ไลฟ์สไตล์

ศุกร์กับเซ็กส์ - ไวรัสเอชพีวีกับการตั้งครรภ์

ศุกร์กับเซ็กส์ - ไวรัสเอชพีวีกับการตั้งครรภ์

11 ธ.ค. 2552

“คุณหมอคะ ดิฉันเป็นนักเรียนพยาบาลมีญาติสนิทกำลังตั้งครรภ์ได้สองเดือน คุณหมอที่ฝากครรภ์ตรวจพบว่ามีเชื้อเอชพีวีที่ปากมดลูก อยากเรียนถามว่าเชื้อนี้จะทำให้เด็กในครรภ์และคนท้องเกิดอันตรายหรือเปล่าคะ จะดูแลรักษาอย่างไรในขณะตั้งครรภ์?”

 ตอบ  : เชื้อไวรัสเอชพีวีเป็นเชื้อที่ฮิตมาไม่กี่ปีนี้เอง หลังจากค้นพบว่าเกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งปากมดลูก อันที่จริงไม่ใช่เชื้อไวรัสเอชพีวีทุกตัวที่เกี่ยวข้องกับมะเร็ง แต่แบ่งเป็นสองชนิด เชื้อไวรัสเอชพีวีชนิดเสี่ยงต่ำ ไม่ก่อมะเร็งแต่อาจทำให้เกิดหูดชนิดต่างๆ ส่วนเชื้อไวรัสเอชพีวีชนิดเสี่ยงสูง ทำให้เกิดมะเร็งที่ปากมดลูก ทวารหนัก หรือมะเร็งช่องคลอด

 เมื่อตรวจพบเชื้อเอชพีวีในหญิงตั้งครรภ์ เป็นธรรมดาที่จะทำให้เกิดความวิตกกังวล แต่โชคดีที่เชื้อไวรัสเอชพีวีไม่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของทารกในครรภ์ และไม่เปลี่ยนแปลงการดูแลมารดาในขณะตั้งครรภ์ แต่สำหรับการคลอดในคุณแม่บางรายอาจจะพิจารณาผ่าตัดคลอด ดังมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ค่ะ

 1.หลักฐานการวิจัยในปัจจุบันไม่พบความเชื่อมโยงระหว่างการติดเชื้อไวรัสเอชพีวีกับการแท้ง การคลอดก่อนกำหนด ความพิการของทารก รวมถึงภาวะแทรกซ้อนของมารดาในขณะตั้งครรภ์ เช่น ครรภ์เป็นพิษ น้ำคร่ำรั่วก่อนเจ็บครรภ์คลอด ฯลฯ

 2.สำหรับทารกที่คลอดทางช่องคลอดในกรณีที่มารดามีเชื้อไวรัสเอชพีวี พบว่าความเสี่ยงที่ทารกจะติดเชื้อไวรัสเอชพีวีมีน้อยมาก และส่วนใหญ่ของทารกที่ติดเชื้อ (ร้อยละ 80-90) เชื้อไวรัสเอชพีวีสามารถหายไปเองได้

 3.ในกรณีที่มารดาติดเชื้อไวรัสเอชพีวีชนิดเสี่ยงสูง แต่ปากมดลูกปกติยังไม่เปลี่ยนเป็นเซลล์มะเร็ง ให้เฝ้าระวังโดยเมื่อตั้งครรภ์ 1-3 เดือน ควรตรวจแปปสเมียร์เพื่อตรวจหามะเร็งปากมดลูกหนึ่งครั้ง หากปกติก็ตรวจอีก 1 ครั้งหลังคลอด

 4.ในกรณีที่มารดาติดเชื้อไวรัสเอชพีวีชนิดเสี่ยงสูงและปากมดลูกมีเซลล์ผิดปกติหรือเซลล์มะเร็ง แพทย์จะพิจารณารักษาแล้วแต่ความรุนแรงของโรค หากไม่รุนแรงมากอาจจะรอจนคลอดบุตรแล้วจึงจะรักษา

 5.ในกรณีที่มารดาติดเชื้อไวรัสเอชพีวีชนิดเสี่ยงต่ำ และเกิดหูดหงอนไก่ที่อวัยวะเพศ อาจจะรักษาโดยใช้สารเคมีจี้ทำลายหูด เช่น ซิลเวอร์ไนเตรท ซึ่งไม่มีอันตรายต่อทารกในครรภ์ ในบางรายที่เป็นมาก อาจรอรักษาหลังคลอด เพราะในขณะตั้งครรภ์มักจะรักษาไม่หาย ด้วยหูดหงอนไก่มักจะเจริญงอกงามเพราะชอบความชุ่มชื้นของช่องคลอดและเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนของมารดาที่เปลี่ยนไป ส่วนช่องทางการคลอดในขณะเป็นหูดหงอนไก่ ส่วนใหญ่ให้คลอดทางช่องคลอด แต่หากหูดมีขนาดใหญ่มาก ปิดบังช่องทางการคลอด หรือมีโอกาสจะสัมผัสกับทารก ซึ่งทำให้ทารกเกิดหูดหงอนไก่ในหลอดลม ก็อาจจะพิจารณาผ่าตัดคลอดค่ะ

"พญ.ชัญวลี ศรีสุโข"
([email protected])