
"วิทยา"ตอกกลับพท.แฉรถพยาบาลฉาวสมัย"ทักษิณ"
เพื่อไทยเจอดี โดน รมว.สธ. โต้กลับกลางสภา เอาคืนกรณีรถพยาบาลฉาว 464ล้าน ถูกย้อนศร รมต.ในอดีต สมัย ทักษิณ ได้งบไปแล้ว คันละ 2 แสน เตรียมเล่นงานย้อนหลัง หาก ป.ป.ช. -สตง. ฟันทุจริต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามสดเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เกี่ยวกับปัญหาการจัดซื้อจัดจ้าง รถพยาบาลฉุกเฉิน ระดับสูง ที่เกิดในสมัยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี จำนวน232 คัน มูลค่า464 ล้านบาทว่า สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ได้ทำหนังสือถึงรมว.สาธารณสุข ลงวันที่ 2 ก.พ.52 โดยได้ชี้มูลความผิด ข้าราชการที่เกี่ยวข้อง กรรมการตรวจรับ กรรมการตรวจสเป็ค และปลัดกระทรวงสาธารณสุข
"สตง.ได้ส่งเรื่องไป ยัง ป.ป.ช. แล้ว ไม่ทราบว่าในขณะนี้ รมว.สาธารณสุข ได้ดำเนินการไปถึงไหน เพราะสตง.ระบุความผิดชัดเจนให้ดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญา โดยเฉพาะปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ทำไมยังไม่มีการโยกย้ายออกไปก่อน เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการสอบสวนข้าราชการระดับล่าง อย่างไรก็ตามตนเกรงว่าเงิน400 กว่าล้านบาท และรถพยาบาลดังกล่าวจะเป็นเครื่องมือทางการเมืองของนักการเมืองบางคน ซึ่งรัฐมนตรีในขณะนั้นเป็นบุตรชายของรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ "นายจุมพฏระบุ
นายวิทยา แก้วภราดรัย รมว.สาธารณสุข ชี้แจงว่า ตนเข้ามาทำงานได้เพียง2 เดือนกว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นมาหลายปี และได้รับหนังสือจาก สตง.เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่มีการแจ้งข้อเท็จจริงที่เป็นรายละเอียดมาให้ทราบ ประกอบกับมีเอกสารการพิจารณากว่า 150หน้า ตนจึงได้สั่งให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน แล้วรอเอกสาร ยืนยันข้อเท็จจริงจาก สตง. เมื่อได้ข้อมูลครบถ้วนกระบวนการต่างๆ จึงจะเริ่มได้ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการตรวจสอบที่ครบถ้วน ในเอกสาร หลักฐานต่างๆ จึงยังไม่จำเป็นต้องย้ายปลัดกระทรวงสาธารณสุขต่อไป
" ขอให้สมาชิกติดตามเรื่องนี้อย่ากระพริบตา เพราะตนเคยได้รับข้อมูลจากคณะกรรมาธิการ (กมธ.)การสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ในขณะนั้น ว่า ตรวจพบการกระทำผิด เชื่อว่ามีการล็อคสเป็คจริง ซึ่งโครงการนี้เริ่มต้น จัดซื้อรถพยาบาลดังกล่าวจำนวน 231คัน ราคาคันละ2 ล้านบาท แต่เมื่อกรรมาธิการฯ พบการล็อคสเป็ค การฮั้วราคากัน เอื้อประโยชน์ให้กับเจ้าของรถบริษัทหนึ่งเพียงคนเดียว ต่อมาเรื่องนี้ถูกนำมาอภิปรายในสภา แต่รัฐมนตรีในขณะนั้นก็ไม่รับฟัง ในที่สุดก็มีการตกลงได้ในคันละ 1.7 ล้านบาท"นายวิทยา กล่าว
รมว.สาธารณสุข กล่าวต่อว่า แต่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐมนตรีก่อน ทำให้รัฐมนตรีคนใหม่สั่งตั้งกรรมการสอบและโยกปลัดกระทรวงออกไปก่อน และผลจากการตรวจสอบพบว่ามีการล็อคสเป็คจริง ต่อมาเมื่อมีการประมูล รอบ2 ตกลงกันได้ที่ราคา คันละ 1.47 ล้านบาท ทำให้ผู้ที่ได้ราคาประมูลในครั้งแรก เกิดความโกธรแค้น ซึ่งตนสงสัยว่า ทำไมไม่มีการตรวจสอบการตกลงราคาประมูลในครั้งแรกคือคันละ 1.7ล้านบาท แต่กลับมาตั้งตรวจสอบการประมูลที่มีราคาถูกกว่า
“ผมยืนยันว่า จากการพูดคุยกับ กมธ.สาธารณสุข พบว่า มีนักการเมืองเข้าไปมีส่วนได้เสียด้วย โดยไปเอาเงินบริษัทมาแล้วคันละ2 แสนบาท ขอยืนยันว่าผมไม่ได้กลั่นแกล้งใคร สิ่งที่จะดำเนินการต่อไปนี้ เพราะต้องการเอาเงินของประเทศกลับมา เพราะเงินหลวงตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ใครโกงเงินของประเทศ ผมจะเอาเงินมาคืนให้ ”รมว.สาธารณสุข กล่าวย้ำ



