
ฮอนด้า อาซิโม ซูเปอร์ไอเดียจินตนาการคือพลังพัฒนาชาติ
ผมชอบผลงานของผมมากที่สุดครับ น้ำเสียงฉะฉานถ่ายทอดความรู้สึกภาคภูมิใจหลุดจากปากของ น้องฉัตร ธาราฉัตร นักเรียนชั้น ป.3 ร.ร.เซนต์คาเบรียล ทันที หลังจากชมการนำเสนอความคิดของตัวแทนเด็กญี่ปุ่นและเวียดนาม
ในงานฮอนดา ซูเปอร์ไอเดีย ครั้งที่ 8 ที่บริเวณชั้นล่างสำนักงานใหญ่ บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ เมืองอาโอยามา ประเทศญี่ปุ่นเสร็จสิ้น ซึ่งเขาไม่ได้ยกยอตัวเอง เพราะหลังจากที่ น้องฉัตร นำเสนอแนวคิดสู่สิ่งประดิษฐ์ใหม่ในอนาคตแล้วเสร็จ เสียงปรบมือสนั่น ตามด้วยการยกมือตั้งคำถามอย่างสนใจจากเด็กญี่ปุ่น และเมื่อหยั่งเชิงถามเด็กเวียดนามได้คำตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า “ชอบหุ่นยนต์อาซิโม” มากที่สุด
"อาซิโม" เป็นผลงานความคิดของน้องฉัตร เจ้าของรางวัลชนะเลิศระดับชั้น ป.1-3 จากโครงการฮอนด้า อาซิโม ซูเปอร์ไอเดีย คอนเทสต์ ครั้งที่ 5 จนได้เป็นตัวแทนเด็กไทยไปนำเสนอผลงานที่ประเทศญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 26 พฤศจิกายน -1 ธันวาคม 2552 ร่วมกับเพื่อนที่คว้ารางวัลรองชนะเลิศ 2 คน คือ น้องจินนี่-นิชาภัทร เพ็ชรสงค์ ชั้น ป.2 ร.ร.เซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ น้องเพลิน เมธีกุล ชั้นป.3 ร.ร.สาธิตแห่งมหสวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวมถึง ผู้ชนะและรองชนะเลิศ ระดับป.4-6 อีก 3 คน ได้แก่ น้องพีร สัตย์เพริศพราย ชั้นป.4 ร.ร.แสงโสม น้องพิณ-พุทธิชา พรหมเพชร ชั้นป.6 ร.ร.ทรงวิทย์ศึกษา และ น้องสายไหม-ธัญจิรา วิมลอนุพงษ์ ชั้นป.6 ร.ร.สาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
น้องฉัตร ขึ้นเวทีอวดผลงาน อาซิโมที่เป็น “หุ่นยนต์ทำลายไข้หวัด” ว่า จุดประกายเริ่มแรกของความคิดที่จะทำหุ่นยนต์นี้ เกิดขึ้นจากการที่เพื่อนในโรงเรียนป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จำนวนมากจนต้องปิดโรงเรียนและเขาไม่ได้เรียนวิชาที่ชอบ โดยหุ่นยนต์ตัวนี้ ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ 1.ไฟฉายตรวจหาและกลืนเชื้อโรค โดยจะทำหน้าที่ตรวจหาเชื้อโรคในกระเพาะแล้วดูดเข้าไป 2.ปลดปล่อยรังสีและทำลายเชื้อโรค เชื้อโรคที่ถูกดูดเข้ามา หุ่นยนต์จะปลดปล่อยรังสีเพื่อทำลาย และ3.ห้องทำลายและกักเก็บเชื้อโรค สำหรับเชื้อโรคที่ยังมีชีวิตรอดจะถูกทำลายอีกครั้ง และกักเก็บไว้จนเต็มแล้วออกจากร่างกายด้วยระบบขับถ่าย การใช้งานต้องกลืนลงท้อง
“ผมชอบคิดสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ จึงเข้าร่วมแข่งขันโครงการนี้ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นป.1 แม้ไม่เคยชนะผมก็ยังคิดที่จะสร้างสิ่งต่างๆ ต่อไป เพราะผมไม่ได้ต้องการเพียงรางวัล แต่ผมสนุกที่ได้คิด แล้ววาดออกมาเป็นรูปภาพ ก่อนจะมานั่งทำแบบจำลองจากจินตนาการร่วมกับคุณพ่อและน้องชาย จากนี้ก็จะคิดต่อไปเรื่อยๆ” น้องฉัตรกล่าว
ส่วน น้องพีร ผู้ชนะเลิศระดับป.4-6 นำเสนอผลงานชื่อ “หุ่นยนต์เลิกสูบบุหรี่” ที่มีลักษณะคล้ายผีเสื้อว่า การทำงานจะเริ่มจากหนวดมีหน้าที่ตรวจจับควันบุหรี่ ปากจะพ่นละอองน้ำดับควันบุหรี่ ตาจะมีการทำงานอยู่ 2 ระบบ คือ 1.ระบบหน่วยความจำจะจดจำบุคคลที่เคยสูบและเลิกบุหรี่แล้ว 2.ระบบเซ็นเซอร์ ตรวจเช็กสุขภาพร่างกายได้ว่ามีการเลิกบุหรี่แล้ว บริเวณหน้าท้องจะเปิดออก ยื่นสติกเกอร์รณรงค์ให้ผู้ที่สูบบุหรี่ และให้ผู้ที่เลิกบุหรี่สำเร็จ และส่วนปีกเป็นที่เก็บพลังงานแสง เมื่อปีกขยับ ทำให้เกิดเสียงเพลง เป็นดนตรีบำบัด ซึ่งในอนาคตอยากให้ใช้งานได้จริง เพื่อรณรงค์การเลิกสูบบุหรี่และเป็นกำลังใจให้ผู้ที่อยากเลิกบุหรี่
การนำเสนอบนเวทีระดับนานาชาติ สะท้อนได้ว่าศักยภาพแห่งจินตนาการของเด็กไทยไม่แพ้ชาติไหน เพียงแต่สิ่งที่เด็กไทยยังขาด ก็คือ การไม่รู้วิธีกลั่นจินตนาการให้ออกมาเป็นรูปร่าง นายอดิศักดิ์ โรหิตะศุน รองประธานกรรมการบริหารระดับสูง บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันสถาบันการศึกษาหลายแห่งให้ความสำคัญกับจินตนาการของเด็กมากขึ้น โดยจัดทำเป็นหลักสูตร สอนให้เด็กรู้จักถ่ายทอดความคิดออกมาเป็นรูปวาด ช่วยให้เด็กเก่งและพัฒนาสมอง แต่จำเป็นต้องขยายวงไปสู่ต่างจังหวัดไม่ให้กระจุกตัวอยู่เฉพาะเด็กเมืองหลวง
" เด็กไทยมีความคิดที่แปลกใหม่ จับต้องได้และเข้าใจง่าย รวมถึงเป็นการคิดแก้ปัญหาที่คิดไม่ถึง เช่น ไข้หวัด ต่างจากเมื่อ 5 ปีก่อนช่วงที่ริเริ่มโครงการ ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นเฉพาะการแก้ปัญหาใกล้ตัวเด็กแต่ละคนเป็นหลัก แสดงว่า จินตนาการของเด็กไทยมีทิศทางมุ่งเพื่อให้เป็นจริงใช้พัฒนาชาติมากขึ้น และเวทีที่ญี่ปุ่นเป็นการพิสูจน์ว่าจินตนาการของเด็กไทยไม่ด้อยกว่าเด็กชาติไหน พวกเขาจะมั่นใจและกล้าที่จะทำความฝันให้เป็นจริงมากขึ้น” นายอดิศักดิ์กล่าว
ขณะที่ผู้ชนะของประเทศญี่ปุ่น เสนอแนวคิด “เรือซ่อมรูรั่วในชั้นโอโซน” เพื่อซ่อมแซมให้ชั้นโอโซนกลับสู่สภาพเดิม และ “รีไซเคิลคอนเสิร์ต” โดยแปลงขยะเป็นตัวโน้ตและเสียงดนตรี และประเทศเวียดนาม เสนอ “สะพานหลบรถติด” โดยสะพานจะยืดออกให้รถวิ่งผ่านเมื่อรถติด และ“มอเตอร์ไซค์เปลี่ยนแปลงของเก่าเป็นใหม่” นำของเก่าใส่ไปในตัวเครื่องเปลี่ยนเป็นของใหม่
สิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นให้มนุษย์ได้ใช้ประโยชน์ ล้วนเกิดจากจินตนาการ ซึ่งในช่วงเวลาหนึ่งไม่มีใครคิดว่าจะเป็นจริงได้ และจินตนาการก็เกิดขึ้นจากการคิดแก้ปัญหาที่พบเจอในชีวิตประจำวัน ไม่แน่! อีก 10 ปีข้างหน้าจินตนาการของเด็กตัวเล็กๆ เหล่านี้ อาจกลายเป็นจริง ช่วยสังคมให้ดีขึ้น เพราะจินตนาการคือพลังพัฒนาชาติ
0 พวงชมพู ประเสริฐ 0เรื่อง/ภาพ



