ไลฟ์สไตล์

เหตุใดฉันจึงรักกล้วยไม้ (3)

เหตุใดฉันจึงรักกล้วยไม้ (3)

04 ธ.ค. 2552

ต่อไปนี้คือคำกล่าวที่นำไปเสนอต่อที่ประชุม แต่อย่าลืมนะ ฟังแล้วควรทำความเข้าใจให้มันลึกซึ้งยิ่งขึ้น แทนที่จะคิดดูถูกจนกระทั่งสิ่งที่มองเห็นอยู่ในขณะนั้นมันกลายเป็นเรื่องอื่นไปได้ยังไง

 เหตุใดฉันจึงรักกล้วยไม้
 (นำเสนอเป็นภาษาอังกฤษตลอดทั้งเรื่อง)
 ขณะนี้ฉันมีอายุใกล้จะ 88 ปีแล้ว แต่แทนที่จะปลดตัวเองออกมานั่งพักผ่อนอยู่กับบ้านโดยไม่ทำอะไรให้บังเกิดประโยชน์สุขแก่มวลชนในสังคม ควรจะรู้ได้ว่า นั่นคือชีวิตที่สูญเสียคุณค่าอย่างน่าเสียดาย ดังนั้นจากสภาพดังกล่าว ยิ่งมีอายุมากขึ้นฉันจึงกลับทำงานให้สังคมหนักมากยิ่งขึ้นกว่าเก่า โดยเฉพาะคนในชนบทที่ชีวิตยังอยู่ในสภาพตกทุกข์ได้ยาก  

 จากประเด็นดังกล่าว ทำให้มีเสียงสะท้อนกลับมาเข้าหูฉันว่า ถึงเวลาพักผ่อนได้แล้วหรือยัง? หลังจากได้รับฟังเสียงทักท้วง ทำให้ฉันตอบออกไปจากใจตัวเองทันทีว่า “การพักผ่อนของฉันคือการทำงานอย่างมีความสุข”

 หวนกลับไปนึกถึงเมื่อครั้งที่ฉันมีอายุได้ประมาณ 40 ปี มีเพื่อนจากต่างประเทศคนหนึ่งที่เข้ามาทำงานเกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษาของคนท้องถิ่นในประเทศเขตร้อน งานที่เขามาทำก็คือสนับสนุนให้มีองค์กรอาสาสมัครจัดแปลหนังสือระหว่างประเทศไทยกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียเขตร้อน 

 เพื่อนคนนี้ได้เข้ามาหาฉันซึ่งมีงานส่วนหนึ่งที่ฉันทำอยู่ในขณะนั้นเกี่ยวข้องกับการจัดพิมพ์หนังสือที่แปลมาจากภาษาต่างประเทศ

 หลังจากได้มีการร่วมประชุมกันมาแล้วหลายครั้ง ฉันเข้าใจว่าเขาคงได้ยินกิตติศัพท์เกี่ยวกับผลงานเรื่องกล้วยไม้ของฉัน ซึ่งข้อมูลนี้คงได้รับมาจากประเทศต่างๆ แทบจะทั่วโลก

 อยู่มาวันหนึ่งโดยไม่ได้คาดคิดมาก่อน เพื่อนคนนี้ได้เข้ามาหาฉันที่บ้าน หลังพูดคุยกันถึงเรื่องการแปลหนังสือได้ไม่นาน ในที่สุดเขาก็เอ่ยขึ้นว่า

 “โปรเฟสเซอร์ ฉันขออะไรท่านสักอย่างหนึ่งได้หรือเปล่า?” ฉันตอบไปทันทีว่า “ได้”
 ทั้งนี้ ธรรมชาติภายในจิตใจฉันนั้นมีแนวโน้มที่จะให้ทุกสิ่งทุกอย่างแก่เพื่อนมนุษย์ทุกคนด้วยความรักความจริงใจมาตั้งแต่ตัวเองยังเป็นเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ข้อมูลที่เป็นแง่คิดเพื่อการเรียนรู้ เนื่องจากเป็นเพราะให้แล้วทำให้ฉันมีความสุข (ต่อฉบับหน้า)

" ระพี สาคริก"