ไลฟ์สไตล์

รถยนต์จากเมื่อวานสู่วันนี้และเพื่อพรุ่งนี้ (2)

รถยนต์จากเมื่อวานสู่วันนี้และเพื่อพรุ่งนี้ (2)

13 ธ.ค. 2552

ย้อนกลับไปกล่าวถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษที่เกิดจากอุตสาหกรรมยานยนต์ ผู้ผลิตรถยนต์ทุกชนิดตระหนักดีว่ากระบวนการผลิตรถยนต์และการใช้รถยนต์จากน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้จากปิโตรเลียมนั้นทำให้สิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษและทำให้เกิด GHG Green House Gas จริง

 ในอดีตที่ผ่านมาผู้ผลิตรถยนต์และผู้ผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงได้พยายามทุกวิถีทางที่จะทำให้สิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษและ GHG ลดน้อยลง แต่ในความเป็นจริงแล้วผู้ผลิตจะต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยไปพร้อมกับการรักษาสภาพแวดล้อม อย่างไรก็ตามถ้ากล่าวถึงการรักษาสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะแล้ว อุตสาหกรรมรถยนต์ได้ปรับปรุงพัฒนาการผลิตทั้ง กรรมวิธีและวัสดุที่ใช้ อย่างเป็นขั้นเป็นตอนในหลายทศวรรษที่ผ่านมาเช่น

 การเลิกใช้สารใยหิน (Asbestos) เป็นส่วนประกอบในชิ้นส่วนหลายๆ ชิ้น การติดตั้งกรองดักไอระเหยของน้ำมันเบนซิน (Charcoal canister) การติดตั้งอุปกรณ์เพื่อนำไอเสียกลับไปเผาไหม้ใหม่ (EGR Exhaust Gas Recirculation) การเปลี่ยนระบบการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจากระบบกลไก (Carburetor) เป็นระบบหัวฉีดที่ควบคุมด้วยระบบ อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Fuel Injector) และการติดตั้งอุปกรณ์แปรสภาพไอเสีย (Catalytic converter)

 เช่นเดียวกับในเครื่องยนต์ดีเซลที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง การติดตั้งเครื่องอัดอากาศ (Turbo Charger) การติดตั้ง EGR Valve การปรับปรุงระบบการจ่ายเชื้อเพลิงจากระบบ Indirect Injection มาเป็น Direct Injection และในปัจจุบันการจ่ายน้ำมันในแบบแรงดันสูง (Common Rail Direct Injection) การติดตั้งอุปกรณ์แปรสภาพไอเสีย (Oxidation Catalytic Converter)

  การติดตั้งอุปกรณ์ดักจับเขม่าควัน (Diesel Particulate Filter) และการติดตั้งอุปกรณ์กำจัดก๊าซ ไนตรัสออกไซด์ เช่น ADD BLUE

 ปรัชญาในการผลิตรถยนต์จากทุกค่ายผลิตมีจุดประสงค์เดียวกันที่ต้องการจะผลิตรถสีเขียว (Green Cars) เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมและลดการปล่อยสาร GHG เช่น การนำวัสดุที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ (Recycle)

  การใช้วัสดุจากธรรมชาติ แทนการใช้วัตถุดิบจากสารเคมีหรือการอุตสาหกรรม เช่น การใช้น้ำสะอาดแทนสารเคมีใน กระบวนการพ่นสี (Water base) การยกเลิกการใช้สาร CFC ในน้ำยาของระบบเครื่องปรับอากาศ

 การใช้ส่วนประกอบของพืชทั้งยืนต้นและล้มลุกมาเป็นวัสดุในชิ้นส่วนประกอบย่อยของรถยนต์ เช่น ใยมะพร้าว ใช้ ขนสัตว์แทนกระดาษ ในไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง การใช้เส้นใยของ ปอกระเจา และไม้บัลซา

 ในส่วนของผู้ผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้กับเครื่องยนต์สันดาปภายในทั้งเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินก็ปรับปรุงกระบวนการผลิตพร้อมไปกับผู้ผลิตรถยนต์เพื่อให้ได้น้ำมันเชื้อเพลิงที่สะอาดลดมลภาวะจากการใช้งาน เช่น การยกเลิกการใช้สารตะกั่วในน้ำมันเบนซิน การลด กำมะถัน ในน้ำมันดีเซล การใช้สารเคมีที่ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมในน้ำมันหล่อลื่น การแสวงหาเชื้อเพลิงชนิดใหม่เพื่อทดแทนเชื้อเพลิงจากปิโตรเลียมที่เหลือน้อยลงพร้อมๆ กับลดการปล่อยก๊าซ CO2 สู่ชั้นบรรยากาศ

 ตัวอย่างเหล่านี้เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมการผลิตเชื้อเพลิงอย่างเป็นรูปธรรมนานนับทศวรรษ แต่โลกก็ยังคงร้อนและดูเหมือนจะร้อนมากขึ้น อุตสาหกรรมยานยนต์จึงต้องแสวงหานวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะทำให้รถยนต์ลดหรือเลิกการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจากปิโตรเลียม เช่น  การพัฒนาปรับปรุงเครื่องยนต์สันดาปภายในให้ใช้กับเชื้อเพลิงชีวภาพได้อย่างหลากหลาย  ก็คงต้องตามกันต่อครับว่ารถยนต์นั้นเป็นจำเลยที่ทำให้โลกร้อนได้มากน้อยแค่ไหน แล้วเราจะทำอย่างไรกัน