
มศว เผยธุรกิจแพทย์โหมหนักแพทย์ทั่วไปแห่เรียน"แพทย์ผิวหนัง"เพียบ!
ธุรกิจการแพทย์โหมหนัก แพทย์ทั่วไปสนใจเป็นแพทย์ผิวหนังมากขึ้น มศว ย้ำ ป.โท ตจวิทยา มุ่งเน้นวิจัย รู้เท่าทันวงการยา-นวัตกรรมการรักษา ไม่ตกเป็นเหยื่อบริษัทยา-เครื่องมือทางการแพทย์
รศ.นพ.มนตรี อุดมเพทายกุล ผู้อำนวยการศูนย์ผิวหนัง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เปิดเผยว่า การเรียนต่อในระดับปริญญาโทด้านสาขาตจวิทยา หรือด้านผิวหนัง ในปัจจุบันนี้นิสิตเรียนเพื่อจะนำความรู้ออกไปประกอบอาชีพเป็นส่วนใหญ่ แต่อย่างไรก็ตามสาขาตจวิทยาของ มศว ที่เปิดการเรียนการสอนมาถึง 7 ปี พบว่า การเรียนในระดับปริญญาโทต้องสอนให้นิสิตรู้และเข้าใจการทำงานวิจัย กระตุ้นให้เกิดงานวิจัยเพราะอย่าลืมว่างานวิจัยจะเป็นการทำให้เกิดการพัฒนาทางวิชาการและเป็นคำตอบในการดูแลรักษาผู้ป่วยหรือผู้เข้ามารับบริการได้
“การเรียนการสอนในสาขาตจวิทยาของ มศว เน้นผู้สำเร็จการศึกษาออกไปทำงานวิจัยหรือไปเป็นอาจารย์ผู้สอนในระดับอุดมศึกษา อาจจะเป็นอาจารย์ประจำหรืออาจารย์พิธีผู้ช่วยสอน แต่ส่วนใหญ่จะนิยมทำงานในคลินิกหรือตามโรงพยาบาล แม้จะไม่สอดคล้องกับจุดประสงค์ในการผลิตบัณฑิตของศูนย์ผิวหนัง แต่เราก็พยายามส่งเสริมให้ผู้ที่จะออกไปเป็นแพทย์เฉพาะทางทำงานวิจัยเป็น และองค์กรที่ทำงานควรส่งเสริมให้แพทย์คนนั้นมีโอกาสทำงานวิจัยในสายงานที่ตัวเองรับผิดชอบ" รศ.นพ.มนตรี กล่าว
รศ.นพ.มนตรี กล่าวต่อว่า มศว เน้นการทำวิจัย เพราะอย่าลืมว่าเวลาที่มีใครมาเสนอยา หรือนวัตกรรมใหม่ๆ แพทย์จะรู้เท่าทันและไม่หลงเชื่อยาหรือนวัตกรรมใหม่ๆ เพราะปัจจุบันถ้าไม่สนใจงานวิชาการ ไม่สนใจการทำวิจัย อาจจะหลงเชื่อยาใหม่และนวัตกรรมใหม่ได้ง่ายมาก เนื่องจากยุคนี้ตลาดยาและนวัตกรรมใหม่ๆ ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นเรื่องธุรกิจ มีการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ถ้าแพทย์ไม่ทำวิจัยจะตกอยู่ในบ่วงของธุรกิจทางการแพทย์ได้ง่าย
รศ.นพ.มนตรี กล่าวอีกว่า คลินิกดูแลผิวหนังทุกวันนี้ ใช้แพทย์ที่จบโรคทั่วไปมาอบรมวิธีการรักษา โดยไม่ได้ใช้แพทย์เฉพาะทาง แพทย์โรคทั่วไปที่จบใหม่ความรู้ยังน้อย ความเข้าใจและอยากที่จะทำงานวิจัยยังไม่มี แต่ได้ค่าตอบแทนหลักแสน จนลืมที่จะใฝ่หาความรู้เพิ่มเติม ลืมการทำวิจัยควบคู่ไปกับการรักษาและดูแลผู้ป่วย ตามหลักเกณฑ์ของแพทย์ผิวหนัง แพทย์ที่สำเร็จการศึกษาโรคทั่วไปควรจะผ่านการอบรมทางด้านผิวหนังเป็นระยะเวลา 4 ปี เพื่อให้ได้วุฒิบัตรหรืออนุมัติบัตรแพทย์ผิวหนัง เช่น ต้องผ่านการอบรมวิชาความรู้และลงมือทำวิจัยอย่างน้อย 2 ปี หรือเรียนหลักสูตรระยะสั้น 1 เช่นที่ มศว ร่วมกับจุฬาฯ หรือที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และโรงพยาบาลรามาธิบดี ถึงเรียกแพทย์กลุ่มนี้ว่าแพทย์ผิวหนัง



