
ประสานตร.สากลสกัดขนโบราณวัตถุออกนอก
วธ.ประสานตำรวจสากลสกัดโบราณวัตถุออกนอกประเทศ เผยได้เบาะแสผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติม ขณะที่สิ่งของที่ถูกโจรกรรมยังไร้วี่แวว ส่วนรมว.วัฒนธรรม เตรียมพิจารณาเจ้าหน้าที่พิพิฑภัณฑ์ขอนแก่น ฐานปล่อยปละละเลย นักวิชาการชี้ เป็นใบสั่งพ่อค้าของเก่า
เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.2552 นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการโจรกรรมโบราณวัตถุจำนวน91 รายการของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่นว่า ตนได้รับรายงานว่า ทางพิพิธภัณฑ์ได้ถ่ายภาพวงจรปิดบุคคลต้องสงสัยไว้จำนวน 2 ราย โดยพบว่า บุคคลดังกล่าวเป็นผู้ส่งต่อภาพและข้อมูลให้แก่ผู้โจรกรรม ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการเชื่อมโยงไปยังผู้ต้องสงสัยและจะควบคุมตัวบุคคลดังกล่าวมาสอบสวนเพิ่มเติมต่อไป ส่วนมาตรการที่ต้องทำทันทีตอนนี้ก็คือ มอบหมายให้กรมศิลปากร สำรวจความพร้อมของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั้ง 44 แห่ง หากที่ไหนไม่พร้อมในเรื่องความปลอดภัยให้ปิดไปก่อน และพัฒนาบุคคลากร พร้อมติดกล้องวงจรปิดใหม่ จึงเปิดให้บริการอีกครั้ง และจะเชิญผอ.พิพิธภัณฑ์ทั้ง 44 แห่งมาประชุมเร็วๆนี้ด้วย
“ผมทราบเรื่องการโจรกรรมโบราณวัตถุที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่นมาตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม แล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจขอร้องยังไม่ให้เปิดเผยข้อมูล เกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อรูปคดี เมื่อถึงวันที่ 9 ธันวาคม ได้พิจารณาแล้วว่า ควรที่จะเปิดเผยข้อมูลออกไป เนื่องจากเกรงว่า โบราณวัตถุจะถูกส่งออกไปนอกประเทศ จึงได้ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประสานไปยังตำรวจสากล ตำรวจคนเข้าเมือง กรมศุลกากร สมาคมการค้าศิลปวัตถุ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการขนย้ายโบราณวัตถุออกนอกประเทศ ซึ่งตอนนี้ก็หวังแต่จะให้คนที่พบเห็นดูแลเรื่องนี้ นอกจากนี้จะมีการพิจารณาตำแหน่ง บทบาทและการทำหน้าที่ของผู้อำนวยการ เจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑถานแห่งชาติขอนแก่น ที่ปลอยปละละเลยให้มีการโจรกรรมโบราณวัตถุออกจากพิพิธภัณฑ์ ทั้งนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นผมไม่ได้รายงานต่อนายกรัฐมนตรี เพราะยังสามารถแก้ปัญหาด้วยตนเองได้”รมว.วัฒนธรรม กล่าว
นายเกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า กรมศิลปากร เห็นว่า ที่ผ่านมมาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติและโบราณสถานทั่วประเทศจะเปิดให้เข้าชมทุกวัน ดังนั้น ในต้นปีหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จะมีการปิดทำการในวันเสาร์-อาทิตย์ เหมือนสถานที่ราชการทั่วไป ยกเว้นในจังหวัดแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญๆ ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก อาทิ จังหวัดเชียงใหม่ ภูเก็ต อยุธยา และสุโขทัย เนื่องจากปัญหาขาดแคลนบุคลากรที่เรื้อรังมานาน เป็นเวลาหลายปีแล้ ขาดแคลนบุคลากรอย่างหนัก สูญเสียบุคลากรปีละเกือบ 50 คน จากการเกษียณอายุและเกษียณอายุก่อนกำหนด ปัจจุบันเหลือเพียงแค่ 1,379 อัตราเท่านั้น ทำให้มีอัตรากำลังไม่เพียงพรอสำหรับเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวเข้าชมทุกวัน อีกทั้งการหาอัตรากำลังเพิ่มก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะกรมศิลปากรต้องการกำลังคนที่มีความรู้และความสามารถเฉพาะด้าน
“บางแห่งมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่เพียงแค่ 2-3 คน แต่ต้องทำงานทั้ง 7 วัน นอกจากจะสร้างความเหน็ดเหนื่อยให้แก่เจ้าหน้าที่แล้ว ยังส่งผลให้การทำงานออกมาไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร จึงเห็นควรว่าการปิดทำการในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ในบางแห่ง จะช่วยให้เจ้าหน้าที่มีเวลาพักผ่อนและมีแรงกำลังในการดูแลมรดกของประเทศต่อไป และเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเพราะจะเลือกปิดเฉพาะแห่งที่มีนักท่องเที่ยวไม่พลุกพล่านเท่านั้น”อธิบดีกรมศิลปากร กล่าว
รศ.ศรีศักร วัลลิโภดม กรรมผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ(กวช.) กล่าวว่า ถือเป็นความหละหลวมของทางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น ซึ่งการขโมยของเก่ามีความซับซ้อน ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากรก็ตามไม่ทัน ดังนั้น การโจรกรรมครั้งนี้ต้องมีใบสั่งจากพ่อค้าขายของเก่าในประเทศ เพราะตอนนี้อะไรที่เป็นของเก่าก็รับซื้อหมด แม้แต่พระพุทธรูปที่อายุยังไม่ถึง 80 ปีที่หายจากวัดต่างๆก็ถูกนำไปทำการค้าทั้งสิ้น



