
ชวนร่วมสังเกตุการณ์ถกประกันรายได้สินค้าเกษตร
ชวน ร่วมสังเกตุการณ์ ประชุมคณะทำงานประกันรายได้สินค้าเกษตร เหตุ กอร์ปศักดิ์ - กรณ์ นัดประชุมสรุปประกันสินค้าเกษตร นำร่องประกัน ข้าวโพด - มันสำปะหลัง - ข้าว โว ช่วย ประกันราย เกษตรกร แล้ว กว่า 9.3 พันล้าน
(8ธ.ค.) ที่พรรคประชาธิปัตย์ นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคณะทำงานติดตามตรวจสอบนโยบาย โครงการประกันรายได้เกษตรกรและสถานการณ์ ราคาสินค้าเกษตร เปิดเผยหลังการประชุมคณะทำงานประกันรายได้สินค้าเกษตรของรัฐบาล ที่มีนายกอร์ปศักดิ์ สภาวะสุ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ และนายกรณ์ จาติกวนิช รมว.คลังและส.ส.ของพรรค ซึ่งมีพื้นที่ปลูก ข้าว ข้าวโพด และมันสำปะหลัง เข้าร่วมรับฟัง และเสนอแนะปัญหารวมถึงการสรุปผลการดำเนินงานในโครงการดังกล่าวกว่า 25 คน โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง ด้วย อาทิ กรมส่งเสริมการเกษตร ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ เป็นต้น
ทั้งนี้นางรัชฎาภรณ์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้สรุปผลของการดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว ที่รัฐบาลเปิดนำร่องในการประกันราคาสินค้าเกษตรรวม 3 ชนิดคือ ข้าวโพด มันสำปะหลัง และข้าวเจ้า ข้าวเหนียวประเภทต่างๆที่ให้เกษตรกรที่ปลูกพืชดังกล่าว มาลงทะเบียนร่วมโครงการตั้งแต่เดือน ก.ค.ถึงต.ค.ที่ผ่านมา และมีการประชุมประชาคมของเกษตรกรก่อนที่จะไปทำสัญญษการประกันราคาสินค้าเกษตรกับธนาคารเพื่อการเกษตร( ธกส.) โดยราคาประกันรายได้สินค้าเกษตรรัฐบาลจะคำนวนต้นทุนของการผลิตและบวกกำไรอีกร้อยละ 20 สำหรับข้าวโพด รัฐบาลให้อยู่ที่ กิโลกรัมละ 7.10 บาท มีเกษตรกรมาลงทะเบียน 393,110 ครัวเรือน ทำสัญญาไปแล้ว 379,410 ราย ธกส.จ่ายเงินแล้ว 317,155 ราย จำนวน 392,759 สัญญษ เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 4,855.470 ล้านบาท ส่วนมันสำปะหลังรัฐประกันรายได้ที่กิโลกรัมละ 1.70 บาท มีเกษตรกรมาลงทะเบียน 438,477 ครัวเรือน ทำสัญญาไปแล้ว 387,372 ราย โดย ธกส.จ่ายเงินไปแล้ว 36,193 ราย จำนวน 40,833 สัญญา คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 304.002 ล้านบาท
นางรัชฎาภรณ์ กล่าวต่อว่า ข้าวหอมมะลิ รัฐประกันราคาที่ตันละ 15,300 บาท ข้ามหอมจังหวัดประกันที่ตันละ 14,300 บาท ข้าวหอมประทุมธานีและข้าวเจ้า 5 % ตันละ 10,000 บาท ข้ามเหนียวที่ตันละ 9,500 บาท มีเกษตรกรมาลงทะเบียนรวม 3.29 ล้านครัวเรือนคิดเป็น 88 % ของชาวนาทั้งประเทศ ทำสัญญาไปแล้ว 2,514,299 ราย ธกส.จ่ายเงินไปแล้วรวม 353,133 ราย คิดเป็นเงิน 4,194.246 ล้านบาท หากคิดโดยรวมรัฐบาลจ่ายเงินประกันรายได้เกษตรกรไปแล้วร่วม 9,353.718 ล้านบาท ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งซึ่งจากการฟังเสียงสะท้อนของส.ส.ที่เกษตรกรในพื้นที่สะท้อนมาอีกทีว่า ต่างพอใจและชอบโครงการและนโยบายนี้ ที่สามารถมีหลักประกันในราคาผลผลิตของเขาได้ ส่วนปัญหาที่พบในปีแรกที่เริ่มโครงการคือ 1. การประชาสัมพันธ์โครงการให้ชาวบ้านเข้าใจยังอ่อนไป ด้วยเวลาในการเร่งดำเนินการที่กระชั้นชิด 2. ถูกพรรคฝ่ายค้านต่อต้านนโยบายนี้ว่ารัฐทำไม่ได้จริง และบิดเบือนจนเกษตรกรบางส่วนไม่มาลงทะเบียนร่วมโครงการ ซึ่งรัฐคาดหวังว่าในปี 2553 จะเปิดให้มีการลงทะเบียนเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรได้ทั้งระบบ



