ไลฟ์สไตล์

สักวันหนึ่ง...ชีวิตจะหาไม่ (6)
รักสิ่งใด ก็จะเจ็บเพราะสิ่งนั้น

สักวันหนึ่ง...ชีวิตจะหาไม่ (6) รักสิ่งใด ก็จะเจ็บเพราะสิ่งนั้น

02 ธ.ค. 2552

เราโชคดีขนาดไหนที่เราไม่ต้องเดินหาเมล็ดพันธุ์ผักกาด กรุงเทพฯ กว้างใหญ่ขนาดนี้ ถ้าอาตมาจะบอกว่าให้ไปหาเมล็ดพันธุ์ผักกาดจะไหวกันไหม รถติดขนาดนี้ การเดินทางลำบากเหลือเกิน คนไทยโชคดีขนาดไหนที่มีพระมาบอกว่าธรรมดาของชีวิตมันเป็นอย่างนั้น มันเป็นอย่างนี้ ผู้หญิ

 เห็นไหมว่าใจดวงเดียวกัน แต่ครั้นได้กำซาบรสพระธรรมแล้ว จากเศร้าโศกกลับกลายเป็นสดใสและเบิกบาน จากแต่ก่อนเป็นใจที่เคยมืดบอดกลับกลายเป็นใจที่สุกสว่างกระจ่างใสขึ้นมา จากที่เคยถูกรุมล้อมด้วยกิเสลกลับกลายเป็นใจที่หลุดพ้นเป็นอิสระจากกิเลส นี่คือปาฏิหาริย์ของการเห็นธรรม พอใจเห็นธรรม คุณภาพชีวิตก็เปลี่ยน ใจเปลี่ยน ชีวิตก็เปลี่ยน ใจเปลี่ยน กับ เปลี่ยนใจไม่เหมือนกัน 

 ใจเปลี่ยน คือ คุณภาพของใจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แต่เปลี่ยนใจ หมายถึงเปลี่ยนความคิดเท่านั้น

 ความทุกข์ความโศกไม่ได้อยู่ข้างนอก ปรากฏการณ์ภายนอกนั้น มันเกิดขึ้น เปลี่ยนแปลงไปตามธรรมดาอยู่แล้ว เป็นธรรมดาของมันอย่างนั้นเอง ความโศกเศร้าเป็นเรื่องภายในใจของเราที่ไปมีปฏิกิริยาต่อความเปลี่ยนแปลงภายนอก ถ้าใจของเรารู้เท่าทันธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน ซึ่งมีความตายเป็นเรื่องธรรมดา ความตายจะทำอะไรเราไม่ได้เลย      

 อาตมาพูดอย่างนี้ได้เพราะอาตมาเคยเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป พี่ชายของอาตมาเสียตอนอายุเบญจเพศ ปีต่อมาโยมแม่ก็เสีย อาตมาผ่านงานศพสองงานต่อเนื่องกันสองปี ได้เรียนรู้ความตายอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ต้นจนจบ อาตมาสอนได้เพราะเรียนรู้ว่าเวลาสูญเสียคนที่เรารัก ความรู้สึกมันเป็นอย่างไร

 ทุกวันนี้เวลามีคนโทรมาบอกว่าญาติเสีย อาตมาก็บอกว่าเหรอ เมื่อไรล่ะ พอรู้ก็นั่งพิมพ์ต้นฉบับต่อ นั่งทำงานต่อ ทำใจสบายๆ ความทุกข์มันไม่กลับมาเล่นงานเราแล้ว เพราะเรามีประสบการณ์ตรงมาแล้วว่าความตายมันเป็นอย่างนั้น การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักมันเป็นอย่างนั้น และความตายที่เกิดขึ้นกับคนอื่น เดี๋ยวมันก็เกิดขึ้นกับเราเหมือนกัน ถ้าเราเปิดตา เปิดใจ มองว่าความตายเป็นธรรมดา ความทุกข์เพราะความตายจะไม่เกิดขึ้นกับเรา เราจะไม่หลงผิดไปคิดว่า ทุกข์ภายนอกเป็นทุกข์ภายใน จะไม่เผลอไปโอบรับเอาความทุกข์ของสังขารซึ่งมีธรรมชาติต้องเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว มาปรุงเป็นความทุกข์ของใจ สังขารเปลี่ยนแปลงไปก็เป็นเรื่องธรรมดาของสังขาร ไม่ปล่อยให้เรื่องธรรมดาของสังขารมาเป็นเรื่องทรมานหัวใจ

 ๔.ความพลัดพรากเป็นธรรมดา ความพลัดพรากที่เกิดจากคนอันเป็นที่รักเกิดขึ้นกับเราทุกคนแน่นอน เรารักอะไร ไม่ว่าจะเป็นคนหรือเป็นสิ่งของ ขอให้เตรียมใจไว้เลยนะว่าเรารักสิ่งใด ก็จะเจ็บเพราะสิ่งนั้น ครอบครองสิ่งใด ก็ทุกข์เพราะสิ่งนั้น 

 ในทางโลกเวลาเราครอบครองสิ่งใด หรือคนใด เรามักจะรู้สึกว่าเราเป็นนายของสิ่งนั้น หรืออยู่เหนือคนนั้น แต่ในทางธรรมท่านบอกว่า เวลาเราครอบครองสิ่งใด เรากำลังตกเป็นทาสของสิ่งนั้น สิ่งนั้นกำลังเป็นนายเหนือเรา

 เรามีรถเบนซ์อยู่คันหนึ่งจอดไว้ข้างนอกวัดแล้วมานั่งฟังพระสวด กลับออกไป ใครก็ไม่รู้เอาเหรียญมาขีดรถเป็นรอยเลย เจ้าของรถรู้สึกเจ็บไปถึงกระดองใจ อาฆาตพยายาทเป็นแรมเดือนก็ยังไม่หาย ถ้าเราเป็นนายของรถ เราต้องไม่เจ็บ แต่เพราะเราเป็นทาสของรถ เราถึงได้เจ็บ ผิวของรถที่ถูกขีดข่วนนั้นบาดลึกลงมาถึงเนื้อหัวใจอ่อนๆ ของเราด้วย รถกับเรากลายเป็นเนื้อเดียวกัน เราครอบครองรถ ในทางหนึ่งรถก็ครอบครองเราด้วย รถเจ็บ คนก็ปวด

"ว.วชิรเมธี"