลางลำเครื่องบิน พอเครื่องลงที่กรุงเทพฯ ก็ไม่ได้จอดตรงงวง ต้องนั่งรถสนามบินต่อไปที่อาคารผู้โดยสาร ก็ไม่มีรถเข็นให้อีก ทั้งที่แจ้งไว้ตั้งแต่ขึ้นเครื่องที่เชียงใหม่
 ดิฉันถามแอร์โฮสเตสว่า ถ้าผู้โดยสารเดินไม่ไหวจะทำยังไง แอร์โฮสเตสสายการบินแอร์เอเชีย ตอบว่า "เราก็จะอุ้มไป" คุณแม่เกือบเอาชีวิตไม่รอดเพราะหมดสติคางวงระหว่างเดิน โดยไม่มีแอร์โฮสเตสมาดูแล มีแต่พนักงานเข็นรถและพนักงานภาคพื้น มาช่วยดูแล และติดต่อประสานงานให้
 พอคุณแม่ดิฉันฟื้นจากการหมดสติ แอร์โฮสเตสและนักบินก็เดินผ่านไปหน้าตาเฉย ไม่เข้ามาถามหรือขอโทษ เขาเดินผ่านไปเหมือนไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น เสียดายที่มัวแต่เป็นห่วงคุณแม่ จึงไม่ทันได้ดูชื่อแอร์โฮสเตสไว้ พวกเธอน่าจะมีจรรยาบรรณในหน้าที่รับผิดชอบมากกว่านี้
 บริษัท แอร์เอเชีย ควรจะปรับปรุงบริการ อยากให้ผู้บริหารแอร์เอเชียติดตามเรื่องด้วย
จันทนา
หมายเหตุ
 ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ แอร์เอเชีย ชี้แจงว่า หากผู้โดยสารต้องการใช้รถเข็นนั่ง ต้องแจ้งพนักงานที่เคาน์เตอร์เช็กอิน เสียค่าบริการจุดละ 129 บาท ทั้งขาขึ้นและขาลง หากต้องการนั่งแถวหน้าติดประตู ก็ต้องติดต่อพนักงานก่อนขึ้นเครื่อง 24 ชั่วโมง และเสียค่าบริการเพิ่ม 250 บาทต่อที่นั่ง ทั้งไปและกลับเช่นกัน
 หากผู้โดยสารต้องการจะร้องเรียนการให้บริการของแอร์เอเชีย ต้องเข้าไปร้องเรียนในเว็บไซต์ของแอร์เอเชียเท่านั้น
 โดยแจ้ง ชื่อ-นามสกุล วัน-เวลาเดินทาง บุ๊กกิ้งนัมเบอร์ และชื่อพนักงานที่ต้องการร้องเรียน แอร์เอเชียจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และแจ้งให้ทราบทางอีเมลเท่านั้น
ลุงแจ่ม