
ชะลอแก่
แม้ว่าการเกิด แก่ เจ็บ ตาย จะเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ ความรู้ในธรรมชาติของผิวหนัง และความรู้ในวิวัฒนาการชะลอความแก่ ทำให้มนุษย์สามารถรักษาสุขภาพ และทำให้ร่างกายแข็งแรง ผิวพรรณสดใสเต่งตึง และดูอ่อนกว่าวัยอยู่ได้นานๆ
การลดการเกิดอนุมูลอิสระที่สำคัญ
1.หลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดจัด หากจำเป็นต้องออกแดด ควรสวมหมวกปีกกว้าง หรือกางร่ม หากออกกำลังกลางแดด ควรใช้ครีมกันแดดที่สามารถกรองแสงได้ ทั้งอัลตราไวโอเลต เอ (มีค่า PPD มากกว่า) และอัลตราไวโอเลต บี (ค่า SPF, Sun Protecting Factor มากกว่า 30) ต้องทาประมาณ 30 นาทีก่อนออกแดด และทาปริมาณที่เหมาะสม (บีบครีมประมาณ 2 กรัม หรือหนึ่งข้อนิ้วชี้ ต่อแก้มหนึ่งข้าง)
2.ลดการแห้งแตกของผิว ซึ่งทำให้เกิดการอักเสบ ด้วยการใช้สบู่อ่อน หรือครีมอาบน้ำ และทาโลชั่นลดความแห้งหลังอาบน้ำอย่างสม่ำเสมอ
3.งดบุหรี่ และหลีกเลี่ยงสถานที่มีควันบุหรี่สูง
4.หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีควันรถยนต์และมลพิษสูง เช่น ริมถนน ที่จราจรหนาแน่น
5.ลดอาหารที่มีอนุมูลอิสระสูง เช่น น้ำมันที่ใช้ทอดซ้ำ
6.การรับประทานอาหารที่มีสารจับอนุมูลอิสระ ที่สำคัญคือ วิตามินซีธรรมชาติในผลไม้และผักสีเขียว เช่น ฝรั่ง แอปเปิ้ล ผักสลัด ฯลฯ ให้เพียงพอและสม่ำเสมอ วิตามินซีจะทำงานได้ดีร่วมกับวิตามินอี ซึ่งมีในไข่ เนื้อสัตว์ จึงควรรับประทานอาหารให้สมดุลทุกหมู่ วิตามินซีถูกทำลายได้เร็วด้วยความร้อน จึงควรเลือกรับประทานเฉพาะผลไม้สด น้ำผลไม้ที่คั้นสดและผักสด
7.ลดความเครียดจากปัญหาต่างๆ ฝึกจิตให้สงบ เช่น การฝึกสมาธิ เล่นกีฬา หรือมีงานอดิเรกที่ผ่อนคลายทำอย่างสม่ำเสมอ
8.การใช้เวชภัณท์ ลดอนุมูลอิสระ เช่น การกินวิตามินซี วิตามินอี สารบางชนิด เช่น โคเอนไซม์คิวเทน ฯลฯ เป็นวิธีที่มีค่าใช้จ่ายสูง จึงเหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นผลเร็วอย่างชัดเจน เวชภัณท์ที่อ้างว่าชะลอความแก่ได้นั้นมีมาก แต่มีการศึกษายืนยันว่ามีประโยชน์ไม่มาก บางชนิดมีการกล่าวอ้างเกินจริง เช่น การรับประทานยาที่มีคอลลาเจน โดยหวังว่าจะไปทดแทนคอลลาเจนที่ลดลง โดยหารู้ไม่ว่ากระบวนการย่อยสลายในระบบทางเดินอาหารจะย่อยสลายคอลลาเจนที่กินเข้าไปเป็นกรดอะมิโน ก่อนจะส่งไปทางกระแสเลือดเพื่อสร้างคอลลาเจน การกินคอลลาเจนจึงไม่ได้มีผลต่างจากการกินโปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ขาว นมถั่วเหลือง ฯลฯ
9.การทาเวชสำอางที่มีสารลดอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซี หรือสารกระตุ้นการเจริญของเซลล์ เช่น อนุพันธ์ วิตามินเอ เป็นวิธีที่สิ้นเปลืองและควรได้รับการแนะนำจากแพทย์ เพื่อเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม และหลีกเลี่ยงอาการแทรกซ้อน
การลดการสะสมไขมัน ได้แก่
1.การรับประทานอาหารให้ได้พลังงานเหมาะสมสำหรับแต่ละวัย อายุมากขึ้นความต้องการพลังงานจะลดลง และการกระจายพลังงานให้เหมาะสมในแต่ละวัน อาหารเช้าเป็นมื้อสำคัญ ควรได้พลังงานประมาณ 40% มื้อกลางวัน 40% และมื้อเย็น 20% คนส่วนใหญ่จะรับประทานอาหารสวนกับความต้องการพลังงานในแต่ละช่วง การรับประทานอาหารมื้อเย็นมากเกินไปทำให้เกิดการสะสมของไขมันทำให้อ้วน และมีปัญหาสารพัดตามมา
2.ลดการรับประทานไขมันจากพืชและน้ำมันพืชที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันรำ
3.เพิ่มปริมาณอาหารที่มีเส้นใยสูง เช่น ข้าวกล้อง ผัก ผลไม้ที่ไม่หวานจัด
4.ลดอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลลง เช่น ขนมหวาน เครื่องดื่มหรือชากาแฟผสมน้ำตาล
5.การออกกกำลังกาย อย่างน้อย 30 นาที สัปดาห์ละ 3 ครั้ง
สำหรับการแก้ไขปัญหาจากความแก่ เช่น รอยย่น ความหย่อนยานของผิว ไขมันสะสม และสีผิวผิดปกติ ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ด้านเวชสำอางในปัจจุบัน สามารถทำให้เราดูอ่อนวัยลงได้ โดยไม่ยุ่งยากและสิ้นเปลือง
โรงพยาบาลเจ้าพระยา
โทร.0-2884-7000-49
--------



