ไลฟ์สไตล์

เจ๊าะแจ๊ะวิทยาศาสตร์-"ไอหนาว-ชมฝนดาวตก"

เจ๊าะแจ๊ะวิทยาศาสตร์-"ไอหนาว-ชมฝนดาวตก"

07 ธ.ค. 2552

พอเข้าเดือนธันวาคมครั้งใด นอกจากไอหนาวที่แวะเวียนมาแล้ว กิจกรรม เทศกาลต่างๆ ก็เริ่มทยอยใกล้เข้ามาทุกที จนบางคนอาจเลือกไม่ถูกว่าจะไปไหนดี วันนี้ “พี่ฮัมมิงเบิร์ด” จึงนำกิจกรรมดี เกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติมาบอกเล่าน้องๆ

เพื่อช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้นคะ “นาวาอากาศเอกฐากูร เกิดแก้ว” หัวหน้าโครงการศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์ (LESA) เล่าให้ฟังว่า คืนวันที่ 13-14 ธันวาคมนี้ จะมีปรากฏการณ์ฝนดาวตกเจมินิดส์ (Geminids Meteor Shower) เริ่มตั้งแต่เวลา 24.00 น.ของวันที่ 13 ธันวาคม เป็นต้นไป โดยมีจำนวนดาวตกสูงสุด 80-120 ดวง/ชั่วโมง อุกกาบาตมีความเร็ว 35 กิโลเมตร/วินาที และมีไฟร์บอล (Fireball) มีเรเดียนท์อยู่ใน "กลุ่มดาวราศีมิถุน" หรือ "กลุ่มดาวคนคู่"

   “ฝนดาวตกเจมินิดส์ นับเป็นฝนดาวตกที่น่าจับตาที่สุดสำหรับประเทศไทย เพราะเป็นฝนดาวตกที่มีดาวตกจำนวนมาก และเกิดขึ้นในฤดูหนาว ซึ่งอากาศดีและท้องฟ้าใส โดยฝนดาวตกจะแตกต่างจากฝนดาวตกทั่วไป คือไม่ได้กำเนิดจากธารอุกกาบาตของดาวหาง แต่กำเนิดจากธารอุกกาบาตของดาวเคราะห์น้อย "3200 ฟีธอน" (3200 Phaethon) ดังนั้น อุกกาบาตจึงมีขนาดใหญ่ และมีคาบการเกิดดาวตกยาวนาน สามารถมองเห็นดาวตกจำนวนมากได้ใน 2-3 วัน ก่อนและหลังวันที่มีจำนวนดาวตกสูงสุด จึงนับเป็นฝนดาวตกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในบรรดาฝนดาวตกที่ปรากฏในรอบปี หากไม่นับรวมฝนดาวตกลีโอนิดส์ ซึ่งมีปริมาณดาวตกไม่แน่นอน”

 สำหรับวิธีชมฝนดาวตกเจมินิดส์ นาวาอากาศเอกฐากูร แนะนำว่า ควรหาสถานที่ชมย่านชานเมือง หรือบริเวณที่ไม่มีแสงไฟรบกวน เนื่องจากฝนดาวตกเจมินิดส์ไม่สว่างมากเหมือนฝนดาวตกลีโอนิดส์ที่เกิดขึ้นเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน และคาดว่าจะมีจำนวนดาวตกมากที่สุดเวลาประมาณ 02.00 น.ของวันที่ 14 ธันวาคม เนื่องจากกลุ่มดาวคนคู่อยู่ใกล้ตำแหน่งเหนือศีรษะ ดาวตกจะตกลงมาจากด้านบน มองเห็นได้ทุกทิศทาง จึงแนะนำให้นอนเอาหัวชนกันเป็น 4 มุม เพื่อทำให้มองเห็นได้ทั่วท้องฟ้า และไม่พลาดการชม

 ถ้าน้องๆ คนไหนสนใจดูฝนดาวตก อย่าลืมนับแทนพี่ด้วยนะว่ามีกี่ดวง หรือส่งข้อมูลมาที่ศูนย์ LESA ที่อีเมล [email protected] mailto:[email protected]  เพื่อเป็นข้อมูลสถิติการเกิดฝนดาวตกเจมินิดส์ในประเทศไทย ร่วมกันสร้างสถิติจ้า !!!!!!