ไลฟ์สไตล์

อภิสิทธิ์ปาฐกถางานประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ

อภิสิทธิ์ปาฐกถางานประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ

16 ธ.ค. 2552

ที่องค์การสหประชาชาติ เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 16ธ.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นองค์ปาฐกในหัวข้อ "โอกาสและความท้าทายต่อสุขภาวะจากวิกฤตซ้ำซ้อน" ในการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2552 ณ ห้องประชุมเอสแคปฮอล์ล อาคารสหประชาชาติ ถนนร

ทั้งนี้ จะมีการพิจารณา 11 ประเด็นใหญ่ ที่จะผลักดันสู่การเป็นนโยบายสาธารณะ ได้แก่ 1. การแก้ไขปัญหาเด็ก เยาวชน ครอบครัว 2. การรับมือโรคติดต่ออุบัติใหม่ 3. การจัดระบบดูแลผู้สูงอายุ 4. การปฏิรูประบบสุขภาพไกลบ้าน 5. การกำจัดขยะอันตรายจากชุมชน 6. การยกมาตรฐานแพทย์แผนไทย 7. การลดอุบัติเหตุบนท้องถนน 8. การยุติการส่งเสริมการขายยาที่ขาดจริยธรรม 9. การจัดการภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน 10. การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นโยบายแอลกอฮอล์ระดับชาติ และ 11. การผลักดันแผนพัฒนาภาคใต้

 นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวปาฐกในหัวข้อ "โอกาสและความท้าทายต่อสุขภาวะจากวิกฤตซ้ำซ้อน" ว่า กระบวนการสมัชชาสุขภาพที่ผ่านการมีส่วนร่วมของกลุ่มเครือข่ายทั่วประเทศ ที่ได้ดำเนินการมาถือเป็นกระบวนการที่จะสะท้อนให้เห็นถึงนวัตกรรม หรือความสร้างสรรค์ในการทำให้ประชาชนจากทุกภาคส่วน ได้มีส่วนร่วมในการจัดทำนโยบายสาธารณะ และรูปแบบที่ได้มีการผลักดันมาจนถึงทุกวันนี้ ได้ถูกนำไปเป็นแบบอย่างที่หลายประเทศต้องการจะศึกษา เพราะสะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าในเชิงความคิด ในเชิงโครงสร้าง รวมไปถึงความสำเร็จที่ได้ทำมา ในแง่ของการสนับสนุนนโยบายสาธารณะและระบบสุขภาพของประชาชน

 ดังนั้น จึงหวังว่า ผู้ที่มีส่วนร่วมทุกคนจะช่วยให้กระบวนการนี้เป็นกระบวนการที่มีความเข้มแข็ง สร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์กับประชาชนต่อไป

 นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับผลของการประชุมสมัชชาอย่างจริงจัง แม้ว่าจะไม่สามารถผลักดันทุกเรื่องได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ให้ความสำคัญให้น้ำหนักและจะติดตามดูแล สิ่งใดที่ยังเป็นปัญหาเป็นอุปสรรคก็จะมีการแลกเปลี่ยน มีการชี้แจงด้วยเหตุด้วยผล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงบประมาณเรื่องของหลักประกันสุขภาพ ปัญหาการเข้าถึงยา ปัญหาในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์กับคนไข้ และปัญหาอื่น ๆ ซึ่งเป็นเรื่องท้าทายอีกมาก

 ทั้งนี้ รัฐบาลได้รับแนวคิดจากสมัชชา จากการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ และนำไปเป็นแนวทางในการบริหารจัดการให้เกิดความสมดุลได้หลายต่อหลายเรื่อง ไม่เพียงเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนโยบายภายในประเทศของเรา แต่ในบางประเด็น เช่น เรื่องของการเข้าถึงยาก็ดี หรือเรื่องของโรคเอสด์ก็ดี เราได้มีความพยายามที่จะนำหลักคิดเหล่านี้ไปใช้ในการดำเนินการพูดคุย เจรจาแลกเปลี่ยนกับองค์กรระหว่างประเทศ หรือบรรษัทข้ามชาติ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ดีด้วย

 นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอตั้งข้อสังเกตในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการและกลไกว่า เรายังคงจะต้องทำงานกันอีกในแง่ของการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ความยอมรับนับถือ และมีกระบวนการที่จะทำให้เราสามารถมีข้อมูลที่เป็นข้อมูลร่วม เพื่อที่จะให้งานที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐและเอกชนนั้น สามารถก้าวเดินไปได้อย่างราบรื่น แต่ต้องยอมรับว่า มีหลายปัญหาซึ่งกระทบกับสุขภาพของประชาชน และยังมีมุมมองที่แตกต่างกันไประหว่างภาคราชการ ภาคธุรกิจเอกชน ภาคประชาสังคม หรือชุมชน

 อีกทั้งหลายปัญหาที่แก้ได้ยาก เพราะเกิดจากความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน ความหวาดระแวงไม่ว่าจะเป็นในการใช้ข้อมูล ใช้ตัวเลข ตรวจสอบหรือแม้กระทั่งมีความสงสัยในเรื่องของเจตนาของการดำเนินการแต่ละฝ่าย ตรงนี้ยังเป็นอุปสรรคสำคัญในการแก้ปัญหาหลายปัญหา

 ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า ในส่วนของรัฐบาลและภาคราชการนั้นจะพยายามทำทุกอย่าง เพื่อปรับทัศนคติ มุมมอง วิธีการทำงานของภาคราชการเอง ให้สามารถที่จะทำงานในฐานะที่เป็นหุ้นส่วนกับภาคอื่น ๆ ได้ แต่ต้องขอความร่วมมือจากตัวแทนเครือข่ายของภาคประชาชนเช่นเดียวกัน ซึ่งหวังว่า ถ้าเราสามารถปรับปรุงตรงนี้ได้ ก็จะทำให้หลายปัญหาที่ยังคั่งค้างอยู่นั้นสามารถเดินต่อไปได้

 นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งสำคัญในการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 2 ในวันนี้ คือเมื่อกลไกของเรามีความเข้มแข็งระดับหนึ่งแล้ว ประเด็นในเรื่องของเนื้อหาสาระและการจัดลำดับความสำคัญของประเด็นนโยบายสาธารณะที่มีผลกระทบต่อสุขภาพควรจะเป็นหัวใจของการดำเนินงานในขั้นต่อไป ซึ่ง 1 ปีที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่เฉพาะประชาชนคนไทย แต่ว่าชาวโลกต้องเผชิญกับสิ่งท้าทายจากสิ่งที่เรียกว่า วิกฤตซ้ำซ้อนหลายวิกฤต

 "ปัญหาเศรษฐกิจอาจจะเป็นปัญหาที่ได้รับความสนใจมากที่สุด และอาจจะดูว่ามีการคลี่คลายไปในระดับหนึ่งแล้ว แต่ข้อเท็จจริงคือทุกครั้งที่เกิดปัญหาวิกฤต ปัญหาที่เป็นปัญหาในเชิงโครงสร้าง ปัญหาพื้นฐานจะถูกนำออกมาให้ประชาชนได้เห็นได้สัมผัสด้วยตัวเองอย่างเด่นชัดมากขึ้น เช่น โครงสร้างของความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้น เช่น ความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการการพัฒนา การใช้ทรัพยากร เป็นต้น ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่ยังจำเป็นจะต้องมีการดำเนินการช่วยกันแก้ไขอย่างต่อเนื่องต่อไป"

 นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ในกรณีของประเทศไทยก็เหมือนกับหลายประเทศ ในการที่จะปรับตัวเข้าสู่การเป็นสังคมเมือง สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งล้วนแล้วแต่ยังเป็นปัญหาที่ต้องการคำตอบ ในเชิงการปรับเปลี่ยนนโยบายสาธารณะด้วยกันทั้งสิ้น ไม่นับว่ากรณีของประเทศไทยนั้น ก็ยังมีวิกฤตการณ์ความขัดแย้งในทางความคิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิกฤตการณ์ในทางการเมือง ซึ่งเป็นอุปสรรคในการแก้ไขปัญหาหรือในการที่จะพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ซึ่งหมายรวมถึงเรื่องของระบบสุขภาพด้วย

 “ยกตัวอย่างเช่น กรณีที่เกิดขึ้นที่มาบตาพุด เป็นตัวสะท้อนที่ดีถึงช่องว่างที่ยังมีอยู่ จากมุมมองในเรื่องของผู้ที่ต้องการเห็นการพัฒนา การสร้างโอกาส สร้างรายได้ สร้างอาชีพ ด้วยกระบวนการพัฒนาอุตสาหกรรมกับผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากชุมชน และผู้ที่ต้องการที่จะแสวงหาทางเลือกที่สามารถที่จะได้ความสมดุล ก็คือการสร้างโอกาสให้กับประชาชนบนพื้นฐานของการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการมีมาตรการในการป้องกันแก้ไขปัญหาที่ดี มีประสิทธิภาพ เชื่อถือได้ และรัฐบาลพยายามที่จะคลี่คลายปัญหานี้โดยเร็วที่สุด” นายกรัฐมนตรีกล่าว

 นายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงความเชื่อมั่นว่า ไม่มีความท้าทายใดที่ความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจของทุกภาคส่วนในสังคมไม่อาจก้าวข้ามหรือแก้ไขได้ จึงหวังว่า เมื่อก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 หลังจากที่เรามีกฎหมายและได้มีประสบการณ์ในการใช้กลไกในเชิงสร้างสรรค์แล้ว การประชุมใน 3 วันจากนี้ไป ก็จะได้หยิบยกประเด็นปัญหาทั้งหลาย เพื่อที่จะเป็นประโยชน์กับรัฐบาล ภาคเอกชน และภาคประชาชนเอง ในการร่วมกันสร้างระบบสุขภาพที่ดีสำหรับประชาชนคนไทยในอนาคตต่อไป

 ทั้งนี้ ความท้าทายจะมีมาอีกอยู่ตลอดเวลา เราอย่าไปคาดคิดว่า ปัญหาที่เราเผชิญอยู่แก้แล้วจะหมดไป โรคอุบัติใหม่ โรคอุบัติซ้ำ ปัญหาที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีใหม่จะมีอยู่ตลอดเวลา แต่สิ่งสำคัญที่สุดวันนี้คิดว่า เรากำลังก้าวเข้าสู่การมีกลไกที่ดี ที่สามารถจะรับมือได้กับทุกปัญหา

 ดังนั้น จึงหวังว่า จะเห็นสมัชชาแห่งนี้เป็นแบบอย่างที่ดีของกระบวนการในการแก้ไขปัญหาทุกปัญหา ซึ่งวันข้างหน้าอาจจะไปเกินเลยกว่าเพียงแค่เรื่องของสุขภาวะและระบบสุขภาพ และขอยืนยันว่า รัฐบาลพร้อมที่จะรับผลและข้อมติต่าง ๆ เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาอย่างจริงจัง เพื่อผลักดันให้เกิดประโยชน์สุขกับประชาชนคนไทยทุกคน