ไลฟ์สไตล์

แฉเซียนปั้มพระปลอมล่วงหน้าฉกจากพิพิธภัณฑ์

แฉเซียนปั้มพระปลอมล่วงหน้าฉกจากพิพิธภัณฑ์

11 ธ.ค. 2552

รอง ผู้ว่าฯขอนแก่น วางมาตรการเข้มรอบพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติขอนแก่น สั่งเปลี่ยน รปภ. ทุกสัปดาห์ ด้าน ผอ.พิพิธภัณฑ์สั่งปิดประตูเข้าออกตรงเวลา ไมให้คนนอกเข้าออกกำลังกาย พร้อมเพิ่มกล้องวงจรปิดทั้งในและนอกอาคาร - ระบบสัญญาณเตือนภัย ส่วน ตร.ตั้ง 2 ปม ตามแกะรอยม

 ความคืบหน้ากรณีคนร้ายแฝงตัวอยู่ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น ก่อนลงมือโจรกรรมโบราณวัตถุเป็นจำนวนมากถึง 91 รายการ แบ่งเป็นพระพิมพ์ดินเผาจากกรุพระธาตุนาดูน อ.นาดูน จ.มหาสารคาม จำนวน 55 รายการ พระพิมพ์ดินเผาจากเมืองฟ้าแดดสงยาง จ.กาฬสินธุ์ จำนวน 12 รายการ พระพุทธรูปสำริดสมัยทวาราวดีประทับยืน ปางเสด็จจากดาวดึงส์ จำนวน 11 รายการ เทวรูปสำริดสมัยลพบุรี จำนวน 7 รายการ พระโพธิสัตว์สำริดสมัยลพบุรี จำนวน 5 รายการ และแผ่นทองคำจากกรุพระธาตุนาดูน จำนวน 2 รายการ ซึ่งแต่ละรายการมีอายุไม่ต่ำกว่า 1,000 ปี เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ที่ผ่านมา

 ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 ธ.ค.52 นายปราโมทย์  สัจจรักษ์ ผู้ว่าราชการ จ.ขอนแก่น ได้มอบหมายให้ นายพยัต  ชาญประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นฝ่ายความมั่นคง เข้าดูแลติดตามความคืบหน้าของคดี พร้อมทั้งหามาตรการในการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา

 นายพยัต กล่าวว่า   พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติขอนแก่นแห่งนี้ ถือเป็นแหล่งที่เก็บสิ่งของล้ำค่าของภาคอีสาน ไว้จำนวนมาก จึงเป็นสิ่งที่สะเทือนใจและความรู้สึกกับคนในพื้นที่มาก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็เร่งทำการสืบสวนสอบสวนอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะติดตามตัวคนร้ายและวัตถุโบราณกลับมาคืนให้ได้ ในส่วนของจังหวัดจะมีการจัดส่งเวรยามเข้ามารักษาความปลอดภัยเป็นพิเศษ และจะมีการเปลี่ยนตัวเวรยามทุกสัปดาห์ และทำการติดตั้งกล้องวงจรปิดทั้งด้านนอกและด้านในของพิพิธภัณฑ์ เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบบุคคลเข้าออกที่ต้องสงสัย

 “ผมอยากฝากถึงคนที่โจรกรรมวัตถุโบราณจากพิพิธภัณฑสถานขอนแก่นไปด้วยว่าสิ่งของที่โจรกรรมไปนั้นมีความเก่าแก่มาก และเป็นสิ่งของที่มีค่าของชาติ ควรเก็บรักษาไว้ให้คนรุ่นหลังได้เข้ามาศึกษา หากสำนึกได้ก็ขอให้ส่งคืนพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติขอนแก่น เพื่อเก็บไว้เป็นสมบัติของชาติต่อไป” นายพยัต กล่าว

 ด้านนางสาวอัจฉรา  แข็งสาริกิจ ผอ.พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติขอนแก่น กล่าวว่า หลังจากที่วัตถุโบราณถูกโจรกรรมขึ้นทางกรมศิลปากร ก็ได้มีการกำชับให้มีการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดมากขึ้น รวมทั้งทางพิพิธภัณฑ์สถานเองจะมีการพิจารณาควบคุมเวลาปิด-เปิด ใหม่ จากเดิมเปิดเวลา 07.30-16.30 น. แต่หลังปิดตัวอาคาร ส่วนด้านนอกยังให้คนเข้ามาใช้สถานที่ออกกำลังกายได้ จากนี้ต่อไปจะไม่อนุญาตให้ใครเข้ามาหลังเวลาปิดทำการอีกเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีการพิจารณาหหาข้อสรุปอีกครั้ง

 สำหรับการปรับปรุงระบบความปลอดภัย  จะมีการเพิ่มกล้องวงจรปิดในจุดต่างๆ ทั้งภายในและนอกตัวอาคาร รวมทั้งระบบสัญญาณกันขโมย ซึ่งที่ผ่านมาก็มีอยู่แล้วแต่ไม่สมบูรณ์ เพราะสถานที่แห่งนี้เปิดให้บริการนานกว่า 40 ปี จึงมีการชำรุดเสียหายไปบ้าง นอกจากนี้จะมีการกำชับเวรยามให้มีการเข้มงวดมากกว่าเดิม เพราะขณะนี้นี้ยังมีวัตถุโบราณที่สำคัญอีกจำนวนมากที่อยู่ในห้องจัดเก็บจำนวนกว่า 5,000 รายการ ที่ยังไม่นำมาจัดแสดง และที่นำออกมาจัดแสดงภายในตัวอาคารมีอยู่จำนวน 400 รายการ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นวัตถุโบราณที่เก่าแก่และประเมินค่าไม่ได้

 ทางด้าน พ.ต.ท.ดิเรก  ยศนันท์ รอง ผกก.บก.2 สส.ภ.4 กล่าวว่า ภายหลังที่ พล.ต.ต.ศักดา  เตชะเกรียงไกร รอง ผบช.ภ.4 พร้อมด้วย พล.ต.ต.จตุพล  ปานรักษา ผบก.สส.ภ.4 ได้มีการประชุมวางแผนเพื่อติดตามคนร้ายโดยได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ยรรยง  เวชโอสถ ผกก.บก.1สส.ภ.4 เป็นหัวหน้าชุดในการติดตามคดี ขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้แบ่งหน้าที่กันออกติดตามคนร้าย ซึ่งเบื้องต้นได้มุ่งไป 2 ประเด็น คือคนร้ายที่เป็นมืออาชีพ เป็นกลุ่มบุคคลที่ชอบสะสมวัตถุโบราณหรือมาขโมยตามใบสั่ง นอกจากนี้ในส่วนของคนใน ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หรือบุคคลที่เคยทำงานในพิพิธภัณฑสถาน ทางตำรวจก็ยังให้น้ำหนักอยู่

 พ.ต.ท.ดิเรก กล่าวว่า จากการตรวจสอบพฤติกรรมของคนร้ายคาดว่าใช้เวลาในการโจรกรรมนานกว่า 2 ชั่วโมง  เจาะจงเลือกพระธาตุกรุนาดูน มากกว่าวัตถุโบราณรายการอื่นๆ จึงมั่นใจว่าการลงมือก่อเหตุในครั้งนี้เป็นการทำงานตามใบสั่ง มีการจัดเก็บวัตถุโบราณแต่ละรายการเป็นอย่างดี เพราะเกรงว่าจะเกิดการกระทบกันจนได้รับความเสียหายก่อนถึงมือคนสั่งได้ ส่วนวัตถุโบราณชนิดอื่นๆเชื่อว่าคนร้ายเอาเป็นของแถม และมั่นใจว่างานนี้คนร้ายทำกันเป็นขบวนการ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังมั่นใจว่าวัตถุโบราณที่ถูกโจรกรรมไปยังอยู่ภายในประเทศ และยังไม่มีการนำออกมาสู่ภายนอก เพราะกระแสข่าวดังมาก คนร้ายต้องเก็บรักษาไว้ก่อนไม่กล้านำออกมาสู่ภายนอก

 เบื้องต้นได้มีการสอบสวนบุคคลภายในอาคารไปแล้วกว่า 20 ปาก รวมทั้งการเก็บหลักฐานหลายอย่างที่พบอยู่ในที่เกิดเหตุ แต่ก็ต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงาน เพราะขณะนี้ยังคงติดตามทุกประเด็นที่สงสัย

ตำรวจกรุงเก่าเพิ่มความเข้มตรวจตราพิพิธภัณฑ์

 พ.ต.อ.สมบัติ ชูชัยยะ ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา ได้ตรวจความเรียบร้อยการรักษาความปลอดภัยบริเวณพิพิธภัณท์สถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ซึ่งมีการจัดวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปฎิบัติการพิเศษหรือหน่วยแม่นปืนจำนวน 4 นาย เดินตรวจตราตามจุดต่างๆ มีการเดินตรวจความเรียบร้อยทั้งภายในและภายนอก ทั้งนี้เพื่อเตรียมรับกับการเปิดให้ประชาชนได้เข้าชมในเวลากลางคืน ในช่วงงานยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก วันที่ 11-20 ธ.ค.52 ตั้งแต่เวลา 9.00 น.จนถึงเวลา 21.00 น.ของทุกวัน

 นอกจากนั้นยังมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกลางวันจำนวน 2 คน และกลางคืนอีก 8 คน เพื่อเป็นการป้องกันคนร้ายที่อาจจะแอบแฝงเข้ามาโจรกรรมทรัพย์สินมีค่าในพิพิธภัณท์ได้ ขณะเดียวกันในส่วนของวัดต่างๆที่อยู่รอบนอกก็มีการเพิ่มกำลังการตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครในหมู่บ้านด้วย ในส่วนของพิพิธภัณท์เจ้าสามพระยานี้หลังจากงานผ่านพ้นไป ก็จะยังมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคอยดูแลแต่อาจจะเหลือเพียง 2-4นาย รวมทั้งบริเวณพิพิธภัณท์พระราชวังจันทรเกษม ต.หัวรอ อ.พระนครศรีอยุธยา และยังมีการตรวจสอบเข้มงวดการถ่ายภาพด้วย

 นางสุบงกช ธงทองทิพย์ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุคนร้ายโจรกรรมวัตถุโบราณภายในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติขอนแก่น ล่าสุดได้มีการเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ภายในพิพิธภัณฑ์ทั้งหมด เพื่อหารือในมาตรการรักษาความปลอดภัยภายใน เบื้องต้นได้มีตรวจสอบระบบกล้องวงจรปิดให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา มีการเพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัยจากเดิมที่เคยใช้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และเจ้าหน้าที่ตรวจเวรเพียงอย่างเดียว

 ขณะนี้ได้เพิ่มเจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์เข้าไปดูกำกับร่วมกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยด้วย เนื่องจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นสถานที่เก็บรักษาโบราณวัตถุ และสิ่งของหายากมากที่สุดในพิพิธภัณฑ์ทั้งหมดที่อยู่ประเทศไทย นอกจากนี้ยังให้มีการปรับวงรอบการเฝ้าเวรยามของเจ้าหน้าที่ในช่วงกลางคืนเป็น 3 กะ คือ ตั้งแต่เวลา 18.00 - 24.00 น., เวลา 24.00 - 03.00 น. และเวลา 03.00 - 08.00 น.

 "การที่นักท่องเที่ยวเข้ามาภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จำนวนมาก จะช่วยทำให้ผู้คิดโจรกรรมสิ่งของทำงานลำบาก เพราะมีผู้คนมากมายเห็นการทำงาน ขณะเดียวกันทางพิพิธภัณฑ์ฯ เอง ก็มีการตรวจสอบนักท่องเที่ยวทุกคนที่ต้องการถ่ายภาพโบราณวัตถุ และจะอนุญาตเฉพาะผู้ที่เห็นว่าสมควรเท่านั้น" นางสุบงกช ระบุ

 แฉเซียนปั้มพระปลอมล่วงหน้าฉกจากพิพิธภัณฑ์

 แหล่งข่าวจากทีมสอบสวนคดีโจรกรรมวัตถุโบราณจากตู้โชว์ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติขอนแก่น เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด มีผู้ต้องสงสัย 3 คน สองคนแรกเป็นผู้ที่มาขอถ่ายภาพพระพิมพ์สมัยทวารวดี จากกรุนาดูน ที่ส่วนแสดงชั้นสอง โดยทั้งสองคนเดินทางมาที่พิพิธภัณฑ์ ในเช้าวันที่ 3 ธ.ค. โดยทำหนังสือเพื่อขอถ่ายภาพพระพิมพ์กรุนาดูน ผ่านรองอธิบดีกรมศิลปากร และรองอธิบดีได้ส่งให้ผอ.พิพิธภัณฑ์ขอนแก่นพิจารณาอนุมัติตามที่ขอ โดยชายสองคนได้ระบุชื่อ ที่อยู่ อาชีพ ตามระเบียบของพิพิธภัณฑ์ทุกอย่าง แต่ในวันแรก ผอ.ไม่อนุญาต โดยชายสองคนถ่ายภาพเฉพาะบริเวณทั่วไป และเช้าวันที่ 4 ธ.ค.ชายสองคนกลับมาอีกรอบ และขอถ่ายภาพ และยอมจ่ายเงินค่าถ่ายภาพ ชิ้นละ 100 บาท ตามระเบียบจึงสามารถถ่ายภาพได้

 "การถ่ายภาพโดยทั่วไป จะไม่เปิดตู้ให้ถ่ายแต่ไม่ทราบว่าทำไมเจ้าหน้าที่ถึงยอมเปิดตู้โชว์หมายเลข 2 ที่โชว์พระพิมพ์กรุนาดูนให้ถ่ายภาพได้  และมากกว่านั้นยังเปิดคลังที่เก็บวัตถุโบราณในพิพิธภัณฑ์ให้ถ่ายรูปด้วย ซึ่งการเปิดตู้โชว์ถ่ายภาพนั้น หากเป็นโจรมืออาชีพก็ถือว่าเป็นการเชคระบบรักษาความปลอดภัยของพิพิธภัณฑ์ว่ามีการติดตั้งระบบสัญญาณกันขโมยในตู้โชว์หรือไม่ " แหล่งข่าวกล่าว

 แหล่งข่าวเปิดเผย ชายผู้ต้องสงสัยสองคนที่มาพิพิธภัณฑ์และขอถ่ายภาพ คนหนึ่งอยู่กทม. อีกคน อ้างว่าเป็นอาจารย์ มีที่อยู่ที่ อ.นาดูน จ.มหาสารคาม และมีความรู้เรื่องพระพิมพ์กรุนาดูน ได้มาที่ขอนแก่นและพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง และนั่งสามล้อเครื่องมาที่พิพิธภัณฑ์ หลังจากมีการตรวจสอบพบว่ามีการโจรกรรมวัตถุโบราณในพิพิธภัณฑ์ และมีการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ทีมสอบสวนได้ตามไปที่พักของชายทั้งสองคนในโรงแรมแห่งหนึ่งกลางเมืองขอนแก่น และพบพระพิมพ์กรุนาดูนปลอมจำนวนหนึ่งในห้องพัก แต่ชายสองคนไหวตัวทันหลบหนีไปก่อน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกำลังติดผู้ต้องสงสัยอย่างกระชั้นชิด

 "การพบพระพิมพ์ปลอมในห้องพักผู้ต้องสงสัย คาดว่าคนกลุ่มนี้ทำเป็นขบวนการโดยมีการทำพระพิมพ์ตามออเดอร์ปลอมขึ้นมาล่วงหน้า ซึ่งหลังจากมีการขโมยพระตามออเดอร์สำเร็จก็จะเป็นข่าวใหญ่ซึ่งเป็นการโปรโมทพระไปในตัวแล้วคนกลุ่มนี้ก็จะระบายพระปลอมในตลาด โดยเฉพาะพระพิมพ์นั่งเมือง กรุนาดูน ที่ถูกขโมยด้วยนั้นทั้งข้าราชการฝ่ายปกครอง ตำรวจ และนักการเมือง นิยมสูงมาก เพราะเชื่อว่าหากมีไว้ครอบครองจะเป็นการเสริมบารมี เสริมตำแหน่งหน้าที่ ซึ่งการทำปลอมทำง่าย และรหัสที่พิพิธภัณฑ์ทำกำกับวัตถุโบราณทุกชิ้นก็เพียงการเอาปากกาเมจิกเส้นเล็กเขียนด้านหลัง และบริเวณขอบบางจุดเท่านั้น "แหล่งข่าวกล่าว

 ขณะเดียวกันจากการเชื่อมโยงชายผู้ต้องสงสัยสองคนที่มาขอถ่ายภาพในวันที่ 3 และ 4 ธ.ค.และออกจากพิพิธภัณฑ์ เวลาประมาณ 12.00 น.นั้น ช่วงเวลา ประมาณ 13.00 น.มีชายเสื้อดำ สะพายเป้เข้ามาในพิพิธภัณฑ์ พร้อมกับคณะพระ เณร โรงเรียนปริยัติธรรม แห่งหนึ่งจาก อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น และต่อมามีคณะนักศึกษา คณะศิลปศาสตร์ ม.ขอนแก่น จำนวน 70 คน เข้าชมพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามสอบสวนพระ เณร และนักศึกษาด้วยชายที่สะพายเป้ ชุดดำ นั้นเป็นคนในกลุ่มหรือไม่ ถ้าไม่ใช่ก็จะทำให้การสอบสวนง่ายขึ้น ซึ่งขณะนี้ต้องรอผลจากการนำวิดิโอไปปรับในแลปเพื่อให้ภาพชัดขึ้น

 "มีหลักฐานเชื่อมโยงของคนสามคนที่ต้องสงสัยจากภาพวงจรปิดน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกัน และมีหลักฐานที่คนร้ายทิ้งไว้เป็นภาพพระพิมพ์ อีกหลายแบบที่ปริ้นสี่สีในกระดาษขนาดเอสี่หล่นในบริเวณชั้นที่1 คาดว่าจะเป็นออเดอร์จากเซียนพระที่คนร้ายนำติดตัวมาเพื่อตระเวณขโมยจากแหล่งอื่น " แหล่งข่าวกล่าว