ไลฟ์สไตล์

"ธาตุ โมกข์กาย" ยึดทำนาพึ่งพาตนเอง

"ธาตุ โมกข์กาย" ยึดทำนาพึ่งพาตนเอง

02 ธ.ค. 2552

ยุคนี้ต้องยอมรับว่าเครื่องจักรและเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้เข้ามามีบทบาทในทุกวงการไม่เว้นแม้ภาคเกษตร แต่ก็ไม่เสมอไป ดั่ง ลุงธาตุ โมกข์กาย วัย 59 ปี เกษตรกรบ้านเหล่าปอแดง ต.เหล่าปอแดง อ.เมืองสกลนคร ที่ยังคงทำนาแบบโบราณคือพึ่งพาตนเอง ซึ่งผลดีนอกจากไม่เสียเงินค่าจ

  "ลุงธาตุ" เล่าว่า ครอบครัวยังทำนารูปแบบเดิมบนพื้นที่ราว 10 ไร่ โดยเมื่อเข้าสู่ฤดูทำนา ก็จะนำควายมาไถ คราด และปักดำกันเพียงสองคนกับภรรยา เมื่อต้นข้าวงอกก็นำปุ๋ยคอกจากมูลโค กระบือมาใส่ ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ซึ่งผลผลิตข้าวก็ได้ผลดีไม่แพ้ของคนอื่น หลังต้นข้าวสุกงอม ทั้งสองตายายก็ค่อยๆ เกี่ยวก่อนตากให้แห้งแล้วมัด จากนั้นเก็บเข้าลาน

 ตอนเก็บเข้าลาน ลุงธาตุ จะใช้วิธีโบราณคือเก็บทีละมัด แล้วนำมาใส่ไม้ที่ตั้งไว้ โดยมีไม้คานหลาว ซึ่งเหลาปลายให้แหลม ความยาว 2.5-3 เมตร จากนั้นเอามัดข้าวเสียบเข้าที่ด้านปลายทั้งสองข้างจนกว่าจะเต็ม ซึ่งจะมีมัดข้าวข้างละ 10-12 มัด แล้วจะหาบข้าวไปพักไว้ที่ลานนวดข้าวเพื่อรอการนวด

 "การนวดข้าวเพื่อให้เป็นเมล็ดนั้น ก็ใช้วิธีโบราณเช่นเดิม คือจะใช้ไม้ทำเป็นคีมหนีบข้าว จากนั้นจะนวดซึ่งภาษาท้องถิ่นเรียกว่าฟาด จนกว่าเมล็ดข้าวจะหลุดออกหมด" ลุงธาตุ บอกขั้นตอน

 พร้อมบอกว่า ใช้วิธีนี้มากว่า 30 ปี นอกจากทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังช่วยประหยัดไม่สิ้นเปลืองค่าแรงงาน มาปักดำ หว่านไถ เก็บเกี่ยว ฯลฯ ซึ่งแม้จะเสียเวลาบ้าง แต่ก็คุ้มค่าเพราะได้ผลผลิตเต็มเม็ดเต็มหน่วย แถมไม่ต้องหักค่าใช้จ่ายใดๆ

 ทั้งหมดนี้ ลุงธาตุ ยอมรับว่ายึดหลักพอเพียงตามรอยพ่อ เพราะเมื่อเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว พื้นที่นานี้ก็ปล่อยให้วัวควายลงหากินได้ตามปกติเช่นเคย

"นรากร เวชกามา"