
เจนนิเฟอร์ คิ้ม-สองยาม (I)
เที่ยงคืนแล้ว...เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่ฉันกลับไม่รีบเร่ง นั่งเหยียดเท้าให้หมอนวดๆ คลายเส้นให้อย่างมีความสุข...
อากาศข้างนอกเย็นถึงหนาว ก็ดีที่ครั้งนี้ฤดูหนาวจะจริงจังกับคนไทยสักที อากาศหนาวบางทีก็เหมือนกับผู้ชาย เอาแน่ เอานอนไม่ค่อยได้
เหมือนจะใช่แต่ก็ไม่เชิง เหมือนจะจริงแต่ก็ไม่เคยเจอจังๆ จนขี้เกียจจะคาดหวัง ได้แค่ไหนเอาแค่นั้นก็แล้วกัน ไปไม่ไปเปล่ายังพรากเอาความชุ่มชื้นจากหัวใจของเราไปด้วย น่าเสียดายที่ไม่มีครีมทาหัวใจกันหัวใจแตก หัวใจแห้ง เหมือนอย่างผิว...
หน้าหนาวเข้าช่วงเทศกาลทำให้ฉันต้องขึ้นเชียงใหม่หลายหนในเดือนเดียว ไม่ได้ไปตามหัวใจใครที่ไหน แต่ไปทำงานแลกเงินตามประสานักร้องรับจ้างที่เงินซื้อฉันไม่ได้... ถ้าไม่มากพอ!
โชคดีมหาศาลสำหรับฉันที่ได้ทำงานเสร็จก่อน 2 ทุ่ม ส่วนใหญ่กว่างานจะเลิกตลาดก็วายพอดี ไปไหนไม่ได้นอกจากกลับไปซุกหัวนอนที่โรงแรม คราวนี้…เต็มที่! แต่มีกันอยู่ 2 คน แค่ฉันกับสีเกด (ผู้ช่วย)
“อากาศเย็นๆ แบบนี้ หาอะไรดื่มในร้านติดแม่น้ำปิงดีมั้ยสีเกด”
ว่าแล้วพวกเราก็เดินออกไปหาตุ๊กตุ๊ก แถวหน้าโรงแรม พอถึงร้านอาหารกึ่งผับบาร์ ที่เรียงรายติดแม่น้ำปิง พวกเราก็สาวเท้าเข้าไปสำรวจบรรยากาศ บางร้านก็เสียงดังไป บางร้านก็เงียบจนเกินไป บางทีฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าจะเอาอะไร?
รู้แค่ว่าแก่เกินไปที่จะอยู่ท่ามกลางความสนุกแบบที่ต้องทรมานสังขารตัวเอง ฟังอะไรก็ไม่เข้าใจ พูดอะไรก็ไม่ได้ยิน หันไปทางไหนก็มีแต่คนแปลกหน้า คิดไปคิดมาเลยเปลี่ยนใจเดินเล่นไปเรื่อยๆ กลับไปทางเดิมที่สามล้อพามา อีกนิดเดียวก็จะถึงที่พักอยู่แล้ว เลยต้องเฉไฉแวะตรงนั้นตรงนี้เพื่อประวิงเวลาให้มันดึกกว่านี้ หนาวกว่านี้ ดีกว่ากลับไปเฉาอยู่ในโรงแรม
ระหว่างทางเห็นพระและเณรออกมาจากรถตู้ คงจำวัดอยู่ไกลออกไปเลยต้องใช้รถตู้พามาส่ง แล้วพวกท่านกำลังจะไปไหนกันดึกดื่นค่อนคืนขนาดนี้...
เราสองคนมาหยุดอยู่ตรงหน้าวัดแห่งหนึ่ง “วัดอุปคุต” มีคนเอาของแห้ง ธูปเทียน ดอกไม้ ตลอดจนนกที่อยู่ในชะลอมไม้ไผ่ของแม่ค้าที่รอคนใจบุญมามอบอิสรภาพให้ พุทธศาสนิกชนทุกวัยต่างตั้งโต๊ะวางของแห้งอยู่ตรงลานวัด ฉันมองเวลา 5 ทุ่ม...
ดึกป่านนี้เขามาทำบุญอะไรกันเวลานี้ พอแหงนมองป้ายผ้าหน้าวัด เขียนไว้ว่า “เป็งปุ๊ด” คงเป็นภาษาพื้นเมืองที่แปลว่าอะไรสักอย่าง ถามคนที่มารอ เขาบอกเพียงว่า เดี๋ยวพระจะออกมาบิณฑบาตตอนสองยาม...
“อีกตั้งชั่วโมง หาอะไรทำไปพลางๆ กันดีมั้ย” ฉันคิดแบบนั้นในใจ ไม่มีอะไรดีไปกว่า “นวดเท้า” แถวไนท์บาซาร์
“พี่ๆ เป็งปุ๊ด แปลว่าอะไร” ฉันถามหมอนวดคนเหนือที่ขะมักเขม้นกับการบีบเค้นฝ่าเท้าฉันอยู่
“เป็งปุ๊ด แปลว่า วันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำที่ตรงกับวันพุธ เขาจะทำบุญตอนสองยาม เดี๋ยวนวดเสร็จก็จะออกไปซื้อของที่เซเว่นฯ เอาไปทำบุญเหมือนกัน”
อือ...แปลกดี เกิดมาก็เพิ่งเคยรู้ แต่ยังไม่เคยเห็นพระบิณฑบาตกันตอนสองยาม “ศรัทธาไม่จำกัดเวลา” มันเป็นแบบนี้นี่เอง...
รออ่านบรรยากาศแห่งความศรัทธาที่น่ารักในตอนหน้านะคะ...



