ไลฟ์สไตล์

หุ่นนานาชาติ เทิดไท้ "ราชาแห่งราชันย์"

หุ่นนานาชาติ เทิดไท้ "ราชาแห่งราชันย์"

10 ธ.ค. 2552

รูดม่านปิดฉากการแสดงลงอย่างงดงามตระการตา สำหรับ มหกรรมศิลปวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 82 พรรษา ซึ่งแม่งานใหญ่กระทรวงวัฒนธรรม และภาคเอกชนต่างรวมใจเป็นหนึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ นำการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมทั้งดั

 สำหรับหุ่นละครเล็ก ที่ต้องยกให้เป็นพระเอกของงาน เป็นศิลปะการแสดงของไทยที่มีมานานกว่า 100 ปี ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 โดย ครูสาคร ยังเขียวสด ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปการแสดง (ละครเล็ก) สือทอดมรดกชิ้นนี้มาจาก ครูแกร ศัพทวนิช ต้นตำรับ มีการปรับปรุงและทำการแสดงอีกครั้งเมื่อปี พ.ศ. 2528 ต่อมา สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พระราชทานชื่อใหม่ว่า "นาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก (โจหลุยส์)" ซึ่งลักษณะเด่นของหุ่นที่วาดลีลาสวยงามจนเรียกเสียงปรบมือได้ดังสนั่นกึกก้องนั้น อยู่ที่ผู้เชิด 3 คน ต่อหุ่น 1 ตัว สามารถประสานลีลาและท่าทางที่สอดคล้องกัน ภาพที่เห็นจึงงดงามยากจะหาการแสดงใดมาเทียบได้

 ได้รับความไว้วางใจให้นำหุ่นละครเล็กมาร่วมทำการแสดงในโอกาสพิเศษเช่นนี้ สุรินทร์ ยังเขียวสด ทายาทผู้สืบทอดหุ่นละครเล็กรุ่นปัจจุบัน กล่าวด้วยน้ำเสียงตื้นตันว่า ทางคณะฯ ได้รับพระบรมราชานุญาต จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ ให้นำบทพระราชนิพนธ์เรื่อง "พระมหาชนก" มาดัดแปลงให้เหมาะกับการแสดงหุ่นละครเล็ก โดยใช้เวลาทำงานกว่า 3 ปี และกว่าจะออกมาสู่สายตาผู้ชมได้ต้องรอพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทอดพระเนตรทั้งหน้าตาหุ่นตัวละคร รูปแบบการแสดง และทรงสดับในเรื่องของดนตรี ซึ่งพระมหาชนกนี้ได้รับอิทธิพลจากอินเดีย ดนตรีที่ใช้ประกอบจึงเป็นดนตรีไทยผสมผสานดนตรีอินเดีย การแสดงเต็มตอนจะใช้เวลาร่วม 1 ชั่วโมง ซึ่งก่อนหน้านี้เคยจัดแสดงมาแล้ว 4 ครั้ง โดย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จมาทอดพระเนตรและทรงมีพระดำริให้กระทรวงวัฒนธรรมนำออกเผยแพร่ต่อไป

 นอกจากการแสดงหุ่นจากประเทศไทยเจ้าภาพแล้ว ยังมีหุ่นจากนานาชาติเข้าร่วมกว่า 10 ประเทศ อย่าง หุ่นมือ หรือ หุ่นเชิดด้วยมือ คณะหุ่นมือฟูเจี้ยน จินเจียง จากประเทศจีน ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าพันปี และมีชื่อเสียงมากในมณฑลฟูเจี้ยนตอนใต้ และเกาะไต้หวัน โดยเมื่อปี 2549 หุ่นมือจินเจียงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้แห่งชาติโดยสภาแห่งรัฐบาลจีน และได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่อนุรักษ์การแสดงหุ่นมือและถ่ายทอดให้แก่ชนรุ่นหลัง จนได้รับการยกย่องว่าเป็น “มรดกทางศิลปะแห่งโลกตะวันออก”

 เช่นเดียวกับ การแสดงหุ่นอัปปินาคูดรู จากคณะหุ่นยาคชานากา ประเทศอินเดีย ที่กล่าวได้ว่าเป็นคณะนักแสดงหุ่นที่แสดงนาฏศิลป์ยาคชานากาเพียงคณะเดียวที่เหลืออยู่ของอินเดีย ตัวหุ่นสูงราว 18 นิ้ว ทำจากไม้เนื้ออ่อนและมีข้อต่อลำตัว 11 ข้อ สวมเครื่องแต่งกาย และแต่งหน้าตามแบบการแสดงนาฏศิลป์ยาคชานากา ผู้แสดงจะต้องใช้ความสามารถในการบังคับตัวหุ่นและยังต้องอาศัยความสามารถทางด้านดนตรี การนับจังหวะ ความสามารถในการเล่าเรื่อง ความคิดสร้างสรรค์ในการบังคับให้หุ่นแสดงท่าทางการร่ายรำไปตามจังหวะ ซึ่งในระหว่างการแสดงนักดนตรีและนักร้องรวมสามคนจะเป็นผู้ร้องเพลงประกอบและให้จังหวะอยู่ด้านหลังผู้แสดง โดยบทเพลงจะแสดงออกถึงอารมณ์ของหุ่นตัวละครที่ผู้แสดงจะบังคับให้แสดงท่าทางตามอารมณ์นั้นๆ

 นานทีปีหนที่สุดยอดการแสดงดังกล่าวจะเวียนมาให้ได้ชื่นชมกันสักครั้ง แต่ทั้งหมดทั้งมวลที่เกิดขึ้นได้ก็เพราะดวงใจที่สอดประสานเทิดไท้ "ราชาแห่งราชันย์" แห่งสยามประเทศ