ไลฟ์สไตล์

"ในหลวง"เสด็จเสียงทรงพระเจริญกึกก้อง

"ในหลวง"เสด็จเสียงทรงพระเจริญกึกก้อง

05 ธ.ค. 2552

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกจากโรงพยาบาลศิริราช พร้อมด้วยพระบรมวงศ์ศานุวงศ์ โดยมีพสกนิกรชาวไทยที่พร้อมใจใส่เสื้อสีชมพูเฝ้ารอรับเสด็จ เปล่งเสียง"ทรงพระเจริญ"ดังกึกก้อง

(5ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 08.00 น. บรรยากาศการเฝ้ารอรับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จะเสด็จออกจากโรงพยา บาลศิริราช มีประชาชนทั้งเด็กและผู้ใหญ่จูงลูกหลานสวมเสื้อสีชมพู มาจับจองที่นั่งที่คาดว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จผ่านโดยรอบโรงพยาบาลอย่างเนื่องแน่น โดยเฉพาะใต้อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา และด้านหน้าอาคารศิริราช 100 ปี ซึ่งประชาชนต่างถือธงชาติไทย และธงสีเหลืองมีข้อความทรงพระเจริญ โบกสบัดไปมาตลอดเวลา พร้อมทั้งมีการเปล่งเสียงถวายพระพรว่า "ทรงพระเจริญ" เป็นระ ยะดังกึกก้องโรงพยาบาลศิริราช
 
 ต่อมาเวลา 10.10 น. ยังมีประชาชนทยอยเดินทางมารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จะเสด็จออกจากรพ.ศิริราช โดยประชา ชนส่วนใหญ่สวมเสื้อสีชมพูทั้งผู้ใหญ่เด็ก ตลอดจนชาวต่างชาติได้มาจับจองพื้นที่บริเวณทางเท้าตั้งแต่บริเวณท่าเรือศิริราชเรื่อยมาจนถึงทางเข้ารพ.ศิริราช โดยประชาชนได้โบกธงสัญญลักษณ์ภปร.สีเหลืองและธงชาติพร้อมส่งเสียงทรงพระเจริญ เมื่อพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จมายังรพ.ศิริราช 
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 10.45 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยพระบรมวงศ์ศานุวงศ์ เสด็จลงมาประทับรถตู้เพื่อเคลื่อนขบวนไปยังพระบรมมหาราชวัง เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จลงมาด้านล่างอาคารได้มีพสกนิกรจำนวนมากที่รอเฝ้ารับเสด็จอยู่ด้านล่างต่างโบกธง เปล่งเสียง "ทรงพระเจริญ"ดังกึกก้องไปทั่วโรงพยาบาล เมื่อรถพระที่นั่งวิ่งผ่านจุดต่างๆพสกนิกรต่างเปล่งเสียง "ทรงพระเจริญ"บางคนถึงกับปลื้มปิติหลั่งน้ำตาออกมา ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโบกพระหัตถ์ให้พสกนิกรที่มาเฝ้ารับเสด็จตลอด

 ก่อนหน้านั้นผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 05.00 น.วันเดียวกัน บรรยากาศที่ท้องสนามหลวง มีพสกนิกรชาวไทยจากทั่วสารทิศใส่เสื้อสีชมพูทยอยเดินทางมาจับจองที่นั่งเพื่อเฝ้ารอรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อแสดงความจงรักภักดีและร่วมถวายพระพรให้ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงเนื่องในวันพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาฯ

 นางกุมาร มาเต อายุ 49 ปี กล่าวว่า เดินทางมาพร้อมนายติม มาเต สามี ออกจากบ้านย่านบางซื่อตั้งแต่เวลา 04.00 น.เพื่อมารอรับเสด็จในหลวง ตนอยากถวายพระพรขอให้พระองค์มีพระพลานามัยแข็งแรง อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของปวงชนชาวไทยตลอดไป ขณะที่นางเรณู โคตรสมบัติ อายุ 52 ปี กล่าวว่า เดินทางมาพร้อมเพื่อนบ้านย่านสาทรเมื่อเวลา 04.00 น.ก็มารอทำบุญตักบาตรที่สนามหลวงก่อนซึ่งก็ทำมาประจำทุกปีก่อนจะไปรอรับเสด็จในหลวง อยากให้พ่อหลวงหายประชวร วันนี้รู้สึกตื้นตันใจ พูดอะไรไม่ค่อยออกเนื่องจากพ่อหลวงจะเสด็จออกจากโรงพยาบาลร่วมงานพิธีสำคัญ ถึงแม้จะไม่ได้เห็นพ่อหลวง แต่ขอให้เห็นขบวนเสด็จก็พอใจแล้ว

 ด้านนายพิศิษฐ์ จิตสามารถ อายุ 46 ปี ชาวจ.นครราชสีมา กล่าวว่า เดินทางมาจากโคราชตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม โดยพักที่สนามหลวงเพราะตั้งใจมาร่วมถวายพระพรวันนี้และยังตั้งใจจะรอรับเสด็จ รวมทั้งจุดเทียนชัยในช่วงค่ำด้วย อย่างไรก็ตาม คืนนี้ตนตื่นตั้งแต่ตีสามเพื่อเตรียมข้าวของมาทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงอยู่เป็นมิ่งขวัญกำลังใจของปวงชนชาวไทยตลอดไป

 ต่อมาเวลา 08.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศรอบสนามหลวง ว่า ประชาชนจำนวนมากสวมเสื้อสีชมพูและสีเหลือง มาจองที่นั่งริมฟุตบาทฝั่งท้องสนามหลวง และริมฟุตบาทหน้าศาลฎีกา ยาวไปถึงทางเข้าพระบรมมหาราชวัง ซึ่งประชาชนแต่ละคนในมือถือธงโบกสบัดไปมาตลอดเวลา เพื่อรอรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว