ไลฟ์สไตล์

ความเชื่อใจ...ได้จากเกมดวลแข้ง
แบบ "เล็ก" พิเดช ชวาลดิฐ

ความเชื่อใจ...ได้จากเกมดวลแข้ง แบบ "เล็ก" พิเดช ชวาลดิฐ

12 ธ.ค. 2552

ใน "เกมธุรกิจ" เชื่อว่าทุกคนย่อมต้องการก้าวสู่ความเป็นหนึ่ง และแน่นอนว่าทายาทรุ่นที่สองของธุรกิจเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูป พิเดช ชวาลดิฐ ในฐานะ ผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตและฝ่ายสารสนเทศ บริษัท เอส บี อุตสาหกรรมเครื่องเรือน จำกัด ก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน

 ทว่าใน "เกมกีฬา" ขณะที่หลายคนก็ยังคงมี "ที่ 1" เป็นจุดหมายปลายฝัน แต่สำหรับ "น้องเล็ก" ในจำนวนลูกๆ 4 คนของ คุณพ่อสุรพล และ คุณสรญา ชวาลดิฐ กลับมีมุมมองต่างออกไป เพราะเขามองว่าอะไรก็ไม่สำคัญเท่า "มิตรภาพและความไว้เนื้อเชื่อใจ!!!"

 "หากใครเล่นกีฬาเก่งแล้วจะเท่"...ความคิดเด็กๆ ของนักเรียนชั้นประถมปีที่ 1 ส่งผลให้ "น้องเล็ก" ของพี่ๆ หรือ "พิเดช" ในหมู่เพื่อน กลายเป็นหนุ่มผู้พิสมัยเกมกีฬาแทบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น ฟุตบอล บาสเกตบอล ตีกอล์ฟ ดำน้ำ ฯลฯ จนถึงปัจจุบันนี้

 "หนุ่มเล็ก" เริ่มต้นบทสนทนาถึงกิจกรรมที่ชื่นชอบด้วยการเล่าย้อนกลับไปสู่วัยเด็ก ซึ่งถือได้ว่าเป็นปฐมบทสำหรับเขาก็ว่าได้ "ผมเป็นลูกคนสุดท้องที่มีพี่ผู้ชาย 3 คน เรียนหนังสือในโรงเรียนชายล้วน วันๆ กิจกรรมส่วนใหญ่ก็มักจะเตะฟุตบอล เล่นกันทุกวันจนเรียกได้ว่าว่างตอนไหนก็หยิบลูกบอลมาเตะกัน และยิ่งได้เห็นพี่ๆ ที่เขาเล่นกันเก่งมากๆ ก็เหมือนเป็นต้นแบบให้เราอยากทำตาม เพราะรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่เท่สุดๆ

 สิ่งที่ได้รับจากกีฬาฟุตบอลนอกเหนือจากเรื่องสุขภาพและความเท่ นักบริหารหนุ่มแห่งค่ายเอส บี เฟอร์นิเจอร์ให้แง่มุมมองชวนคิดว่า เพราะ ฟุตบอลเป็นกีฬาต้องเล่นร่วมกันเป็นทีม โดยพื้นฐานผู้เล่นจะได้เรียนรู้เรื่องการเคารพซึ่งกันและกัน การมีน้ำใจนักกีฬา และสิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ความไว้เนื้อเชื่อใจต่อกัน อย่างเพื่อนที่เล่นด้วยกันทุกวันนี้เล่นบอลด้วยกันมา 28 ปี แพ้ก็คือแพ้ ชนะก็มีความสุขร่วมกัน เป็นการแชร์ประสบการณ์ร่วมกันมากกว่า

 "การเล่นกีฬาเป็นทีมก็เหมือนกับการทำงานร่วมกับผู้อื่น ต้องเชื่อใจทีม ยกตัวอย่างจากการเล่นฟุตบอลหากทุกคนมัวแต่แข่งกันแย่งบอลเพื่อไปทำประตูเองโดยไม่ใส่ใจหน้าที่อื่นๆ ว่าจะมีคนรับผิดชอบหรือไม่ ผลลัพธ์ที่ได้คือความพ่ายแพ้และเหนื่อยฟรี แต่ถ้าผู้เล่นรู้หน้าที่ของตัวเอง เช่น กองกลางมีหน้าที่จ่ายบอลสวยๆ ส่งให้กองหน้ารับไปทำประตู ในขณะที่กองหลังทำหน้าที่เป็นด่านคอยป้องกันการทะลุทะลวงจากฝ่ายตรงข้าม ผลงานที่ได้คือสิ่งที่สวยงามและเท่กว่า และทั้งหมดนี้ก็มาจากความเชื่อใจ ชีวิตจริงในการทำงานก็ต้องการความเชื่อใจเช่นเดียวกัน" นักบริหารหัวใจนักกีฬาให้แง่คิด

  28 ปี...จากบอลพลาสติกในรั้วโรงเรียนต่อเนื่องและเชื่อมโยง จนกลายเป็นเกมลูกหนังแห่งความผูกพันระหว่างเพื่อนกับเพื่อน แม้จะเรียนจบและแยกย้ายไปตามวิถีชีวิตแต่ละคนแล้ว แต่เมื่อมีโอกาสพิเดชและเพื่อนร่วมทีม ยังคงติดต่อกันอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเมื่อถึงวาระของ "เกมฟุตบอล" เป็นอันรู้กันว่า ทุกคนพร้อมใจที่จะวางเรื่องอื่นๆ ลงเพื่อลงสนามกอดคอฟาดแข้งกับหมู่มิตรทันที หากจุดมุ่งหมายหาใช่ผลการแข่งขัน แต่เป็นการซึมซับสายสัมพันธ์ นอกเหนือสุขภาพดี ซึ่งเป็นผลรับโดยตรงจากการออกกำลังกาย

 "จนถึงทุกวันนี้แม้ว่าพวกเราจะมีหน้าที่รับผิดชอบมากขึ้นตามลำดับ แต่ยังคงรวมตัวนัดเตะฟุตบอลกันเป็นประจำ ถ้าไม่ใช่ช่วงที่มีโปรแกรมการแข่งขันอย่างน้อยก็เดือนละ 1-2 ครั้ง แต่ถ้าเป็นช่วงฤดูการแข่งขันก็จะบ่อยกว่านั้น อย่างตัวผมเองถ้าเป็นช่วงเปิดฤดูการแข่งขัน หากจะรับนัดใครก็จะพยายามหลีกไม่ให้ชนกับตารางแข่ง และในแต่ละแมทช์เมื่อจบเกมการแข่งขันแทนที่จะแยกย้ายกลับบ้านใครบ้านมัน พวกเราก็จะพากันมานั่งรวมกลุ่มอยู่บนสนามหญ้า นั่งคุยนั่งแซวถึงเรื่องราววีรกรรมของเพื่อนในกลุ่ม แม้จะเป็นเรื่องเดิมๆ เก่าๆ พวกเราก็ยังคงงัดขึ้นเอามาคุยมาอำกันได้ และหากเพื่อนๆ คนไหนพาแฟนหรือครอบครัวมาด้วย พวกเราทุกคนก็จะต้อนรับด้วยการเล่าขานเรื่องสนุกๆ ของแต่ละคนให้รับฟังด้วยจนกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ไม่ว่าใครจะเคยโดนเผามากี่ครั้งหรือฟังมากี่รอบ เราก็จะคุยกันแต่เรื่องเดิมๆ"  คุณพ่อลูก (สาว) สองเล่าอย่างไม่ปิดบังความสุข

 นอกจากเกมฟาดแข้ง นักบริหารหนุ่มเล่าให้ฟังอีกว่า ฝีไม้ลายมือใน "เกมยัดห่วง" ของเขาก็ไม่เป็นสองรองใคร การันตีได้จากช่วงหนึ่งเขาได้รับการดึงตัวไปเล่นให้แก่สโมสรชื่อดังมาแล้ว

 "จำได้ว่าผมเริ่มเล่นบาสตอนนั้นประมาณอยู่ชั้นประถม 5 ผมจับฉลากของขวัญได้ลูกบาสจึงเริ่มเล่นมาเรื่อยๆ บวกกับขณะนั้นคิดว่าตัวเองเล่นฟุตบอลเก่งแต่ครูจับให้ไปเล่นชักเย่อ ตอนนั้นเสียใจมากว่าทำไมครูทำกับผมอย่างนี้ จากนั้นก็ทุ่มเทให้กับการเล่นบาส จนกลายเป็นนักกีฬาของโรงเรียน แล้วค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นมาเล่นระดับสโมสรต่อมา แต่เนื่องจากต้องเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศจึงต้องหยุดชีวิตนักกีฬาไว้เพียงเท่านั้น แต่ถึงทุกวันนี้ก็ยังเล่นอยู่" พิเดชเล่าพลางยิ้มไปพลาง เมื่อเล่าถึงวันวานอย่างมีความสุข

 ชื่นชอบการเล่นฟุตบอล แน่นอนว่าย่อมต้องมีทีมและนักฟุตบอลในดวงใจ...ผอ.ฝ่ายการผลิตในชุดเตรียมพร้อมลงฟาดแข้งพยักหน้าตอบแบบไม่มีเม้มไม่มีกั๊กทันทีว่า

 "ผมเป็นแฟนผีแดงครับ ส่วนนักฟุตบอลก็มีจอมตะลุย เวย์น รูนีย์ อยู่ในหัวใจ แต่ผมไม่นิยมการเล่นพนันบอล แค่นั่งเชียร์แล้วเอาผลการแข่งขันบัฟกันในหมู่เพื่อนฝูงที่ชอบเหมือนกันสนุกกว่าเชียร์แล้วได้ตังค์ ที่สำคัญผมมองว่าทำอย่างอื่นก็ได้เงินไม่ต้องหาจากการเล่นพนัน"

 นัก (แทง) บอล ฟังเอาไว้เป็นตัวอย่างนะคร้าบ...!!

เรื่อง... "กอบแก้ว แผนสท้าน"
ภาพ... "อุทร ศรีพันธุ์"