ไลฟ์สไตล์

ปอ-อา-กอ -ปาก

ปอ-อา-กอ -ปาก

11 ธ.ค. 2552

เมื่อตอนเป็นสามเณรเล็กๆ เวลาจะสวดมนต์ หรือเทศน์อ่านคัมภีร์ใบลาน ต้องใช้สีผึ้งสีปากหรือทาปากก่อน แล้วกำหนดว่า จะใช้นิ้วไหนเพื่อพูดกับใคร โดยกำหนดความรัก ความชื่นชม ความสำเร็จ

 ถ้าเข้าหา ผู้ใหญ่ ใช้นิ้วโป้ง  งานจะโปร่ง ต้องนิ้วชี้ สีเข้าไว้
ยุติธรรม นิ้วกลางหนอ ขอโทษภัย  หารักไซร้ ใช้นิ้วนาง ไม่จางรัก
พูดกับเด็ก ใช้นิ้วก้อย กระจ้อยริด  เด็กใกล้ชิด หัวเราะริก กันกิ๊กกั๊ก
ท่องคาถา ชัดชัด ชะงัดนัก   สีผึ้งจัก สำแดงฤกทธิ์ สมจิตปอง
 คาถาที่ท่อง ก็เป็นคาถาที่รู้จักกันทั่วไปว่า “นะโมพุทธายะ” แล้วเสกแยกว่า..
 นะ  เมตตา   โม  กรุณา 
 พุท ปรานี  ธา ยินดี
 ยะ เอ็นดู
 ถ้าจะถามว่าได้ผลไหม ? ก็ขอตอบว่าได้ผลดีทีเดียว ! ซึ่งถ้าใครไม่เชื่อก็แล้วไป เดี๋ยวนี้ก็ยังใช้เวลาจะเทศน์ก็เสกสีผึ้งฝรั่ง (ลิปสติก) ซึ่งเป็นลิป เพราะสีผึ้งในกรุงเทพฯ ไม่มีขาย

 ต่อมาก็วิเคราะห์ว่า ทำไมต้องใช้นิ้วไม่เหมือนกัน จึงประจักษ์ความจริงในความฉลาดของคนโบราณว่า ให้เรารู้หน้าที่ของปากว่า จะพูดกับคนระดับใด จะได้เตรียมการพูดให้เหมาะสม เรียกว่า ปุคคลัญญุตา คือ รู้จักคนที่เราจะเข้าไปเจรจาด้วย

 ต่อมาได้อ่านหนังสือของ น.อ. (พิเศษ) แย้ม ประพัฒน์ทอง ซึ่งเป็นอนุศาสนาจารย์กองทัพอากาศ ท่านถึงแก่กรรมไปหลายปีแล้ว ท่านเขียนเรื่อง ปาก แล้วท่านก็แสดงคำโคลงซึ่งจำไม่ได้แล้วว่า เป็นของใคร ทำให้รู้ว่า ปากนั้นบันดาลความสำเร็จ และให้ผลอันเผ็ดร้อน คำโคลงนั้นพอจำได้ว่า
 ปากเป็นเอกเลขตั้ง  เป็นโท
 เพราะพูดดูดดวงมโน  แน่นได้
 ร้อยรักหักโมโห หาลาภ  รวยแฮ
 ฤาอาจพูดเพื่อให้  ปากเย้ ฟันเหยิน

 เมื่อรู้ฤทธิ์และพิษสงของปากแล้ว ก็เฝ้าระวัง ปากบางครั้งก็พลาดเพราะ...อารมณ์ตน และเพราะผู้คนที่ยุยง...จึงกำหนดจดจำพระพุทธภาษิตว่า...ทุฎฐสฺส ผรุสวาจา (ทุฎฐัสสะ ผะรุสะวาจา) แปลความว่า "คนโกรธย่อมกล่าววาจาหยาบคาย"

"พระราชวิจิตรปฏิภาณ (เจ้าคุณพิพิธ)"