ไลฟ์สไตล์

ใครอยากเป็นนักทดลองยกมือขึ้น

ใครอยากเป็นนักทดลองยกมือขึ้น

12 ธ.ค. 2552

ใครได้ไปแวะเยี่ยมบ้านหลังที่สองขององค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือยัง บ้านใหม่นี้หลังตั้งอยู่กลางเมืองที่จามจุรีสแควร์ ประเดิมเปิดบ้านต้อนรับเด็กๆ มากกว่า 100 คนเข้าค่าย "เยาวชนวิทยาศาสตร์" หรือ TryScience Camp ที่ใช้รูปแบบใหม่นำเสนอวิทย

 นักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย อายุระหว่าง 8-12 ปี และอาจารย์ผู้สอนจาก 10 โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ก็เลยได้โอกาสสวมบทเป็นนักวิทยาศาสตร์จิ๋วกันอย่างสนุกสนาน

 ติดปัญหารอยู่อย่างเดียวคือ เว็บ www.TryScience.com มีแต่ภาษาอังกฤษ ไหนๆ บริษัทคอมพิวเตอร์ยักษ์ใหญ่อย่างไอบีเอ็มก้าวเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนเว็บไซต์แล้ว น่าจะทำเวอร์ชั่นเว็บภาษาไทยให้เข้าถึงกันทั่วประเทศ ดีกว่าจัดกิจกรรมหวังผลประชาสัมพันธ์ชั่วครู่ยาม

 เอาล่ะ ถ้าน้องนักเรียนหาคนช่วยแปล หรือคุณครูวิทย์สามารถดึงครูอังกฤษมาช่วยแจมได้แล้ว และอยากนำการทดลองวิทยาศาสตร์แสนสนุกและได้ความรู้ไปเล่นในวันหยุด หรือใช้ประกอบบทเรียนสามารถเข้าไปที่เว็บไซต์เลือกการทดลองกันได้เลย

 กิจกรรมทดลองวิทยาศาสตร์แสนสนุกมีให้เลือกมากมาย เช่น รถพลังลูกโป่ง (เป็นการเรียนรู้และเข้าใจกฎของฟิสิกส์) ข้อคิดจากเหรียญสลึง (เป็นการทดลองสังเกตปฏิกิริยาทางเคมีที่เกิดขึ้นระหว่างน้ำส้มสายชูกับเหรียญสลึง) และยังมีการทดลองที่อิ่มอร่อย เช่น การทดลองทำไอศกรีมด้วยตัวเองโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เครื่องครัวมากมาย นี่เป็นเพียงแค่การทดลองระดับน้ำจิ้มเท่านั้น

 กิจกรรมสมดุลแสนสนุกหรือ Fork it Over ที่เด็กๆ จะได้ทดลองหาจุดศูนย์ถ่วงจากส้อม 2 อัน ไม้จิ้มฟัน ดินน้ำมันและแก้ว โดยเริ่มจากการปั้นดินน้ำมันเป็นก้อนกลมขนาดเท่าลูกแก้ว จากนั้นเอาปลายส้อมอันแรกจิ้มลูกบอลเอาไว้ ตามด้วยปลายส้อมอันที่สองจิ้มลูกบอลที่มุม 45 องศาจากปลายส้อมอันแรก ต่อมาให้นำไม้จิ้มฟันมาเสียบด้านล่างระหว่างส้อมทั้งสองอัน แล้วค่อยๆ ยกไปวางบนแก้วที่คว่ำเอาไว้ ลองสังเกตจนส้อมคงตัวอยู่อย่างสมดุล แต่หากดูไม่แข็งแรงมีทีท่าจะล้ม นั่นคือยังไม่สมดุล ต้องลองขยับเปลี่ยนองศาหรือเปลี่ยนมุมส้อมด้านใดด้านหนึ่ง เด็กๆ จะได้ลองแก้ไข ปรับเปลี่ยนจนส้อมทั้ง 2 อันสมดุล สามารถพยุงลูกบอลเอาไว้ได้

 สิ่งที่เด็กได้เรียนรู้คือ จุดที่ไม้จิ้มฟันจิ้มอยู่ระหว่างส้อมทั้งคู่นั้น คือ จุดศูนย์ถ่วง ซึ่งหากเรานำของชิ้นหนึ่งมาห้อยเอาไว้ จุดศูนย์ถ่วงจะอยู่ตรงจุดตัดกันของเส้นแนวดิ่ง และจุดนั้นคือจุดที่รวมน้ำหนักของวัตถุนั้นทั้งชิ้น

 นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม นกน้อยในกรงทอง (Thaumatrope Illusion) ที่ใช้เพียงกระดาษ 2 แผ่น หลอดกาแฟ ดินสอสี และสกอตเทป เป็นตัวช่วย เด็กได้ทดลองทำเครื่องเล่นง่ายๆ แต่น่าตื่นตาตื่นใจ โดยนำกระดาษ 2 แผ่นมาปะติดกันโดยใส่หลอดกาแฟเป็นก้าน กระดาษด้านหนึ่งวาดรูปนกสีสวย ในขณะที่อีกด้านหนึ่งวาดกรงทองเอาไว้ เพียงแค่เอามือประกบก้านหลอดกาแฟ แล้วปั่นให้หมุนไปมาอย่างเร็ว นกและกรงที่อยู่บนกระดาษคนละด้านก็จะมาอยู่รวมกัน กลายเป็นนกน้อยในกรงทอง ให้อึ้งและทึ่งกันถ้วนหน้า ซึ่งทางวิทยาศาสตร์เรียกว่า ภาพติดตา หรือ Persistence of Vision

 หลักการภาพติดตา เกิดจากตาที่รับภาพแรกเข้ามา และภาพนั้นยังอยู่ในระบบประสาทของดวงตาอีก 10-15 วินาที ก่อนที่จะจางหายไปและมีภาพใหม่เข้ามาแทนที่ ทำให้เหมือนภาพมีการเคลื่อนไหว กลายเป็นหลักการของการสร้างภาพยนตร์การ์ตูน หรือแอนิเมชั่นนั่นเอง

 กิจกรรมเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างส่วนหนึ่งเท่านั้น ใครก็สามารถทำเองได้ที่บ้าน แต่อย่างที่บอกละนะว่า ถ้าไอบีเอ็ม หรือองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อวพช) ช่วยทำให้เป็นเว็บภาษาไทยจะเป็นประโยชน์วงกว้างมากกว่านี้

 นอกจากนี้บรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองและครูอาจารย์ ก็สามารถที่จะเข้ามาศึกษาข้อมูลการทดลองง่ายๆ ไปลองใช้ทำกิจกรรมในห้องเรียนหรือเป็นกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว ซึ่ง TryScience เปิดหน้าเฉพาะให้ผู้ปกครอง ได้เข้าใจและมีส่วนในการกระตุ้นความสนใจวิทยาศาสตร์ ขณะที่ส่วนของอาจารย์จะมีทั้งคู่มือการเตรียมพร้อมสำหรับนำไปทำกิจกรรมในห้องเรียน รวมถึงแนวทางในการร่วมมือกับผู้ปกครองอีกด้วย

 รับรองว่า วันหยุดนี้สนุกกันทั้งครอบครัว

สาลินีย์ ทับพิลา