
ถูกตั้งข้อหา "ฆ่าโจร"
ผมขอปรึกษาลุงเเจ่ม เรื่องข้อกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันตัว คือว่า การที่เราต่อสู้กับโจรผู้ร้ายเพื่อป้องกันชีวิตและทรัพย์สิน โดยใช้อาวุธ
เช่น เจ้าของร้านทองยิงต่อสู้กับโจรที่มาปล้นจนโจรตาย แต่เจ้าของร้านกลับถูกตำรวจตั้งข้อหาฆ่าคนตายพร้อมกับยึดอาวุธปืนไปประกอบคดี
อยากทราบว่า เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น ทั้งๆ ที่เจ้าของร้านทองไม่มีความผิด ตามกฎหมายมาตรา 68 ไม่สมควรถูกตั้งข้อหาหรือยึดอาวุธใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเป็นการป้องกันตัว ถ้าเป็นเช่นนี้เจ้าของร้านทองจะทำอย่างไรกับคนร้าย โดยไม่มีความผิดครับ
จรัล
ตอบ
พ.ต.ท.กิจสิน โกมนเสน รอง ผกก.กลุ่มงานตรวจสอบสำนวนอัยการ กองคดีอาญา สำนักงานกฎหมายและสอบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงว่า กรณีนี้ถือเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 (คุ้มครองผู้ถูกละเมิดกฎหมาย) ซึ่งบัญญัติว่า "ผู้ใดจำต้องกระทำการใด เพื่อป้องกันสิทธิของตน หรือของผู้อื่น ให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด"
ฉะนั้น การป้องกันตัวจะต้องเป็นการกระทำที่พอสมควรแก่เหตุ ถ้าเป็นการกระทำที่เกินสมควรแก่เหตุ เพื่อป้องกันตัว ถือว่าไม่เป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย
กรณีที่คุณจรัลสอบถามมา น่าจะเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะคดีนี้เป็นคดีอาญาเป็นความผิดที่เกิดขึ้นแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องทำสำนวนเป็นคดีอาญาก่อน แต่จะได้รับการยกเว้นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 คุ้มครองผู้ถูกละเมิดกฎหมายเข้ามาประกอบ ซึ่งก็ต้องมีพยานและหลักฐานประกอบด้วยว่า เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายจึงจะไม่มีความผิด
ในส่วนของอาวุธปืนก็ต้องแยกออกไป ตำรวจต้องตรวจสอบว่า ใช้อาวุธอะไรในการป้องกันตัว ถ้าเป็นปืนก็ต้องตรวจสอบดูความถูกต้องว่า มีทะเบียนหรือไม่ ถ้าไม่มีทะเบียนก็ถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ก็ต้องดำเนินคดีในข้อหา "พกพาอาวุธปืนโดยมิชอบด้วยกฎหมาย" แต่ส่วนใหญ่ร้านทองจะมีอาวุธปืนที่มีทะเบียนถูกต้อง
ลุงแจ่ม



