ไลฟ์สไตล์

ทปอ.ยื่นเกณฑ์ประเมินรอบ3ให้สมศ.ทบทวน

ทปอ.ยื่นเกณฑ์ประเมินรอบ3ให้สมศ.ทบทวน

01 ธ.ค. 2552

ทปอ.ยื่นเกณฑ์การประเมินให้สมศ.ทบทวนใหม่อีกครั้ง เน้นให้กำหนดความชัดเจน ขอบเขตที่แน่นอน ย้ำควรแจ้งให้สถาบันอุดมศึกษา โดยเฉพาะมหา’ลัยขนาดใหญ่ ให้ทราบรายละเอียดตัวบ่งชี้ใช้ในการประเมินรอบ3 ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 ปีการศึกษา ด้าน รักษาการผอ.สมศ.แจงเกณฑ์ประเมินร

(1ธ.ค.) ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ เลขาธิการที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) ในฐานะว่าที่ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินผลคุณภาพการศึกษา(ผอ.สมศ.)(องค์กรมหาชน) เปิดเผยว่า ทปอ.ได้รวบรวมข้อเสนอแนะของมหาวิทยาลัยรัฐ ที่มีความเห็นต่อร่างตัวบ่งชี้ในการประเมินคุณภาพภายนอกระบบอุดมศึกษา รอบ 3 ได้แก่ 1. ด้านคุณภาพบัณฑิต เช่น ควรใช้ประเมินต่อเนื่อง แต่ควรปรับเกณฑ์ให้ต่ำลงตามสถานการณ์และบริบทของมหาวิทยาลัย ให้มีหน่วยงานกลางเป็นผู้ดำเนินการ เพื่อความถูกต้อง ชัดเจน และเป็นธรรมแก่ผู้ถูกประเมิน 2.ด้านงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ ควรกำหนดวิธีประเมินให้ชัดเจน คำว่าที่นำมาใช้อันก่อให้เกิดประโยชน์ในการแก้ปัญหา จะประเมินได้จากข้อมูลในลักษณะใด และจะประเมินได้อย่างไรว่า ก่อให้เกิดประโยชน์ในการแก้ปัญหา และงานวิจัยหรืองานสร้างสรรค์ต้องสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เป็นต้น

 3.ด้านการบริการวิชาการแก่สังคม ควรเร่งกำหนดเกณฑ์มาตรฐานให้ชัดเจน คือ ระดับความสำเร็จของการเรียนรู้และเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน 4.ด้านการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม การจัดการเรียนการสอนในบางคณะ ไม่เอื้อต่อประเด็นนี้ หากต้องประเมินผลสำเร็จของระบบและกลไก ส่งเสริมพัฒนาและการจัดการอุตสาหกรรมไม่จำเป็นต้องอยู่บนพื้นฐาน ศิลปะและมรดกทางวัฒนธรรมเท่านั้น 5.ด้านการบริหารและการพัฒนาสถาบันควรใช้วิธีการวัดในการหาค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก การใช้เกณฑ์ควรแบ่งเป็นมหาวิทยาลัยเก่า-ใหม่

 ว่าที่ผอ.สมศ. กล่าวต่อว่า 6.ด้านการประกันและพัฒนาคุณภาพภายใน ควรแยกออกเป็น 2 ประเด็น คือ ระบบและกลไกในการประกันคุณภาพทั้งระดับสถาบันและระดับคณะวิชา เพื่อการ พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา และรองรับการประกันคุณภาพภายนอก ระบบและกลไกในการประกันคุณภาพหลักสูตรและการสอนเพื่อเชื่อมโยงกับมาตรฐานคุณวุฒิ ทั้งนี้ สำหรับกลุ่มมหาวิทยาลัยวิจัย ทปอ.มีข้อเสนอแนะให้มีการพิจารณาทบทวนลดตัวบ่งชี้ลง จากเดิมมี 6 มาตรฐาน 27 ตัวบ่งชี้ โดยเฉพาะตัวบ่งชี้ที่ยังไม่มีผลการวิเคราะห์ทางสถิติ ผลการรับฟังความคิดเห็นทั้งระดับสี่ภูมิภาค รับฟังนานาชาติ รับฟังระดับชาติ เนื่องจากจะทำให้เกณฑ์ตัดสินไม่เป็นระดับมาตรฐาน ที่ควรเป็น มีข้อเสนอว่า ให้เริ่มมีการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยให้สถานศึกษาส่งเป็นระดับข้อมูล เพื่อนำมาวิเคราะห์ และกำหนดเป็นเกณฑ์มาตรฐานสำหรับการประเมินคุณภาพในรอบ 4 หรือนำไปใช้ในการประเมินคุณภาพภายใน ต่อไป

 “ตัวบ่งชี้ที่ใช้ในการประเมินรอบ 3 ควรเน้นที่ ผลสัมฤทธิ์ทั้งภายในและภายนอกจริง ๆ และควรแจ้งให้สถาบันอุดมศึกษา โดยเฉพาะสถาบันอุดมศึกษาขนาดใหญ่ รับทราบรายละเอียดของตัวบ่งชี้ที่จะใช้ในการประเมินรอบสามเป็นการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 ปีการศึกษา โดยเฉพาะตัวบ่งชี้ใหม่ที่ไม่ได้ใช้ในการประเมินรอบสอง เพื่อสถาบันอุดมศึกษาจักได้ใช้วางแผนการดำเนินการจัดเก็บข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี ตามที่ สมศ. กำหนดต่อไป” ศ.ดร.ชาญณรงค์กล่าว

 ด้านศ.ดร.สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) กล่าวขณะนี้สมศ.กำลังดำเนินการนำร่องเกณฑ์ประเมินแบบใหม่กับมหาวิทยาลัยจำนวน 6 แห่งได้แก่ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ สถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วิทยาลัยพยาบาลทหารอากาศ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

 อย่างไรก็ตามสำหรับเกณฑ์การประเมินในรอบ 3 นั้นที่ผ่านมาสมศ.ได้สอบถามความคิดเห็นจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ แล้ว และที่ผ่านมาได้มีข้อเสนอแนะจากอธิการมหาวิทยาลัยเก่าแก่แห่งหนึ่ง ที่มีวิทยาเขตหลายแห่งและแต่ละวิทยาเขตก็มีอายุการก่อตั้งที่แตกต่างกันดังนั้นจึงไม่ควรแยกกัน ซึ่งสมศ.ก็รับฟังนำมาสู่การประเมินสถาบันอุดมศึกษานอกที่ตั้ง ส่วนที่หลายแห่งเคยระบุว่าสมศ.ไม่สอบถามความคิดเห็นจากมหาวิทยาลัยนั้นก็เป็นเรื่องไม่จริง เพราะก่อนที่สมศ.จะกำหนดตัวชี้วัดในรอบ 3 ได้ทำประชาพิจารณ์และสอบถามความคิดเห็นจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ แล้ว ส่วนมหาวิทยาลัยเองจะไปเวียนและสอบถามกันอย่างไรนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง