
ชีววิถีเพื่อพัฒนาอย่างยั่งยืนวิทยาลัยเกษตรฯสระแก้ว
ผมเป็นลูกชาวนา แต่อยากทำได้ทั้งเลี้ยงสัตว์ ปลูกพืช และประมง ตั้งใจว่าจะนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้เพื่อเลี้ยงดูครอบครัวให้อยู่ได้ตามเศรษฐกิจพอเพียง"
นนท์ หรือ อานนท์ กว้างขวาง นักศึกษา ปวส.ปี 1 สาขาพืชศาสตร์ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสระแก้ว ตัวแทนสมาชิก "โครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน" ที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ส่งเสริมให้วิทยาลัยเกษตรฯ ทั่วประเทศพัฒนาศักยภาพนักศึกษาด้านการเกษตรให้มีความรู้ความเข้าใจการทำเกษตรที่ยั่งยืน สนองแนวพระราชดำริเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
นนท์ เรียนรู้กิจกรรมทุกอย่างผ่าน "โครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน" ทั้งทำนา ปลูกพืชสวน เช่น มะละกอ แคนตาลูป ทำแปลงผักสวนครัว เลี้ยงไก่ หมู กบ ฯลฯ ด้วยหวังและตั้งใจว่าจะใช้ความรู้ที่ได้ไปเป็นแนวทางประกอบอาชีพเกษตรกรรมครบวงจร เพราะศรัทธาในอาชีพบรรพบุรุษและมองว่าการทำเกษตรทุกอย่างเป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบต้นน้ำของอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร เช่น แปรรูปข้าวเป็นแป้ง แปรรูปผลไม้สดเป็นผลไม้กระป๋อง เป็นต้น
"ผมรักและหลงใหลในอาชีพนี้มาตั้งแต่เด็ก อาชีพเกษตรไม่ใช่สิ่งที่ต่ำต้อย ได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากที่สุด การทำเกษตรควรทำให้พอมีกิน ถ้าเหลือก็ขายเอาเงินไปซื้อของที่ไม่มี เพียงแค่นี้ก็อยู่ได้โดยไม่ลำบากก็น่าจะพอแล้ว" นนท์เล่า
ขณะที่ บุญเลิศ คำเรืองศรี หรือ อี๋ นักศึกษา ปวส.ปี 2 สาขาอุตสาหกรรม เพื่อนร่วมสถาบันกันเดียวกัน บอกว่า แม้จะไม่ได้เรียนเกษตรโดยตรง แต่ก็มีใจรักในอาชีพเกษตรกรรมเช่นกัน โครงการดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่การเรียนรู้ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของนักเรียนตั้งแต่ประถม-มัธยม นักศึกษาในวิทยาลัยต่างๆ รวมทั้งเกษตรกร
การเรียนรู้นักศึกษาเน้นนวัตกรรมการเกษตรสมัยใหม่ที่สะดวก สบาย และได้ผลผลิตเร็ว เช่น การบำบัดกลิ่นในฟาร์มเลี้ยงกบ การปรับปรุงพันธุ์พืชและสัตว์ให้ได้ผลดี ขณะที่ชุมชนมีความชำนาญการเกษตรแบบภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น นาอินทรีย์ ปลูกพืชผักแบบไร่นาสวนผสมที่เป็นไปอย่างธรรมชาติ ที่สามารถผสมผสานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันได้อย่างลงตัว
ปัจจุบันโครงการชีววิถีฯ เป็นห้องเรียนภาคปฏิบัติสำหรับนักศึกษาวิทยาลัยเกษตรฯ สระแก้ว และเกษตรกรในจังหวัดกว่า 1,500 หลังคาเรือน ตัวแทนเกษตรกรที่ได้มีโอกาสเข้ามาศึกษาดูงานพอใจในกระบวนการเรียนรู้ของนักศึกษาและนำองค์ความรู้ได้รับไปพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่การเกษตรของตน
อำพันธ์ พึ่งพา หรือ ลุงพันธ์ เกษตรกรบ้านคลองหว้า ต.ทับพริก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ที่ทำเกษตรแบบผสมผสานมานานกว่า 10 ปี สร้างองค์ความใหม่เกี่ยวกับการปรับปรุงพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ จนสร้างกำไรจากผลผลิตทุกอย่างได้ประมาณ 1 หมื่นบาทต่อเดือน นอกจากนี้ยังได้ศึกษาการบำบัดกลิ่นในเล้าหมูโดยใช้น้ำหมักชีวภาพ เพื่อนำไปปรับใช้ในฟาร์มหมูของเขาอีกด้วย
ขณะที่ ดุสิต สะดวก ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสระแก้ว กล่าวว่า การที่ชุมชนยอมรับโครงการชีววิถีฯ ถือเป็นความสำเร็จของวิทยาลัยที่สามารถพัฒนาหลักสูตรสายอาชีพได้ ได้รางวัลสตาร์ฟาร์มเมอร์ ในระดับภาคประจำปี 2552 ในอนาคตปี 2554 จะสร้าง "ศูนย์แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ วิถีสระแก้ว" เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเกษตรกรใน จ.สระแก้ว และจังหวัดใกล้เคียงต่อไป
เกษตรกรจะดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงได้หรือไม่นั้น ต้องมีเจตคติที่ดีต่ออาชีพเกษตรกรรมควบคู่ไปด้วย เพราะการพอใจในสิ่งที่มีหรือที่เป็นอยู่และใช้สิ่งนั้นให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดต่างหากคือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ หาใช่กำไรจากผลผลิตการเกษตรแต่เพียงอย่างเดียวไม่
0 จารยา บุญมาก 0



