ไลฟ์สไตล์

ไมเกรน พบมาก...อายุ 20-25 ปี

ไมเกรน พบมาก...อายุ 20-25 ปี

09 ธ.ค. 2552

ไมเกรน เป็นอาการปวดศีรษะที่พบบ่อย หากปวดรุนแรงมาก ทำให้รบกวนกิจวัตรประจำวันได้

อาการปวดศีรษะไมเกรนในบางราย มีอาการเตือนทางด้านการรับรู้ทางความรู้สึก เช่น เห็นแสง ชาแขนหรือขา มักมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ไวต่อการกระตุ้นด้วยแสงหรือเสียง
 การปวดศีรษะไมเกรน แม้ไม่หายขาด แต่การรักษาโดยใช้ยาร่วมกับการปรับพฤติกรรม ช่วยให้ดีขึ้นได้ โดยลดความรุนแรงและความถี่ของอาการปวดลงได้ดีมาก แม้กระทั่งยับยั้งอาการปวดได้ตั้งแต่เริ่มปวด หากได้รับการรักษาที่ดี พบได้ประมาณ 15% ของประชากรทั่วไป พบมากในช่วงอายุ 20-25 ปี โดยเพศหญิงพบได้เป็น 2 เท่าของเพศชาย โดยเฉพาะช่วงมีประจำเดือน
 ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เข้าพบแพทย์ จะมาด้วยอาการปวดศีรษะ มักจะปวดข้างเดียว อาจจะสลับซ้ายขวาได้ ลักษณะปวดเป็นแบบตุ๊บๆ ปวดศีรษะมากจนทำงานไม่ได้ บางคนปวดจนน้ำตาไหล ส่วนใหญ่ปวด 4-72 ชั่วโมง หลังปวดศีรษะอาจมีอาการคลื่นไส้ ถ้าเป็นมากจะอาเจียน
 ปัจจัยที่ทำให้ปวดหัวไมเกรน โดยมากจะมีสิ่งที่กระตุ้นทำให้ปวดศีรษะ ได้แก่ แสงจ้า เย็นจัด ร้อนจัด เสียงดัง
เมื่อใดจึงบอกได้ว่าเป็นไมเกรน
 1.ปวดศีรษะนาน 4-72 ชั่วโมง
 2.มีอาการแสดง 2 ข้อ ต่อไปนี้ ปวดศีรษะข้างเดียว และปวดแบบตุ๊บๆ กระตุ้นโดยมีการเคลื่อนไหว ความรุนแรงของอาการปวดปานกลางถึงปวดมาก
 3.มีอาการแสดง 1 ข้อ ต่อไปนี้ คลื่นไส้ หรืออาเจียน ทนต่อแสงจ้า หรือเสียงดัง ไม่ได้ดี
ปัจจัยที่มีผลทำให้อาการแย่ลง
 1.ฮอร์โมน การเปลี่ยนแปลงของเอสโตรเจน มีผลต่อการกะตุ้นให้เกิดอาการปวด เช่น ในหญิงช่วงก่อนมีประจำเดือน ตั้งครรภ์ หมดประจำเดือน การใช้ฮอร์โมน เช่น ยาคุมกำเนิด หรือฮอร์โมนทดแทน
 2.อาหาร เครื่องดื่ม โดยเฉพาะ เบียร์ และไวน์แดง ชีส ช็อกโกแลต อาหารหมักดอง หรืออาหารประเภทหมัก เช่น ไส้กรอก หมูแฮม แหนม หรือน้ำตาลเทียม กาแฟ เครื่องเทศ ผงชูรส การอดอาหาร หรือการรับประทานอาหารมากเกินไป
 3.สิ่งกระตุ้น ระบบความรู้สึก แสงจ้า เสียงดัง กลิ่น
 4.การเปลี่ยนแปลงวงจรการหลับตื่น นอนมากเกินไป หรืออดนอน
 5.กิจกรรม ที่มาก หรือหนักเกินไป
 6.การเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม อากาศ ฤดู ความสูง
การรักษา
 1.การรักษาอาการปวดช่วงที่มีอาการปวดศีรษะ การรักษาด้วยการใช้ยาได้ผลดี เมื่อเริ่มรับประทานยาควรพักหรือนอนในห้องที่มืด และเงียบสงบ ยามีส่วนช่วยได้มาก ยาที่ใช้เป็นยาในกลุ่ม NSAIDs, Triptans, Ergots อาจใช้ยาอื่นร่วมด้วย เช่น ยาแก้คลื่นไส้อาเจียน
 2.การรักษาแบบป้องกัน การให้ยาแบบป้องกันจุดประสงค์เพื่อลดความถี่ ความรุนแรง และช่วงเวลาของอาการปวด แต่ต้องอยู่ภายใต้การพิจารณาของแพทย์ คือ ปวดศีรษะมากกว่า 2 ครั้งต่อเดือน หรือแนวโน้มมากขึ้นเรื่อยๆ ปวดมากจนไม่สามารถทำงานได้ แม้ว่าจะได้รับการรักษาอาการปวด มีข้อห้ามใช้ยาแก้ปวด หรือใช้ยาแก้ปวดแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือมีผลข้างเคียงจากยาแก้ปวด หรือใช้ยาแก้ปวดมากเกินขนาด และไมเกรนชนิดพิเศษ
 การรักษาไมเกรนให้ได้ผลดี ผู้ป่วยจะต้องทราบถึงสาเหตุที่กระตุ้นให้ปวดศีรษะ และมีส่วนร่วมในการรักษา โดยมีสมุดจดบันทึกปัจจัยชักนำให้ปวดศีรษะ อาการปวดศีรษะเป็นอย่างไรหลังจากหลีกเลี่ยงปัจจัยชักนำ การปรับยาของแพทย์ ทำให้ปวดศีรษะดีขึ้นหรือไม่ ควรไปตามนัดทุกครั้งเพื่อประเมินผลการรักษา
โรงพยาบาลพญาไท โทร.1772