ไลฟ์สไตล์

ศธ.จี้สภาฯปทุมวัน-อุเทนฯแก้ปัญหาภายใน3ด.

ศธ.จี้สภาฯปทุมวัน-อุเทนฯแก้ปัญหาภายใน3ด.

16 ธ.ค. 2552

"ชัยวุฒิ"ร่อนหนังสือถึงสภามหาวิทยาลัยแก้ปัญหานศ.อุเทน-ปทุมวันขัดแย้งภายใน 3 เดือนต้องเห็นผล นายกสภาปทุมวันนัดถกแก้ไขปัญหาในวันที่ 22 ธ.ค.นี้

(16ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้ากรณีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รัฐมนตรีว่าการศึกษาธิการ(ศธ.)ให้นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์    รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมช.ศธ.) เป็นผู้ดูแลแก้ปัญหานักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ตะวันออก วิทยา เขตอุเทนถวาย และ สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน โดยให้นายชัยวุฒิ ส่งหนังสือถึงสภามหาวิทยาลัยทั้ง 2 แห่ง เป็นลายลักษณ์อักษร ให้เข้ามาร่วมกับฝ่ายบริหารของมหาวิทยาลัยในการแก้ไขปัญหานี้ พร้อมทั้งหามาตรการอื่นๆที่เห็นสมควรในการจัดการเรื่องนี้

ล่าสุดวันนี้(16ธ.ค.) นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมช.ศธ. เปิดเผยว่า ได้ส่งหนังสือเป็นทางการถึงนายกสภามหาวิทยาลัย มทร.ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย และ นายกสภาสถาบันเทคโนโลยีปทมุวัน แล้ว โดยขอให้สภามหาวิทยาลัยทั้ง 2 แห่ง เข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหานี้โดยด่วน และให้เห็นผลในทางปฏิบัติภายใน 3 เดือน และให้รายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ให้ทราบเป็นระยะๆทุกสัป ดาห์ และเบื้องต้นจะให้ สกอ.ส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมแก้ไขปัญหากับทั้ง 2 มหาวิทยาลัยอย่างใกล้ชิด เพื่อวางมาตรการแก้ไขปัญหาทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะบางกรณีก็เกิดจากบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่นักศึกษาของมหาวิทยาลัย

 นายวีรวร สิทธิธรรม นายกสภาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน กล่าวว่า สภาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันได้กำหนดจะประชุมกันในวันที่ 22 ธ.ค. โดยจะมีการหารือวาระเร่งด่วน คือมาตรการในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน และมทร.ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ด้วยโดยสภาฯ จะได้รับฟังวิสัยทัศน์และแนวทางในการแก้ปัญหาของนายวิศิษฏ์ ประทุมสุวรรณ อธิการบดีคนใหม่ ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมาด้วย

 อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าปัญหาความขัดแย้ง 2 สถาบัน แก้ได้ไม่ยาก หากผู้ใหญ่ทำงานจริงจัง ซึ่งในส่วนของสภาฯ เป็นเพียงฝ่ายนโยบายทำได้เพียงให้ข้อแนะนำกำกับดูแล แต่ในส่วนของฝ่ายบริหารคือ อธิการบดี คณบดี ครู อาจารย์ จะต้องเอาใจใส่ปัญหา จะบอกว่าไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้

 "ผมเห็นด้วยกับรมว.ศธ.ที่ระบุว่าจริงๆ แล้วเด็กไม่ดีมีไม่กี่คน เด็กดีมีมากกว่า  การปิดสถาบันไม่ใช่แนวทางแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง เพราะหากเป็นเช่นนั้น อาจารย์ นักศึกษาจะไปอยู่ไหน ดังนั้นต้องมาดูว่าสาเหตุอยู่ที่ไหน เพื่อหาทางแก้ปัญหา เท่าที่ผมอยู่ในตำแหน่งมา  5 เดือน พบช่องว่างเยอะมาก  ต่อไปคงต้องช่วยกันพูดความจริง  ปัญหาอยู่ตรงไหนก็ต้องพูดกันตรงๆ ไม่เช่นนั้นก็แก้ปัญหาล้มเหลวเหมือนที่ผ่านมา" นายวีรวร กล่าว