
ตถตา
คำว่า "ตถตา" ไว้คำเดียวพอ แปลว่า เป็นเช่นนั้น เป็นเช่นนั้นเอง ถ้ามันเกิดทุกข์ขึ้นมา เราก็เห็นเช่นนั้นเองของความทุกข์
แล้วก็หาเช่นนั้นเองของความดับทุกข์ ที่มันเป็นคู่ปรปักษ์กัน เข้ามาซี่ "เช่นนั้นเอง" อย่างนี้มันเป็นทุกข์ "เช่นนั้นเอง" ที่มันดับทุกข์ก็เอาเข้ามา มาฟัดกันกับ "เช่นนั้นเอง" เช่นนั้นเอง กับเช่นนั้นเอง มันก็ฆ่ากันเอง ในที่สุดความทุกข์มันก็ดับไป เพราะเรามีเช่นนั้นเอง
ดังนั้นในการเกิดมาในสังมนี้ ไม่ว่าจะเป็นข่าวความวุ่นวายทางการเมือง ข่าวคาวในวงการศาสนา ข่าวคาวทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นข่าวอะไร ก็แล้วแต่ มันจะต้องเกิดวิกฤติของมันอยู่พักหนึ่ง แล้วมันจะตั้งต้นที่ศูนย์ คือ ความเป็นศูนย์กลางของมัน เขาเรียกว่า หาน้ำหนักทรงตัวของมัน สังคมก็เป็นของมันอย่างนี้
เมื่อประมาณ พ.ศ.๒๕๑๙-๒๕๒๐ ตอนนั้นอาตมายังเป็นสามเณร เคยได้ยินเพลงของคุณสายัณห์ สัญญา ขับร้อง แต่จำไม่ได้ว่าใครแต่ง เขาพรรณนาว่า
"เดี๋ยวนี้สังคมโทรมจริงนะ
เหมือนกองขยะ คละเคล้าของเน่าชั่วร้าย
มนุษย์นั้นสุดบรรยายหาค่าอันใดไม่ได้
เพราะหญิงและชายมากมายตัณหา
เศรษฐีมีสตางค์หันหลังให้วัด
เข้าไปแออัดในภัตตาคารแน่หนา
ต่างคนต่างหลงใหลใฝ่หารสกามกามา
ลืมรสพระธรรมล้ำค่าขององค์สัมมาสัมโพธิญาณ
ตอบไม่ได้ใครเป็นผู้ดีขี้ข้า
แต่งตัวเหมือนเทวดา เสพกามาเหมือนเดรัจฉาน
ท่านเชื่อหรือไม่ว่า คนถือกะลาของทาน
อาจมั่งมีเงินเป็นล้าน ผู้ดีหลายท่านหนี้สินหมักหมม ฯลฯ
"พระราชวิจิตรปฏิภาณ (เจ้าคุณพิพิธ)"
อาตมาฟังอย่างนี้รู้สึกท้อใจในสังคม แต่ถ้าจะกลับมาดูจริงๆ แล้ว ถ้าย้อนกลับไปจากที่นี่ มันก็เป็นของมันอย่างนี้ ไม่เห็นว่ามีอะไรวิเศษไปกว่านี้ การที่เราได้ยินได้ฟังนั้น ไม่มากเท่าปัจจุบันนี้
ภาวการณ์แห่งความสับสนในสังคมนี้ อย่ารู้สึกทดท้อต่อสังคม อย่าไปเบื่อสังคม สังคมเป็นของมันอย่างนี้ มันเป็นระบบที่ปัจจุบันในทางธรรมชาติเขาเรียกว่า ระบบนิเวศวิทยา หรือ ระบบนิเวศ
นิเวศวิทยาเป็นอย่างไร สังคมก็เป็นอย่างนั้น อย่าไปท้อแท้ อย่าไปท้อทอย อย่าไปถอนหายใจ ถอนทุกข์ได้ แต่อย่าไปถอนใจ



