ไลฟ์สไตล์

กาแฟ-ชาอาจช่วยลดเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานได้

กาแฟ-ชาอาจช่วยลดเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานได้

15 ธ.ค. 2552

นักวิจัยชาวออสเตรเลียได้ทำการศึกษาผู้บริโภคกาแฟเป็นกิจวัตรประจำวัน พบว่า 7 เปอร์เซนต์ของคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ มีความเสี่ยงน้อยต่อการเกิดโรคเบาหวานชนิดไม่พึ่งพาอินซูลิน (Non-Insulin Dependent Diabetes Mellitus (NIDDM)

 โดยกาแฟที่ทำการวิจัยนี้ รวมถึงกาแฟและชาที่ไม่มีคาเฟอีนเป็นส่วนประกอบ ซึ่งพบว่า สามารถลดความเสี่ยงได้เช่นเดียวกัน

นอกจากนี้นักวิจัยจากสมาคมมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา ยังรายงานผลไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า กาแฟยังช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้ด้วย แต่ยังมีผลการศึกษาวิจัยอื่นที่พบว่ากาแฟนั้นมีส่วนในการยับยั้งการทำงานของตับด้วย ซึ่งนักวิจัยให้คำแนะนำเกี่ยวกับการบริโภคกาแฟไว้ว่าการลดปริมาณคาเฟอีน เป็นผลดีต่อสุขภาพของผู้บริโภคอย่างแน่นอน

จากผลการศึกษาพบว่า คนที่ดื่มกาแฟจำนวน 3-4 แก้วต่อวัน จำนวน 25 เปอร์เซนต์ มีความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน มากกว่าคนที่ไม่ดื่มหรือคนที่ดื่มสองแก้วต่อวัน แต่ถ้าดื่มวันละแก้วทุกวันสามารถหยุดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานได้ถึง 7 เปอร์เซนต์ แต่กาแฟประเภทไม่มีคาเฟอีนนั้นให้ผลตรงข้ามกัน เพราะถ้าดื่มกาแฟไร้คาเฟอีน 3 - 4 แก้วต่อวัน จะลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานได้มากกว่าผู้ที่ไม่ดื่มกาแฟถึง 1 ใน 3 และถ้าดื่ม3 - 4 แก้วต่อวันจะลดความเสี่ยงของการเกิดโรคได้ถึง 1 ใน 5 เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่เคยดื่มชาเลย

แต่นักวิจัยไม่สามารถประเมินจำนวนแก้วต่อการลดความเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานได้เพราะข้อมูลในการศึกษายังไม่เพียงพอ พวกเขาเชื่อว่าองค์ประกอบของอาหารเช่น แมกเนเซี่ยมลิกนันส์ หรือไฟโตเอสโตรเจน และโคโรเจนิก แอซิด เป็นสิ่งสำคัญที่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด และการหลั่งของอินซูลิน กาแฟหรือชาอาจมีผลต่อการลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน
แต่นอกจากการดื่มชาหรือกาแฟแล้ว คุณยังต้องระวังเรื่องของอาหารและการออกกำลังกายด้วย