
รณรงค์ใช้ของไทยเป็นของขวัญปีใหม่ลดขาดดุลกระจายรายได้ฟื้นเศรษฐกิจ
นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า จากการที่รัฐบาลผลักดันนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ในการขยายฐานภาคบริการในโครงสร้างการผลิตของประเทศ
โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์บนฐานของวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทยที่เชื่อมโยงกับเทคโนโลยีสมัยใหม่นั้น กระทรวงวัฒนธรรมจึงได้ทำโครงการ “ปีใหม่ไทย ใช้ของไทย วัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์” ขึ้น โดยร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงห้างสรรพสินค้าต่างๆ อาทิ เซ็นทรัล เดอะมอลล์ เทสโก้ โลตัส บิ๊กซี และท็อปส์ รณรงค์ให้คนไทยได้มอบของขวัญปีใหม่ โดยใช้สินค้าที่สร้างสรรค์จากทุนทางวัฒนธรรมไทย
ของขวัญที่กระทรวงวัฒนธรรมจะรณรงค์ให้คนไทยได้นำมามอบให้แก่กันจะมีหลากหลาย เช่น ต้นไม้มงคล ผลิตภัณฑ์ผ้าไทย อาหารและผลไม้ไทย ศิลปหัตถกรรม เครื่องประดับ เครื่องสำอางสมุนไพร เครื่องดนตรีไทย ของเล่นเด็กไทย บัตรอวยพรและผลิตภัณฑ์ต่างๆ เป็นต้น รวมทั้งจะรณรงค์ให้ประชาชนร่วมกันสร้างค่านิยมของไทยมากกว่าสินค้าจากต่างประเทศ เพื่อมอบให้ผู้ใหญ่หรือคนที่เราเคารพ ซึ่งนอกจะช่วยลดการขาดดุลการค้าของประเทศแล้ว ยังเป็นการกระจายรายได้และช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศด้วย
“การรณรงค์ปีใหม่ไทย ใช้ของไทย ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและห้างสรรพสินค้าเป็นอย่างดี ซึ่งก่อนปีใหม่นี้ประชาชนจะได้เห็นสื่อรณรงค์ในห้างสรรพสินค้า เช่น โปสเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์บอร์ด รายการวิทยุและโทรทัศน์ เพื่อกระตุ้นและสร้างค่านิยมให้คนไทยใช้ของไทยเป็นของขวัญปีใหม่ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ผมไม่อยากให้คนไทยลืมก็คือ ประเพณีที่ถือปฏิบัติ ได้แก่ การทำบุญ ตักบาตร การกราบขอพรจากผู้ใหญ่และอวยพรเพื่อนฝูง การมอบของขวัญ ความปรารถนาดีให้แก่กัน เพื่อให้ชีวิตเริ่มต้นในสิ่งที่ดีในปีใหม่”ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมกล่าว
นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า วัฒนธรรมสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนได้ ทั้งเรื่องการท่องเที่ยว ผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม การบริการทางวัฒนธรรม ในปี 2553 กระทรวงจะเปิดพื้นที่ลานบุญลานปัญญาตามศาสนาสถานของทุกศาสนามากกว่า 600 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเป็นเวทีประชาคมของสภาวัฒนธรรมตำบล หมู่บ้าน และโครงการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน ให้ประชาชนมีส่วนร่วมและสามารถกำหนดแนวทางการพัฒนาพื้นที่ของตนเองได้



