ไลฟ์สไตล์

 ว.วชิรเมธีเปิดเกมรุกแพร่ธรรมเข็นวัดขึ้นเว็บไซต์

ว.วชิรเมธีเปิดเกมรุกแพร่ธรรมเข็นวัดขึ้นเว็บไซต์

09 ธ.ค. 2552

ทั้งธรรมะทูเดย์ดอทคอม ยันทวิตเตอร์-เฟซบุ๊ก ให้แง่คิดและสอนการใช้ชีวิตด้วยการยึดธรรมะ เน้นคำสอนเข้าใจและเข้าถึงวัยรุ่นได้ง่าย โดนใจวัยทวิตยุคทศวรรษ 21

 เมื่อเทคโนโลยีและการสื่อสารเข้ามามีอิทธิพลต่อสังคมทุกชนชั้น พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือท่าน ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ก็เล็งเห็นตรงจุดนี้ด้วยเช่นเดียวกัน จึงเตรียมเปิดเว็บไซต์ธรรมะทูเดย์ดอทคอม (www.dhammatoday.com) ทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊ก เพื่อให้คนทั่วไปเข้าถึงธรรมะได้ง่ายขึ้น

 ท่าน ว.วชิรเมธี ชี้ว่า ปัจจุบันนี้สิ่งที่มีอิทธิพลต่อโลกมากที่สุด คือ อินเทอร์เน็ต ซึ่งทำให้โลกใบนี้ไม่มีประตูอีกต่อไป เป็นโลกไร้พรมแดน แล้วทำไมพระถึงไม่กล้าเข้าไปใช้บ้าง เมื่อคิดถึงตรงจุดนี้แล้วจึงคิดกับศิษยานุศิษย์ ตลอดจนปรึกษาหารือกับผู้ใหญ่ในบ้านเมืองหลายคน เช่น ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ซอฟต์แวร์ปาร์ค ไอบีเอ็ม หรือแม้แต่ สุทธิชัย หยุ่น บรรณาธิการอำนวยการเครือเนชั่น ได้ให้คำแนะนำว่า การใช้สื่อที่มีอิทธิพลทำหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาให้เข้าถึงวัยรุ่นเป็นสิ่งที่ดี จึงเริ่มพัฒนามาตั้งแต่เมื่อ 6 เดือนก่อน

 จุดเด่นของเว็บไซต์ธรรมะทูเดย์ดอทคอมนั้น แบ่งเป็น 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.เป็นศูนย์รวมงานของท่าน ว.วชิรเมธี ทุกรูปแบบ งานไหนหรือข้อมูลอะไรที่หาไม่ได้สามารถมาค้นหาได้จากที่นี่ ถือเป็นคลังข้อมูลสำคัญ นักวิจัยสามารถเข้ามาศึกษาค้นคว้า นักเรียนสามารถเข้ามาหาหนังสือ หรือญาติโยมสามารถเข้ามาดูได้ว่าพระนักพูดชื่อดังจะไปแสดงธรรมที่ไหน 2.มีวัดเสมือนจริง ซึ่งจำลองวัดที่รังสิตคลอง 14 ให้ญาติโยมสามารถเข้าไปชมได้โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางมาด้วยตัวเอง

 3.นอกจากจะมีเว็บไซต์แล้ว ยังมีทวิตเตอร์คอยติดตามผลงานชนิดเรียลไทม์ เช่น ขณะแสดงธรรมอยู่ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จะมีทีมงานคอยป้อนข้อมูลเข้าไปทวิตเตอร์กันสดๆ สามารถรับชมรับฟังกันได้ทั้งประเทศสดๆ สุดท้าย 4.โปรแกรมเฟซบุ๊ก ปัจจุบันมีฐานข้อมูลอยู่ประมาณพันกว่าคน ทั้งที่ยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ฯลฯ โดยทั้งหมดจะมีทีมงานและเว็บมาสเตอร์คอยควบคุมดูแล

 "ถือเป็นรูปแบบใหม่ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ถึงเวลาแล้วที่พระจะเข้ามาใช้เครื่องมือเทคโนโลยี ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด เพราะวัดในกรุงเทพฯ กว่า 70% มีเว็บไซต์กันหมดแล้ว แม้แต่ท่านพุทธาสภิกขุ ท่านติช นัท ฮันห์ หรือแม้แต่สมเด็จพระสังฆราชก็มีเว็บไซต์ เพียงแต่เอาข้อมูลไปวางแปะไว้เฉยๆ เป็นเว็บไซต์แห้ง แต่เว็บไซต์ธรรมะทูเดย์ดอทคอมจะทำให้พระพุทธศาสนามีชีวิตชีวา หมุนไปกับโลกจริงชนิดเรียลไทม์ ไม่ใช่เว็บไซต์แห้งๆ อีกต่อไป จะเรียกว่าเป็นก้าวหนึ่งของการเผยแผ่ธรรมะแบบก้าวกระโดดก็ได้" ท่าน ว.วชิรเมธี กล่าว

 ข้อดีอีกอย่างของเว็บไซต์แห่งนี้ในสายตาของพระนักเทศน์ คือ เป็นการร่วมกันทำงานของพุทธศาสนิกชนที่ไม่หวังผล เป็นเหมือนกฐินสามัคคีเว็บไซต์ ประกอบกับการเข้าถึงข้อมูลและใช้ข้อมูลไม่ต้องใช้ต้นทุนอะไรเลย ทุกคนสามารถเข้าไปใช้ได้หมด มีเสียงเทศนาธรรมกว่า 200 เสียง และมีคลิปแสดงธรรมของท่าน ว.วชิรเมธี อีกกว่า 500 คลิป ที่นำออกมาเรียกน้ำย่อยให้ดาวน์โหลดฟรี นอกจากนี้ ในการทวิตถามคำถามที่เกี่ยวกับธรรมะ หลักธรรมคำสอน หรือประเด็นฮิตฮอตในสังคมที่เกี่ยวกับธรรมะ ท่าน ว.วชิรเมธี ยืนยันว่า จะเป็นคนตอบคำถามด้วยตัวเองทั้งหมด ยกเว้นข้อมูลพื้นฐานเท่านั้นที่จะมีทีมงานคอยตอบแทน

 "ทุกวันนี้เทคโนโลยีมีอิทธิพล แต่เป็นการใช้เพื่อสนองกิเลส อาตมาจึงปรารถนให้เว็บไซต์นี้สนองปัญญามากกว่า นี่คือชุมชนของคนใฝ่เรียนใฝ่รู้ แสวงหาปัญญา การันตีว่าคนที่เข้ามาจะไม่โง่เหมือนเดิมอีกต่อไป ทุกวันนี้เราเอาแต่ทวิตด่ากัน ทำไมไม่ทวิตแต่สิ่งดีๆ ถ้าใช้สื่อเป็นก็เปลี่ยนชีวิตได้" ท่าน ว.วชิรเมธี กล่าวทิ้งท้าย

 ในเว็บไซต์ www.dhammatoday.com มีข้อคิดคำคมมากมาย ตัวอย่างเช่น "รู้อะไรก็ไม่เท่า รู้สึกตัว (mindfulness)" ที่จะป๊อปอัพขึ้นหน้าเว็บเพจเหมือนกับโฆษณาที่เคยสร้างความรำคาญ แต่ป๊อปอัพนี้กลับคอยเตือนสติผู้คน นอกจากเว็บไซต์แล้ว ยังเชื่อมโยงไปถึงเครือข่ายเฟซบุ๊ก (Facebook) และทวิตเตอร์ (Twitter) กลายเป็นเครือข่ายสังคมพระธรรมออนไลน์ (Social network) เต็มรูปแบบแห่งแรกของเมืองไทยก็ว่าได้

 ท่าน ว.วชิรเมธี ทวิตครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2552 มีผู้ติดตามจนถึงปัจจุบัน 1,851 ราย ทวิตกลับ 138 ข้อความ ล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 9 ธันวาคม กับ 20 คำถามกับ ว.วชิรเมธี เช่น ทำไมมักเจอสิ่งที่ไม่ชอบใจอยู่เสมอ ? ผู้รู้บอกว่าศิลปินอย่าดูหมิ่นศิลปะ กองขยะดูดีๆ ยังมีศิลป์ ดังนั้นในสิ่งที่คุณไม่ชอบ ย่อมมีแง่มุมที่คุณชอบอย่างแน่นอน มองอย่างพินิจจะพบว่าในดีมีเสีย ในเสียมีดี...ขณะเดียวกันยังมีคำคมวันนี้คอยเตือนสติผู้ที่เข้ามาอ่าน เช่น อย่าปล่อยให้คมมีดแห่งอดีตมากรีดปัจจุบัน, ถ้าคุณเป็นคนดีแล้ว นั่นแหละคุณบรรลุวัตถุประสงค์ของการมีวัด วัดอยู่ในใจคุณแล้ว และความจริงบางอย่างก็ไม่จำเป็นต้องไปพิสูจน์ให้เห็นด้วยตา เพราะมันเป็นสิ่งที่ต้องใช้ปัญญาในการมอง เป็นต้น

 เนื้อหาของการสื่อสารแบบนิวมีเดียจะเน้นหลักธรรมในชีวิตประจำวันที่ทันสมัย เข้าถึงหัวใจวัยโจ๋ หลักคิดแสบๆ คันๆ ที่ไม่มีจารึกในพระไตรปิฎก เช่น แฟนติดหนังเกาหลีดูทั้งคืนไม่ยอมนอน ได้รับคำตอบว่าขอให้คิดว่าอย่างน้อยเธอยังนั่งดูอยู่ในบ้าน ถึงเธอจะติดหนังเกาหลีก็ยังดีกว่าติดผู้ชายขี้หลีที่อยู่นอกบ้าน, จับได้ว่าแฟนมีกิ๊กทำอย่างไรดี (1) ถามตัวเองว่าเราดีกับเขาพอหรือยัง (2) ระหว่างเรากับกิ๊กมีข้อดีข้อด้อยต่างกันตรงไหน ถามแฟนว่าจะเลือกใครก็รีบทำ ไม่รักฉัน อย่าทำให้ฉันเสียเวลา !!

 ส่วนหลักคิดที่แฝงคติธรรมบางเรื่องก็อาจจะเคยผ่านตามาบ้างแล้ว เช่น ข้อคิดเรื่องน่าเสียดาย : น่าเสียดายที่เรามีพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ แต่เรากลับศรัทธาไสยศาสตร์หัวปักหัวปำ, น่าเสียดายที่เรามีพระมหากษัตริย์ที่แสนดี แต่เรากลับมีคนโกงกินเต็มบ้านเต็มเมือง, น่าเสียดายที่เรามีวัดอยู่เกือบทุกหมู่บ้าน/ตำบล แต่เรากลับมากด้วยคนขาดจริยธรรมอยู่ทั่วไป, น่าเสียดายที่เราสถาปนาประชาธิปไตยตั้งแต่ 2475 แต่เรากลับมีปฏิวัติ/รัฐประหารมาแล้ว 14 ครั้ง, น่าเสียดายที่เรามีมหาวิทยาลัยมากมายติดอันดับโลก แต่เรากลับโชคร้ายที่คนไทยชอบดูดวงบวงสรวง ฯลฯ

 พร้อมกันนี้ ท่าน ว.วชิรเมธี ยังมอบพรปีใหม่ด้วยการทวิตขอให้คนไทยทุกคนพร้อมใจกันร่วมสร้างสรรค์พรที่ประเสริฐให้บังเกิดแก่ประเทศไทย 9 ประการ คือ 1.ขอให้นายกรัฐมนตรีมีความเป็นผู้นำสมบูรณ์แบบเลิกเป็นอีแอบนอมินี 2.ขอให้คนไทยรู้รักสามัคคี เพราะเราถอยหลังมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว 3.ขอให้เมืองไทยคลาดแคล้วจากสงครามกลางเมือง 4.ขอให้เสื้อแดงเสื้อเหลืองจงอันตรธานไป 5.ขอให้นักการเมืองตระกูลสุดท้ายกิน กาม เกียรติ กะล่อน จงสูญพันธุ์ 6.ขอให้ความเติบโตทางเศรษฐกิจก้าวทันจีนและอินเดีย 7.ขอให้อย่าเสียเสรีภาพในการใช้ปัญญา 8.ขอให้คอรัปชั่นอย่ากลับมาเป็นวัฒนธรรมกระแสหลัก และ 9.ขอให้หมอดูอย่ามาทายทักโดยที่เราไม่ได้เชื้อเชิญ โดยเว็บไซต์ธรรมะทูเดย์ดอทคอมจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการเวลา 14.00 น. วันที่ 22 ธันวาคมนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์