
ไขปัญหาสุขภาพแผนจีน - ปวดสะโพกร้าวถึงขา ชาไปที่ปลายเท้า!!
สวัสดีค่ะคุณหมอ พอดีเคยอ่านคอลัมน์ที่คุณหมอเขียนในหนังสือพิมพ์ เลยสนใจอยากถามวิธีการรักษาค่ะ เป็นผู้ป่วยหญิงอายุ 57 ปี มีอาการปวดบริเวณสะโพกขวา ร้าวลงไปที่ขา จนชา ไปถึงปลายเท้า มีอาการมาประมาณ 3-4 เดือน โดยมีอาการตลอดวัน เคยรักษาโดยการนวดแผนไทย มีอาการด
ผู้ป่วยอายุ 57 ปีแล้ว ก็นับได้ว่าสูงวัยพอที่อวัยวะต่างๆ ในร่างกายเสื่อมสภาพลงไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะไตและตับ ซึ่งไตเองเป็นอวัยวะที่กำกับดูแลกระดูก ถ้าไตแข็งแรงกระดูกก็จะแข็งแรง และไตก็มีแหล่งพำนักที่เอว เมื่อไตอ่อนแอลงจึงเกิดอาการปวดเมื่อยเอวได้ง่าย สังเกตดูสิถ้าเป็นเด็กหรือยังหนุ่มสาวจะไม่ค่อยมีอาการปวดเอวให้เห็น ส่วนตับเป็นอวัยวะที่กำกับดูแลเส้นเอ็น ถ้าตับทำงานดีเส้นเอ็นก็แข็งแรง ดังนั้นเมื่อสองอวัยวะนี้เสื่อมลง อาการปวดหลังปวดเอวปวดแข้งปวดขาจึงเกิดขึ้น
การปวดบริเวณสะโพกขวา ร้าวลงไปที่ขา จนชาไปถึงปลายเท้า เป็นอาการที่มาจากข้อกระดูกสันหลังบริเวณบั้นเอวเกิดการเกยก่ายผิดตำแหน่งจนเบียดเส้นประสาทบริเวณนั้น ทำให้เกิดอาการปวดร้าวพร้อมกับชาลงไปที่ขาขวาจนถึงปลายเท้า อาการเพิ่งเป็นแค่ 3 เดือน ถ้าหากได้มาฝังเข็ม กินยาจีนและนวดทุยหนาแบบจีน ปรับทั้งความสมดุลของอวัยวะ สมดุลทั้งเลือดลม บวกด้วยจัดความสมดุลของโครงสร้าง อาการของผู้ป่วยก็น่าจะดีขึ้น
ผู้หญิงจะมีความเกี่ยวข้องการเสียเลือดลมเดินคล่องหรือไม่ จากการมีประจำเดือน และหลังการคลอดบุตรได้ดูแลตัวเองดีแค่ไหนด้วย นอกจากนี้ ขณะตั้งครรภ์ข้อเล็กๆ ของกระดูกเชิงกรานขยาย พออายุมากขึ้นย่อมเกิดการหลวม ทำให้ข้อเล็กขยับเกยก่ายผิดล็อกได้ง่าย ยิ่งถ้าบวกกับการก้มๆ เงยๆ เอี้ยวตัวไปมา หรือนั่งในท่าที่ไม่ถูกต้องก็ยิ่งทำให้เกิดอาการเหล่านี้ได้ง่าย
การรักษาด้วยแผนจีนก็คือกินยาจีนและฝังเข็ม ส่วนทำไปกี่ครั้งจึงจะหายก็ขึ้นอยู่กับความหนักเบาของโรค อยู่กับการวิมีนัยในการมารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง และยังบวกฝีมือของหมอด้วย



