ไลฟ์สไตล์

กลัวถูกยึดบ้าน

กลัวถูกยึดบ้าน

11 ธ.ค. 2552

หนูเป็นหนี้บัตรเครดิตหลายใบ ขอยอมรับค่ะว่า ขณะนี้ไม่มีปัญญาผ่อนชำระหนี้แล้วค่ะ เจ้าหนี้ก็โทรมาทวงเเล้วทวงอีก

ให้หนูไปประนอมหนี้ บางบัตรหนูก็ไปประนอมหนี้ แต่บางบัตรหนูก็ไม่ได้ประนอมหนี้ ส่วนที่ทำประนอมหนี้หนูก็ผ่อนไปได้สักระยะหนึ่ง แต่แล้วก็เกิดปัญหาอีก เนื่องจากหนูไม่มีปัญญาส่งต่ออีก
 บางบัตรในเมื่อไปตกลงกันในศาล หลังจากที่ผ่อนชำระไปได้สักระยะหนึ่ง หนูก็เริ่มผ่อนไม่ไหวอีกเหมือนเคย เพราะเงินเดือนไม่พอค่ะ เป็นหนี้ก็อยากใช้ แต่ตอนนี้ไม่ไหวจริงๆ ค่ะ
 จึงอยากทราบว่าขณะนี้หนูมีบ้าน ซึ่งต้องผ่อน 20 ปี แต่เพิ่งจ่ายไป 4 ปี แล้วมีผู้กู้ร่วม 3 คน คือ มีหนู สามีที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน และน้องชายของหนู จากปัญหาเรื่องหนี้บัตรเครดิตรนี้จะทำให้หนูต้องถูกเจ้าหนี้ยึดบ้านขายทอดตลาด แล้วเอาเงินในส่วนของหนูมาชำระหนี้หรือเปล่าคะ หรือว่า จะเป็นอย่างไร ตอนนี้รู้สึกกังวลมากค่ะ
 กัลยา 
 ตอบ
 ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ชลธิชา สมสอาด คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า จากข้อมูลที่ให้มาซึ่งตามกฎหมายแล้ว เจ้าหนี้มีสิทธิที่จะบังคับหนี้เอากับคุณทุกทาง หากเจ้าหนี้ต้องการจะทำ โดยการบังคับเอาจากทรัพย์สินที่คุณมีอยู่ไม่ว่าจะเป็นบ้าน หรือที่ดิน หรือทรัพย์อย่างอื่นที่นำมาขายทอดตลาดได้
 ซึ่งในที่นี้เจ้าหนี้ก็มีสิทธิที่จะบังคับเอาจากบ้านที่คุณกำลังผ่อนอยู่ด้วยเช่นกัน ถ้าเจ้าหนี้ต้องการจะทำนะ ซึ่งก็ไม่รู้าเจ้าหนี้ต้องการที่จะทำหรือเปล่า ตรงนี้ไม่มีใครบอกได้ ถ้าเจ้าหนี้เกิดทำขึ้นมาจริง และบ้านของคุณยังติดจำนองอยู่ ดังนั้นธนาคารที่รับจำนองบ้านก็จะต้องกันหนี้ของเขาไว้ก่อน ดังนั้น ถ้าขายบ้านได้ ก็จะไม่ได้ตามที่ประกาศขาย เนื่องจากว่าเจ้าหนี้อย่างธนาคารจะเป็นรายแรกที่เอาเงินส่วนที่คุณติดจำนองกับธนาคาไว้ก่อน แล้วที่เหลือเจ้าหนี้รายอื่นๆ จึงจะได้
 ทางที่ดีหากเจ้าหนี้เกิดบังคับหนี้เอากับบ้านขึ้นมา คุณควรให้สามี และน้องชาย ไปขอกันส่วนที่เป็นของตัวเองไว้ เจ้าหนี้ก็จะได้เงินจากส่วนที่เป็นของคุณเท่านั้น เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิที่จะมาบังคับเอาจากส่วนของสามี และน้องชายของคุณ ดังนั้นต้องไม่นิ่งดูดายในเรื่องนี้ หากมีการเอาบ้านขายทอดตลาดแล้วก็ให้น้องและสามีของคุณไปใช้สิทธิตรงนี้ด้วย
 แต่อย่างไรเสีย ถ้าเป็นหนี้ก็ควรต้องจ่าย แต่ถ้ายังไม่สามารถทำได้ตอนนี้ ก็คงต้องบอกว่าไม่มี ไม่หนี แต่ยังไม่มีจ่าย
 ลุงแจ่ม