
วัคซีนไข้เลือดออกในเด็กความหวังไม่ไกลคนไทย
โรคไข้เลือดออกเป็นโรคประจำถิ่นของไทยแต่ละปีมีผู้ป่วยจำนวนมาก 2 เดือนแรก ปี 2552 มีผู้ป่วยทั้งประเทศแล้วเกือบ2,000 คนทั้งที่ไม่ใช่หน้าฝน บ่งชี้ว่าปีนี้โรคไข้เลือดออกจะระบาดหนักกว่าปีที่ผ่านมา แม้อัตราการตายจะลดลงแต่อัตราการอุบัติใหม่ไม่ลดลง
รศ.นพ.ประตาปสิงหศิวานนท์ คณบดีคณะเวชศาสตร์เขตร้อนมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงความจำเป็นที่ม.มหิดลกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และโครงการพีเดียตริกเดงกี่ วัคซีน อินนิเทียทีฟ (Pediatric Dengue Vaccine Initiative - PDVI) ร่วมมือกันศึกษาและประเมินประสิทธิภาพของวัคซีนไข้เลือดออกในการป้องกันเด็กจากโรคดังกล่าว
ในแต่ละปีมีผู้ป่วยทั่วโลกประมาณ2 ล้านรายแต่มีการรายงานเพียงหลักแสนราย และองค์การอนามัยโลกรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ทั่วโลกปีละประมาณ 5 หมื่นรายแต่ในความเป็นจริงอาจมากกว่านั้น เพราะการวินิจฉัยว่าเป็นโรคไข้เลือดออกทำได้ยาก มีการคาดการณ์ว่าทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อไวรัสเดงกี่ที่ก่อให้เกิดโรคไข้เลือดออกกว่า 200 ล้านคนแต่ไม่แสดงอาการป่วย มีเพียง 60-70% ป่วยเป็นไข้เล็กน้อยและ 5% แสดงอาการป่วยรุนแรงเป็นไข้เลือดออก ช็อกและเสียชีวิต ถือเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศในแถบร้อนกว่า 100 ประเทศรวมทั้งไทย
ไวรัสเดงกี่เป็นต้นเหตุของโรคไข้เลือดออกมี 4 สายพันธุ์คือ 1, 2, 3 และ 4 เมื่อคนติดเชื้อสายพันธุ์ที่1 จะมีภูมิคุ้มกันในสายพันธุ์นี้ไปตลอดชีวิตแต่จะมีภูมิคุ้มกันในสายพันธุ์อื่นเพียง 6 เดือน-1 ปีดังนั้น ผู้ที่ป่วยเป็นโรคชนิดนี้แล้วมีสิทธิที่จะป่วยโรคซ้ำได้อีกจากเชื้อสายพันธุ์อื่น ในทางทฤษฎีแต่ละคนจึงมีโอกาสเป็นโรคไข้เลือดออก 4 ครั้ง รศ.นพ.ประตาปอธิบาย
ขณะนี้มีการฉีดวัคซีนที่ผ่านการทดลองในอาสาสมัครชาวอเมริกันฟิลิปปินส์ และเม็กซิโกกว่า 1,000 รายแล้วว่ามีความปลอดภัยไม่มีผลไม่พึงประสงค์ที่รุนแรง เช่น ช็อกหรือป่วยเป็นไข้นาน 4-5 วันอีกทั้งมีการทดลองการสร้างภูมิคุ้มกัน ปรากฏว่าภายหลังการฉีดวัคซีน มีการสร้างภูมิขจัดไวรัสได้ค่อนข้างดีมาก ในประเทศไทยมีการศึกษาประสิทธิภาพของวัคซีนไข้เลือดออกในเด็กที่ จ.ราชบุรีเพราะใกล้กรุงเทพฯ เก็บข้อมูลได้ง่าย ชุมชนให้ความร่วมมือ โรงพยาบาลประจำจังหวัด มีกุมารแพทย์ถึง 12 คนมีอัตราการระบาดของโรคสูงติดอันดับ 1 ใน10 ของประเทศปี 2551 มีผู้ป่วย2,193 คนเสียชีวิต 5 คนเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย
โดยฉีดวัคซีนให้แก่เด็กอายุ4-11 ปีของโรงเรียนในอ.เมือง40 แห่งจำนวน 4,002 คนแบ่งเด็กเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มที่ 1 จำนวน2,668 คนให้ได้รับวัคซีนไข้เลือดออก และกลุ่มที่ 2 จำนวน1,334 คนให้ได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า จะฉีดเข้าใต้ผิวหนัง 3 ครั้งทุก 0, 6 และ12 เดือนเริ่มฉีดเข็มแรกเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์และแบ่งฉีดเป็นระดับๆ ครั้งละประมาณ 150 คนแต่ละครั้งจะมีคณะกรรมการคอยกำกับดูแลความปลอดภัย หากเกิดผลไม่พึงประสงค์รุนแรงจะหยุดดำเนินการทันที
หลังจากฉีดวัคซีนให้เด็กครบทุกคนแล้วจะติดตามเด็กอย่างน้อย 30 เดือน- 4 ปีหากผลปรากฏว่าเด็กกลุ่มที่ได้รับวัคซีนไข้เลือดออกมีอัตราการป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกต่ำกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับวัคซีนนี้อย่างมาก จะสรุปได้ว่าวัคซีนไข้เลือดออกมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคไข้เลือดออก ในอนาคตอาจจะมีการขยายการทดลองในกลุ่มตัวอย่างที่มากขึ้นเป็นหมื่นคน แต่หากทั้งสองกลุ่มมีอัตราการป่วยใกล้เคียงกันเท่ากับวัคซีนไม่ได้ผล
อีก2-3 ปีจะรู้ผลการศึกษาว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพจริงหรือไม่ หากผลออกมาดี เจ้าของวัคซีนจะดำเนินการขอจดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และคนไทยอาจจะได้ใช้วัคซีนนี้ในราคาที่สมเหตุสมผลก่อนประเทศอื่นๆเนื่องจากเป็นประเทศที่ทำการทดลอง ที่สำคัญ มีความเป็นไปได้ที่จะฉีดให้แก่คนไทยเป็นวัคซีนพื้นฐานเหมือนวัคซีนบาดทะยัก เพราะเด็กไทยป่วยโรคไข้เลือดออกจำนวนมาก
0 พวงชมพูประเสริฐ 0 รายงาน



