ไลฟ์สไตล์

คมเลนส์ส่องพระวันอาทิตย์ที่13 ธ.ค.52

คมเลนส์ส่องพระวันอาทิตย์ที่13 ธ.ค.52

13 ธ.ค. 2552

*** งานวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งปีนี้จัดอย่างยิ่งใหญ่อลังการสุดๆ ยังมีต่อจนถึงวันพรุ่งนี้ ท่านที่ยังไม่ได้ไปชมแสงสีเสียงอันวิจิตรตระการตา ยังมีโอกาสอีก ๒ วัน ไปชมให้ได้ พร้อมกับร่วมใจถวายพระพรชัย ขอให้องค์พระประมุข ทรงพระเจริญ ย

** เข้าไปเยี่ยมเยียน สนามพระท่าพระจันทร์ วันก่อน พบหน้าเพื่อนพ้องน้องพี่ ทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่มากมาย ทุกคนต่างเจริญก้าวหน้าบนถนนสายนี้อย่างน่าชื่นชม คนรุ่นเก่าก็เป็นหลักชัย และเป็นตัวอย่างอันดีงามให้คนรุ่นใหม่ เพื่อยกฐานะและศักดิ์ศรีให้อาชีพนี้เป็นที่เชื่อถือของคนทั่วไป โดยเฉพาะเรื่องของการ เล่นพระดีไม่มีปลอม นับเป็นเรื่องที่สำคัญสุด สำหรับทุกคนในวงการนี้

** ว่าแล้วก็ได้รับภาพจาก เซียนรุ่นใหญ่คนรุ่นเก่า เกียง เมืองนนท์ ซึ่งยังคงปักหลักอยู่ที่นี่อย่างมั่นคง แม้ว่าจะเป็นชาวเมืองนนท์ก็ตาม ภาพพระที่ได้รับมาให้ชมเพื่อการศึกษาในวันนี้ คือ พระสมเด็จ พิมพ์ฐานแซม กรุบางขุนพรหม สวยสมบูรณ์คมชัดมาก ถือเป็นพระองค์ครูได้อย่างสบาย เอกลักษณ์ของพระพิมพ์นี้ คือ เส้นแซมที่อยู่ระหว่างฐานชั้น ๒ และ ๓ พระพิมพ์นี้ทาง วัดระฆัง ก็มี ซึ่งมีเนื้อหามวลสารจัดกว่า แต่พิมพ์ทรงใกล้เคียงกัน คือ มีเส้นแซมที่ฐาน อันเป็นที่มาของคำว่า "ฐานแซม" จุดต่างกันอีกอย่างคือ พระสมเด็จ พิมพ์ฐานแซม กรุบางขุนพรหม จะมีคราบกรุเกาะติดอยู่ด้วย มากบ้างน้อยบ้าง ตามสภาพสิ่งแวดล้อมขณะที่องค์พระบรรจุอยู่ในกรุ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นของวัดระฆัง หรือของกรุบางขุนพรหม สนนราคาเช่าหาก็ต้องหลักล้านขึ้นไปทั้งนั้น ใครมีพระที่เหมือนกับพระพิมพ์นี้อยู่ในมือ หากประสงค์จะเปลี่ยนเป็นเงินสด ติดต่อได้ที่โทร.๐๘-๑๙๒๑-๖๓๑๘ รับรองว่ารับเงินล้านสดๆ กลับบ้านอย่างแน่นอน 

** พระสมเด็จ องค์ที่ ๒-๓-๔ เรียกว่า พระสมเด็จอรหัง ของ สมเด็จพระสังฆราช (สุก ไก่เถื่อน) สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ผู้ทรงคุณพิเศษในด้านวิปัสสนากรรมฐาน สามารถแผ่พรหมวิหารธรรมให้ ไก่ป่าเชื่องเป็นไก่บ้าน ได้อย่างมหัศจรรย์ จนเป็นที่มาของคำว่า "สุก ไก่เถื่อน"

** พระสมเด็จอรหัง นับเป็นพระสมเด็จชิ้นฟักรุ่นแรก ที่ สมเด็จพระสังฆราช (สุก ไก่เถื่อน) ทรงสร้างขึ้นขณะครองสมณศักดิ์ที่ พระญาณสังวร ณ วัดราชสิทธาราม (วัดพลับ) และนำมาแจกศรัทธาญาติโยม เมื่อครั้งที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระสังฆราช และย้ายมาอยู่ที่ วัดมหาธาตุ ท่าพระจันทร์ ด้วยเหตุนี้ พระสมเด็จอรหัง ส่วนใหญ่จึงไม่ได้บรรจุกรุ แต่ที่บรรจุก็มี ทั้งที่เจดีย์วัดมหาธาตุ และเจดีย์วัดสร้อยทอง เชิงสะพานพระราม ๖

** พระสมเด็จอรหัง มี ๕ พิมพ์ คือ พิมพ์สังฆาฏิ พิมพ์ฐานคู่ พิมพ์เกศ "อุ" พิมพ์เล็ก มีประภามณฑล และไม่มีประภามณฑล พระส่วนใหญ่ด้านหลังมีรอยจารอักขระขอมคำว่า "อรหัง" และที่เป็นตัวนูนอยู่กรอบสี่เหลี่ยมก็มี ซึ่งเรียกว่า "หลังโต๊ะกัง" อันเป็นเรียกตามลักษณะของทองแท่งสมัยนั้น ที่มีอักษรภาษีจีนคำว่า "โต๊ะกัง" (ชื่อร้านทอง) ประทับอยู่บนทองแท่งนั้น

** พระสมเด็จอรหัง ในภาพนี้ ๒ องค์แรก พิมพ์สังฆาฏิ และ พิมพ์ฐานคู่ เป็นพระของ ท่านไชยทัศน์ เตชะไพบูลย์ จัดพิมพ์เป็นปฏิทินปีใหม่ ๒๕๕๓ (ตั้งโต๊ะ) องค์ที่ ๓ เป็นพระของ ป๋อง สุพรรณ เซียนพระชื่อดัง ผู้สร้างสถิติการซื้อขายพระมากที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา

** สมเด็จพระสังฆราช (สุก) ประสูติเมื่อ พ.ศ.๒๒๗๖ ที่กรุงศรีอยุธยา ต่อมาเมื่อล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๑ ทรงขึ้นครองราชย์เป็นปฐมรัชกาลแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ กรุงรัตนโกสินทร์ ทรงโปรดให้นิมนต์ พระอาจารย์สุก วัดท่าหอย คลองตะเคียน แขวงกรุงเก่า มาอยู่ที่ วัดพลับ (วัดราชสิทธาราม) ธนบุรี ซึ่งเป็นวัดสำคัญฝ่ายอรัญวาสี (วัดป่าสำหรับพระสายวิปัสสนาธุระ) พร้อมกับพระราชทานสมณศักดิ์ให้เป็น พระญาณสังวรเถร

อีกทั้งทรงให้ความเคารพนับถือเป็นพระอาจารย์ของพระองค์ นอกจากนี้ พระอาจารย์สุก ไก่เถื่อน ยังเป็นพระอาจารย์ของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๒ รัชกาลที่ ๓ และรัชกาลที่ ๔ รวมทั้งเจ้านายชั้นสูงในสมัยนั้นอีกหลายพระองค์ และในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้ทรงสถาปนาพระญาณสังวร (สุก) ขึ้นเป็น สมเด็จพระสังฆราช โปรดให้แห่มาสถิต ณ วัดมหาธาตุ ท่าพระจันทร์ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๖๓ ขณะมีพระชนมายุได้ ๘๘ พรรษา ทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราชไม่ถึง ๒ ปี ก็สิ้นพระชนม์ เมื่อ พ.ศ.๒๓๖๕ ล้นเกล้าฯ ร.๒ ได้พระราชทานพระโกศทองใหญ่ ให้ทรงพระศพอย่างสมพระเกียรติยศ

** ยิ่งแพงยิ่งมีคนซื้อ พระหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จ.พิจิตร ไม่ว่าจะเป็นรูปหล่อลอยองค์ (พิมพ์นิยม-พิมพ์ขี้ตา) หรือพิมพ์จอบใหญ่-พิมพ์จอบเล็ก ชั่วโมงนี้องค์พอสวย ราคาอยู่ที่หลักล้านทั้งสิ้น ราคาพระระดับนี้คนมีสตางค์เหลือใช้ ไม่ได้เดือดร้อนที่เช่าหาเอาไว้ครอบครอง ขอให้เป็น พระแท้ ดูง่าย มีคนต้องการตลอดเวลา อย่างองค์ในภาพนี้ พระหลวงพ่อเงิน พิมพ์จอบเล็ก เท้ากระดก ของ จ่าเบิร์ด เพชรบุรี คนรุ่นใหม่แต่ใจถึง พระที่สะสมแต่ละองค์ล้วนติดอันดับยอดนิยมทั้งสิ้น

** พระหลวงพ่อเงิน พิมพ์จอบเล็ก วงการพระแยกออกเป็น ๓ พิมพ์ คือ พิมพ์เท้ากระดก (ปลายเท้าซ้ายกระดกขึ้นเล็กน้อย) พิมพ์เท้าตก และ พิมพ์ตาขีด (ดวงตาของหลวงพ่อเป็นขีดเล็ก ไม่เป็นเม็ดกลมเหมือน ๒ พิมพ์แรก) ไม่ว่าจะเป็นพิมพ์ไหน หากเป็นพระแท้ และสวย มีคนต้องการเสมอ ไม่ทราบว่าจะติดต่อผ่านใครไปหา อ.เกี๊ยก ทวีทรัพย์ ได้เลยที่ชั้น ๓ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน เพราะเป็นสายตรงพระหลวงพ่อเงินทุกพิมพ์ จะซื้อหรือจะขาย...ได้ทั้งนั้น ** พระกรุ วันนี้ขอเสนอ พระร่วงนั่ง กรุคอกควาย ของ เลิศ สุพรรณ ระยะนี้ซื้อขายแต่เหรียญพระเกจิอาจารย์ดังๆ แต่เมื่อมี พระกรุ เข้ามาบ้าง ก็ไม่ปล่อยโอกาสเหมือนกัน ต้องคว้าเอาไว้ก่อนทันที

** ผู้ที่รู้เรื่อง พระกรุคอกควาย จ.ชัยภูมิ ได้ดีที่สุด ต้องยกให้ จ่าทวี วงษ์สิทธิ์ ผู้จัดทำนิตยสาร มรดกพระเครื่อง และหนังสือ พระยอดนิยมภาคอีสาน ชุด วัฒนธรรมขอม ซึ่งได้บันทึกข้อมูลไว้ว่า...พระกรุ นี้ขุดพบที่หมู่บ้านโสกรวก ต.หนองบัวโคก อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ ซึ่งในอดีตเป็นชุมชนที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาก่อน ในสมัยขอมเรืองอำนาจ โดยเฉพาะช่วงที่ พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ กษัตริย์ขอมผู้ทรงเลื่อมใสพระพุทธศาสนา นิกายมหายาน

** เมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๑๕ ชาวบ้านได้ขุดพบพระพิมพ์นี้โดยบังเอิญในบริเวณคอกควาย จึงเรียกชื่อพระตามสถานที่ขุดพบว่า พระร่วงนั่ง กรุคอกควาย เนื้อชินสนิมแดง ต่อมาเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๐ ชาวบ้านได้ช่วยกันปรับพื้นที่ เพื่อสร้างวัด ได้ขุดพบ พระพิมพ์อู่ทองสุวรรณภูมิ พระพิมพ์ซุ้มปรางค์ฐานบัว ๒ ชั้น และ พระร่วงนั่งพิมพ์สมาธิ ขนาดกว้าง ๓ ซม. สูง ๔ ซม. เนื้อชินตะกั่วสนิมแดง มีคราบไขขาว และคราบหินปูนเกาะติดแน่น เรียกกันว่า พระร่วงนั่งกรุคอกควาย เหมือนกับที่ขุดพบครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๕ จำนวนพระที่ขุดพบทั้งหมดนี้รวมกันแล้วอยู่ที่หลักสิบองค์เท่านั้น ศิลปะบายน (ขอม) เช่นเดียวกับ พระหูยาน ที่เรียกกันว่า "ยิ้มบายน" นั่นเอง

** พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ จ.ปัตตานี ที่สร้างและปลุกเสกโดย พระครูวิสัยโสภณ (พระอาจารย์ทิม) มีมากมายหลายรุ่น แม้ว่าบางรุ่นจะมีราคาแพงในระดับหลักหมื่นหลักแสน และหลักล้านก็ตาม แต่ก็ยังมีบางรุ่นที่ยังอยู่ในหลักพันต้นๆ ไปจนถึงหลักหมื่นต้นๆ ที่พอจะเอื้อให้แก่ผู้ที่มีเบี้ยน้อยได้ใช้ติดตัวกันบ้าง อย่างเช่น พระหลวงพ่อทวด พิมพ์กลีบบัว รุ่นยันต์ ๕ แถว ปี ๒๕๐๖ (พิมพ์คล้ายกับรุ่นหลังเตารีด แต่มีขนาดเล็กกว่าและบางกว่า) พิมพ์กลีบบัว หลัง "รุน ๑"  ปี ๒๕๐๘ หรือ พิมพ์กลีบบัว หลัง "รุ่น ๑" ปี ๒๕๑๑

นอกจากนี้ยังมี เหรียญรุ่น ๔ พิมพ์น้ำเต้า ปี xxxx เหรียญพุทธซ้อน (ขี่คอ) ปี ๒๕๑๑ ฯลฯ ก็ยังพอหาได้ไม่ยากนัก แต่ถ้าต้องการสะสมให้ได้อย่างหลากหลายก็ต้อง เหรียญรุ่น ๓ ปี ๒๕๐๔ ซึ่งมีมากมายหลายพิมพ์ เนื่องจากช่วงนั้น มีผู้รู้จัก หลวงพ่อทวด กันมากขึ้น ทุกคนเมื่อเดินทางไปกราบไหว้รูปเหมือน หลวงพ่อทวด ที่วัดช้างให้ ต่างต้องการบูชา เหรียญหลวงพ่อทวด คนละหลายๆ เหรียญ เพื่อเอาไปฝากญาติพี่น้องที่บ้าน โดยทำบุญเช่าบูชา (ภาษาใต้เรียกว่า "ทอน") เหรียญละ ๑๐-๒๐ บาทเท่านั้น เหรียญเม็ดแตง ๕ บาท ทำให้ช่วงนั้นเหรียญหลวงพ่อทวดออกมาเท่าไรก็ไม่พอต่อความต้องการของชาวบ้าน จึงมีสั่งปั๊มเหรียญออกมาอยู่เสมอ ทำให้ เหรียญรุ่น ๓ มีมากพิมพ์ดังกล่าว

** มาถึงทุกวันนี้ ผู้ที่แยกพิมพ์ต่างๆ ของเหรียญรุ่น ๓ ได้อย่างละเอียดมากที่สุด คือ วิจิตร ปิยะศิริโสฬส หรือ แพะ สงขลา ทายาทบ้านขนมไทยสอง-แสน ถนนนางงาม สงขลา ขนมไทยโบราณที่ขายดีอร่อยที่สุดของเมืองสงขลา ** เวลานี้ แพะ สงขลา สามารถแยกพิมพ์เหรียญรุ่น ๓ ได้แล้วกว่า ๒๐ พิมพ์ ที่เห็นในภาพนี้ คือ พิมพ์รัดประคดเต็ม ๒ จุด ราคาเช่าหาอยู่ที่หลักแสนต้นๆ รองจาก พิมพ์รัดประคดข้างเดียว ๒ จุด

** ที่ว่า รัดประคดข้างเดียว ก็เพราะว่ารัดประคด (ที่เอวหลวงพ่อทวด) มีเพียงข้างซ้ายเท่านั้น ข้างขวาไม่มี อาจจะเป็นเพราะช่างแกะแม่พิมพ์เผลอลืมไปก็ได้ ต่อมาเมื่อมีการแก้ไข จึงได้เพิ่มประคดข้างขวาลงไปด้วย อันเป็นที่มาของเหรียญพิมพ์นี้ คือ พิมพ์รัดประคดเต็ม ส่วนคำว่า ๒ จุด คือ จุดเล็กๆ ในตัวกนกสี่เหลี่ยมใต้หูเหรียญ ๑ จุด และอีกจุด ๑ ที่ตัวกนกสี่เหลี่ยมใต้คำว่า "ทวด" นั่นเอง โดยทั่วไปเหรียญรุ่น ๓ พิมพ์อื่นๆ ตรงจุด ๒ ตำแหน่งนี้ มักจะมีเพียงจุดใดจุดหนึ่งเท่านั้น และเมื่อพิมพ์นี้มีทั้ง ๒ จุด ถือว่า พิมพ์พิเศษ เป็นการเพิ่มราคาขึ้นโดยปริยาย

** แพะ สงขลา ได้ศึกษาหารายละเอียดของ เหรียญหลวงพ่อทวด รุ่น ๓ มานานปี จนกลายเป็นผู้ชำนาญด้านนี้โดยเฉพาะ สามารถบ่งบอกถึงความแตกต่างของเหรียญแต่ละพิมพ์ได้อย่างละเอียดยิบ อีกทั้งมีเหรียญรุ่นนี้มากพอสมควร แต่มักจะหวงมากกว่าขาย ต้องการทราบข้อมูลสอบถามได้ที่โทร.๐๘-๙๑๓๒-๑๕๘๘ ** อย่าลืม...วันนี้มีงานประกวดพระที่ ห้างคลังพลาซ่า จ.นครราชสีมา ถัดไปวันอาทิตย์หน้า ๒๐ ธันวาคม ที่ สนามกีฬากลาง จ.นครสวรรค์ และงานสุดท้ายของปีนี้ วันอาทิตย์ที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๒ ที่สนามกีฬากลาง จ.พิจิตร ** พบกันใหม่ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ต่อไป...ขอขอบพระคุณ...นะมัสเต ***

0 แล่ม จันท์พิศาโล    0