ไลฟ์สไตล์

สธ.เตือนบ.เบียร์ดังทำปฏิทินหวิวแจกปีใหม่ผิดกม.

สธ.เตือนบ.เบียร์ดังทำปฏิทินหวิวแจกปีใหม่ผิดกม.

15 ธ.ค. 2552

สธ. เตือน บริษัทเบียร์ยี่ห้อดังทำปฏิทินหวิวแจกปีใหม่ผิด กม. พร้อมถามหาความเหมาะสมใช้เพศแม่โฆษณาสินค้า ชี้ใช้วิกฤตเป็นโอกาส จี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง วธ. – พม.-องค์กรสิทธิสตรี แก้ปัญหา

(15ธ.ค.)  นพ.สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)  กล่าวถึงกรณีที่มีบริษัทเบียร์ยี่ห้อดังรายหนึ่ง ทำการประชาสัมพันธ์เผยแพร่นางแบบ นักกีฬา และไฮโซชื่อดัง ร่วมกันถ่ายภาพแนวเซ็กซี่เพื่อจัดทำปฏิทินแจกให้กับลูกค้าในช่วงเทศกาลปีใหม่

 และได้มีการเผยแพร่ภาพทางเว็บไซต์ซึ่งปรากฏโล้โก้เบียร์ชัดเจนว่า การจัดทำปฏิทินเพื่อให้กับลูกค้าในช่วงปีใหม่เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณ ถือเป็นกรณีการลด แลก แจก แถม การให้ของสมนาคุณ ซึ่งเป็นการกระทำต้องห้าม ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มาตรา 12 แต่หากในปฏิทินดังกล่าวปรากฏโลโก้สินค้า ก็จะเข้ากระทำผิดมาตรา 32 วรรค 2 ด้วย ที่กำหนดห้ามโฆษณาโลโก้ ตราสัญลักษณ์ใด ๆ ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และตามกฎหมายจะอนุญาตให้บริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประชาสัมพันธ์ได้เฉพาะที่เป็นการให้ข้อมูลข่าวสารเท่านั้น

 การถ่ายปฏิทินเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนในลักษณะดังกล่าว ต้องย้อนถามไปยังบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ว่า เป็นการให้ความรู้อย่างไร สร้างสรรค์หรือไม่ ซึ่งหากบริษัทใดกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นการทำผิดกฎหมาย ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 500,000 บาท นอกจากนี้ยังสั่งปรับรายวันอีกไม่เกินวันละ 50,000 บาท จนกว่าจะยุติการเผยแพร่

 นพ.สมาน กล่าวว่า การแจกปฏิทินของบริษัทดังกล่าว ได้เคยทำในลักษณะนี้เมื่อปี 2551 ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้เคยแจ้งเตือนไปแล้ว และมองในแง่ดีกว่ายังรู้ไม่เท่าทันกฎหมาย แต่หากยังไม่ยุติการเผยแพร่ กระทรวงสาธารณสุขคงต้องแจ้งความเพื่อให้มีการลงโทษตามกฎหมาย ส่วนที่ยังมีการกระทำผิดซ้ำในปีนี้นั้น กระทรวงสาธารณสุขก็จะมองในแง่ดีเช่นกัน และขอให้บริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยุติการประชาสัมพันธ์ในลักษณะดังกล่าว

 “การที่มีการแจกปฏิทินซ้ำอีกในปีนี้ หมอไม่ได้มองว่าเป็นการท้าทาย เพียงแต่มองว่าอาจเป็นเจตนาที่ไม่ตรงกัน ซึ่งบริษัทเบียร์อาจแค่ต้องการขอบคุณลูกค้า การโฆษณาตรงและโฆษณาแฝงเพื่อกระตุ้นให้สินค้าขายดีมากขึ้น ขณะที่ทางกระทรวงสาธารณสุขมีเจตนาเพียงแค่ต้องการคุ้มครองลูกหลานเท่านั้น และต้องใช้กฎหมายและให้ศาลเป็นผู้ตัดสินในที่สุด” นพ.สมาน กล่าว และว่า

 ตั้งแต่ที่มีการนำเสนอการแจกปฏิทินของบริษัทเบียร์ ก็มีคนโทรศัพท์เข้ามาสอบถามจำนวนมากว่าผิดกฎหมายหรือไม่ แต่ประเด็นที่ตนอยากพูดถึงคือว่า เหมาะสมหรือไม่ที่นำเพศหญิงซึ่งเป็นเพศแม่มาโฆษณาสินค้าในลักษณะนี้ และถือเป็นโอกาสที่ดีที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และองค์กรสิทธิสตรี ต้องช่วยกันแก้ไขปัญหานี้ เรียกว่าเป็นการใช้วิกฤติเป็นโอกาส    

 ต่อข้อซักถามว่า กรณีที่มีการเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซด์ของสื่อสิ่งพิมพ์ เว็บไซต์ที่เผยแพร่จะถือว่ามีความผิดด้วยหรือไม่ นพ.สมาน กล่าวว่า ตามกฎหมายระบุว่า ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณา เผยแพร่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อให้คนเห็นหรือได้ยิน ดังนั้นหากมีการเผยแพร่ทางเว็บ เจ้าของเว็บไซด์ที่เผยแพร่จึงต้องเป็นจำเลยที่ 1 จากนั้นจะติดตามสอบสวนว่าใครเป็นผู้สนับสนุน โดยทางกระทรวงสาธารณสุขจะร้องไปยังพนักงานสอบสวนดำเนินการต่อไป ซึ่งในกรณีสื่อสิ่งพิมพ์ที่ลงรูปหากปรากฎโลโก้เบียร์ก็ต้องดำเนินการเช่นกัน

นักวิชาการระบุกลยุทธ์ขายเหล้ายี่ห้อดังจงใจเย้ยกฎหมาย

 ดร.นิษฐา หรุ่นเกษม อาจารย์สาขาวิชานิเทศศาสตร์ สถาบันราชภัฎพระนคร กล่าวว่า บริษัทเบียร์ดังกล่าวเป็นบริษัทใหญ่มีนักตลาด นักโฆษณาชั้นหัวกะทิอยู่หลายคน จึงน่าสังเกตว่าการเปิดตัวปฎิทินชุด “Body Paint” ย่อมรู้ดีว่าอาจผิดกฎหมาย แต่เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ถูกวางแผนไว้แล้วโดยจงใจจะท้าทายกฎหมายเพื่อล่อเป้า จับคู่ชนกับภาครัฐและองค์กรภาคประชาชน เพราะรู้อยู่แล้วว่า เมื่อทำออกมาจะต้องถูกต่อต้าน ถูกวิจารณ์อย่างกว้างขวาง แล้วเรื่องจะกลายเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ที่คนต้องพูดถึงกัน ผลักให้กระแสของเบียร์ให้พุ่งขึ้น ซึ่งจุดกระแสติดล้วปฎิทินชุดนี้แทนที่จะแจกตามร้านค้า หรือลานเบียร์ ก็ไม่ต้องทำเพราะกระแสจะดึงให้คนจะเข้าไปดูตามเว็ปไซต์ ส่งฟอร์เวิดเมลล์ต่อๆกันไป

 ดร.นิษฐา กล่าวด้วยว่า การใช้ภาพลักษณ์ความเซ็กซี่ของผู้หญิงมาเป็นจุดขายให้กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นับเป็นการทำการตลาดที่ไม่รับผิดชอบต่อสังคม เป็นการกระตุ้นการบริโภคให้เกิดกับคนทุกวัย ซึ่งที่น่าเป็นห่วงคือกลุ่มเยาวชน เพราะมีผลสำรวจ ของ ร.ศ.พ.ญ.ดร.สาวิตรี อัษณางค์กรชัย อาจารย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่เคยสำรวจทัศนคติทางบวกของการดื่มสุราของนักเรียนพบว่า ร้อยละ 50 มองว่าการดื่มเหล้าช่วยเพิ่มโอกาสในการมีเพศสัมพันธ์ ขณะที่อีกจำนวนไม่น้อยเห็นว่าการดื่มเหล้าเบียร์จะช่วยสร้างความเซ็กซี่มากขึ้น ซึ่งความคิดเหล่านี้มาจากภาพลักษณ์ที่บริษัทเหล้าเบียร์สร้างขึ้น

 ขณะที่ นายจะเด็จ เชาว์วิไล ผู้จัดการมูลนิธิเพื่อนหญิง กล่าวว่า การออกปฎิทินโดยใช้ผู้หญิงในภาพลักษณ์ที่วาบหวิว เป็นเครื่องมือกระตุ้นยอดขายเหล้าเบียร์นั้น ตนมองไม่ใช่ศิลปะ แต่ส่อไปในทางอนาจาร เป็นการยั่วยุทางเพศ ที่มีแนวโน้มจะนำไปสู่ความรุนแรงทางเพศ จากสถิติกรณีปัญหาความรุนแรงทางเพศที่มูลนิธิดูแลอยู่นั้น ส่วนหนึ่งมีต้นตอมาจากสื่อลามกที่ยั่วยุเช่นนี้ นอกจากนี้การส่งเสริมการขายเหล้าเบียร์ยังขัดต่อ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ออกมาบังคับใช้ เมื่อปี 2551 ซึ่งเมื่อปีที่แล้วเบียร์ดังกล่าวทำผิดมาแล้วครั้งหนึ่งโดยการพยายามออกปฎิทินวาบหวิว ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สอง เป็นการทำผิดซ้ำสอง ถ้าผู้มีอำนาจไม่จัดการอย่างเด็ดขาดเท่ากับว่ากลุ่มทุนยักษ์ใหญ่สามารถอยู่เหนือกฎหมายได้

 “ที่ผ่านมามีเพียงเจ้าหน้าที่ตัวเล็กๆอย่าง น.พ.สมาน ฟูตระกูล ผ.อ.สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เท่านั้นที่พยายามสู้ แต่เมื่อสิงห์ ทำผิดกฎหมายสองครั้ง โดยไม่สะทกสะท้าน ภาครัฐจะปล่อยให้ข้าราชการตัวเล็กๆต่อสู้เพียงลำพังไม่ได้แล้ว ขอเรียกร้องให้นายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข ที่รับผิดชอบ ต้องเอาผิดให้ได้เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับกลุ่มอื่น นอกจากนี้สังคมก็ต้องออกมาประนามบริษัทสุรา ที่ไม่เคารพกฎหมาย โดยเฉพาะสิงห์ อ้างว่าทำดีเพื่อสังคมมาตลอด 75 ปี แต่สิ่งที่ปฎิบัติกลับเป็น 75 ปีที่ละเมิดกติกาของสังคมมากกว่า”นายจะเด็จ กล่าว