ไลฟ์สไตล์

รังสรรค์เศษผ้าเป็นที่"คาดผม"
งานฝีมือคนตจว.สู่ตลาดเมืองกรุง

รังสรรค์เศษผ้าเป็นที่"คาดผม" งานฝีมือคนตจว.สู่ตลาดเมืองกรุง

16 ธ.ค. 2552

หากใครได้ไปเดินเที่ยวชมงานฉลองวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัยมหาสารคาม ปี 2552 จะต้องสะดุดตากับร้านขายกิ๊ฟช็อปเล็กๆ ที่ไม่มีแม้กระทั่งชื่อร้าน แต่มีผู้คนห้อมล้อมอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง เพราะสนใจในผลิตภัณฑ์ที่ "คาดผม" ซึ่งประดิษฐ์มาจากเศษผ้าที่มีสีสันสดใส โดยเฉพา

 “บัวบูชา จันอ่ำ” เจ้าของร้านวัย 25 ปี เล่าให้ฟังว่า เรียนจบปริญญาตรี คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ด้วยมีโรคประจำตัว สุขภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวย เมื่อเรียนจบจึงอยู่บ้านเฉยๆ แต่ความที่เป็นคนสนใจเกี่ยวกับแฟชั่นการแต่งตัวของวัยรุ่นเป็นทุนเดิม บวกกับพอมีฝีมือในการเย็บปักถักร้อยอยู่บ้าง จึงเกิดความคิดจะหารายได้เข้ากระเป๋า เริ่มต้นจากการนำเศษผ้ามานั่งตัดเล่นๆ ตามจินตนาการ แล้วให้เพื่อนนำไปขาย ซึ่งได้รับความสนใจมาก ทำให้มียอดขายดีขึ้นเรื่อยๆ จึงทำขายอย่างเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา

 ผลิตภัณฑ์ที่คาดผมฝีมือของบัวบูชานั้น มี 2 แบบ คือ แบบมีโครงพลาสติกและแบบที่ไม่มีโครง แบบที่มีโครงเธอจะสั่งซื้อโครงราคาโหลละ 30 บาท จากนั้นก็นำผ้าสีสันต่างๆ มาพันรอบตามโครงแล้วประดิษฐ์ดอกไม้หรือโบหลากสีสันหลายแบบมาตกแต่งให้สวยงาม ส่วนแบบที่ไม่มีโครงก็จะตัดผ้าให้ยาวเส้นละ 1 เมตร แล้วนำผ้าที่ตัด 3 เส้นมาถักรวมกันในแบบต่างๆ ให้เป็นเส้นเดียวกันเพื่อความเหนียวแน่นและคงทน จากนั้นก็นำดอกไม้ หรือโบที่ประดิษฐ์จากเศษผ้ามาตกแต่งให้สวยงามเช่นกัน 

 "ช่วงแรกกระแสตอบรับไม่ค่อยดี เพราะที่คาดผมตามท้องตลาดทั่วไปมีมากมายหลากรูปแบบ แต่ความที่ได้คัดเลือกสรรผ้าที่ดี มีคุณภาพ มาเป็นวัสดุในการทำ อีกทั้งทำด้วยมือ (แฮนด์เมด) จึงมีความละเอียดและคงทนมากกว่าที่คาดผมตามท้องตลาด บวกกับมีการออกแบบให้เข้ากับการแต่งตัวในทุกสไตล์ของวัยรุ่น ลูกค้าสามารถเลือกเฉดสีให้เข้ากับชุดที่สวมใส่ได้ง่ายจนเป็นที่ถูกใจลูกค้า"

 ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นบุคคลทั่วไป รวมทั้งกลุ่มนิสิต นักศึกษา โดยจะขายตามตลาดนัดในเมืองมหาสารคาม และงานออกร้านทั่วไป ตอนนี้หลักๆ คือทำส่งให้เพื่อนไปขายที่ตลาดนัดจตุจักรและสยามพารากอน กรุงเทพฯ ซึ่งจะเน้นผลิตสินค้าในรูปแบบที่ทันสมัย ใช้งานได้อย่างคุ้มค่า

 "ลูกค้าส่วนใหญ่จะประสบปัญหาโครงที่คาดผมเปราะหักง่าย ผ้าที่นำมาตกแต่งเมื่อโดนน้ำก็หลุดลุ่ย จึงทำให้บางคนต้องซื้อ 3-4 อัน แต่ของเราจะเน้นความคงทน ความสวยงามทันสมัยตามกระแสความนิยมของวัยรุ่น ขณะที่ผู้ใหญ่ก็ใช้ได้เช่นกัน ตรงนี้จึงเป็นที่ถูกใจของลูกค้า บางคนจะชวนเพื่อนมาซื้อหรือบอกต่อกันไปเรื่อยๆ โดยที่เราไม่ต้องโฆษณาอะไร” บัวบูชา บอกถึงข้อดีของผลิตภัณฑ์ที่คาดผมของเธอ  

 พร้อมยอมรับว่า ปัจจุบันมียอดสั่งทำเป็นจำนวนมาก จนสมาชิกในครอบครัวต้องมาฝึกหัดทำเพื่อจะช่วยให้ทันตามที่ลูกค้าต้องการ จนกลายเป็นกิจการเล็กๆ ของครอบครัวในที่สุด ทั้งนี้ บัวบูชาบอกว่าผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นงานที่สมาชิกร่วมกันทำนั้น จะต้องคงมาตรฐานเดิมไว้คือ มีความประณีต คงทนต่อการใช้งาน และที่ลืมไม่ได้คือต้องมีความทันสมัย โดนใจวัยรุ่น โดยสนนราคาอันละ 29 บาท แต่หากซื้อ 2 อัน คิดที่ 50 บาท ทำให้เปิดตลาดแต่ละวันเธอมีรายได้เฉลี่ยวันละ 2,000 บาท

 หากท่านใดสนใจอยากสอบถามข้อมูลในการประกอบอาชีพ หรือสนใจสั่งสินค้าเพื่อไปจำหน่าย ติดต่อได้ที่คุณบัวบูชา จันอ่ำ บ้านเลขที่ 331 หมู่ 1 ต.ท่าขอนยาง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม 44150 หรือโทร.08-3405-4818

"ปริศนา มะลิซ้อน"