
ซิตโต้ร่วมสปป.ลาววิจัย "ข้าว" แนะวิธีเพิ่มผลผลิตแก่ชาวนา
หลังประสบความสำเร็จในการส่งเสริมเกษตรกรที่ประกอบอาชีพทำนา มีวิธีการเพิ่มผลผลิตข้าวต่อไร่ให้สูงขึ้น ของบริษัท ซิตโต้ (ประเทศไทย) จำกัด โดยเฉลี่ย 110-125 ถังต่อไร่จากเดิมอยู่ที่ 70-90 ถังหรือค่าเฉลี่ยผลผลิตข้าวนาปรังอยู่ที่ 1,100-1,200 กิโลกรัมต่อไร่จากเดิม
ซิตโต้ (ประเทศไทย) ถือเป็น 1 ใน 3 บริษัทเอกชนรายใหญ่ของไทยที่เข้าไปส่งเสริมและพัฒนาการทำนาสมัยใหม่แก่เกษตรกรชาวลาวเพื่อให้ได้ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้น เนื่องจากอาชีพทำนาในสปป.ลาว ส่วนใหญ่จะยังคงใช้วิธีแบบดั้งเดิม มีเฉพาะนาปีเพราะยังคงต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นหลักในการทำนา ขณะเดียวกันผลผลิตต่อไร่ก็ยังต่ำมาก เมื่อเทียบกับการชาวนาไทย
"บริษัททำงานวิจัยเพิ่มผลผลิตข้าวร่วมกับศูนย์พันธุ์ข้าว และผู้นำเกษตรที่ประเทศ สปป.ลาว ทำไมบริษัทจึงกล้าและตัดสินใจจัดทำโครงการสาธิตการเพิ่มผลผลิตข้าวที่ สปป.ลาว ทั้งๆ ที่ตัวเปรียบเทียบคือปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ยที่ได้รับความนิยมใน สปป.ลาว มีเยอะ ก็เพราะเรามีความมั่นใจสูงในหลักวิชาการ การทำงาน มั่นใจในทีมงานวิจัย มั่นใจบุคลากร เรามีการพิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยเพิ่มผลผลิตได้จริงในต้นทุนที่ต่ำ เริ่มทุกอย่างบนพื้นฐานที่เป็นวิทยาศาสตร์เป็นความจริง เราศึกษาให้รู้ดิน รู้พืช รู้การจัดการโรคและแมลง รู้แนวทางการใช้ผลิตภัณฑ์ที่อย่างแท้จริง นี่คือสิ่งที่ทำให้เรามั่นใจ
พรชัย รุ่งศรี หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมและวิชาการ บริษัท ซิตโต้ (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะหัวหน้าทีมวิจัยกล่าวยืนยันในโครงการความร่วมมือการวิจัยเพิ่มผลผลิตข้าว ร่วมกับศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวใน สปป.ลาวทั้งสองแห่ง พร้อมนำมาขยายผลในแปลงทดลองของเกษตรกรชาวลาวจำนวน 3 รายในบริเวณรอบๆ ศูนย์อีกด้วย โดยหลังจากที่ดำเนินการตามซิตโต้โปรแกรม ที่มีการใส่ปุ๋ยและการใช้อาหารเสริมอย่างมีระบบของทีมนักวิจัยแล้ว ปรากฏว่าผลผลิตข้าวที่ได้ก็ไม่แตกต่างกัน ทั้งในแปลงทดลองภายในศูนย์และแปลงนาของเกษตรกรทั้ง 3 ราย
พรชัยแจงรายละเอียดถึงกระบวนการดำเนินงาน โดยเริ่มจากการเก็บตัวอย่างดินเพื่อวิเคราะห์สารอาหารในดิน ซึ่งพบว่าคุณสมบัติและปริมาณธาตุอาหารที่ทำการตรวจเช็ก ทุกค่าอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำมาก แสดงว่ามีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ซึ่งเราคิดกันไปเองว่าที่ดินใน สปป.ลาว อุดมสมบูรณ์มาก ซึ่งความจริงที่พบและวิเคราะห์พบว่าไม่เป็นไปตามนั้น ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าพื้นที่นานั้นเกษตรกรได้ปลูกข้าวซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่มีการบำรุงรักษาดินแต่อย่างใด จนเป็นเหตุทำให้ดินเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่คาด
"เริ่มแรกคือใช้ปุ๋ยให้ถูกต้องตามค่าวิเคราะห์ดิน ใช้ให้ถูกต้องทั้งสูตร ปริมาณ เวลา และวิธี ใช้วิตามิน อาหารเสริมให้ถูกช่วงการเจริญเติบโตของข้าวในแต่ละระยะ ใช้การจัดการการดูแล การเฝ้าระวังโรคอย่างเหมาะสม เก็บเกี่ยวผลผลิตประเมิน เปรียบเทียบผลผลิตกับแนวทางการใช้ปุ๋ยที่เคยใช้ พันธุ์ข้าวที่ทดลองปลูกเป็นสายพันธุ์ข้าวเหนียว ท่าดอกคำ 1 (TDK1) เมื่อเปรียบเทียบผลผลิตที่ได้แปลงเดิมเฉลี่ย 3,178-4,146 กก/เฮกแตร์ แต่แปลงในโครงการเฉลี่ย 5,007 กก/เฮกแตร์ หรือสามารถเพิ่มผลผลิตได้ 21-58% หรือผลผลิตเพิ่มเฉลี่ย 35%"
ส่วนการเปรียบเทียบผลผลิตในแปลงนาของเกษตรกรนั้น พรชัยบอกว่าทั้ง 3 รายในแขวงเวียงจันทน์ และเขตนครหลวงเวียงจันทน์ โดยสายพันธุ์ข้าวเหนียวท่าสะโน 3 (TSN3) ปรากฏว่า แปลงควบคุมที่มีการใช้ปุ๋ยเคมีทั่วไปเต็มอัตรา ได้ผลผลิตเฉลี่ย 2,000-2,500 กก/เฮกแตร์ ในขณะที่แปลงในโครงการของบริษัทได้ผลผลิตเฉลี่ย 3,100 กก/เฮกแตร์ หรือสามารถเพิ่มผลผลิตเฉลี่ยกว่า 50%
วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคมนี้ "คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ" จะเปิดสอนหลักสูตร "เทคนิคการเพิ่มผลผลิตข้าว" นาปีได้ตังค์ นาปรังรวย ดำเนินการสอนโดย อ.ประทีป กุณาศล นักวิชาการเกษตรอิสระและทีมงานซิตโต้ (ประเทศไทย) สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร.0-2338-3356-7 ทุกวัน
"สุรัตน์ อัตตะ"



