ไลฟ์สไตล์

รัฐบาลหวั่นอยุธยาถูกถอดสั่งสภาแก้ปัญหามรดกโลก

รัฐบาลหวั่นอยุธยาถูกถอดสั่งสภาแก้ปัญหามรดกโลก

30 พ.ย. 2552

รัฐบาลห่วงอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาถูกถอดจากมรดกโลก เหตุชุมชนบุกรุก สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ เตรียมลงพื้นที่สำรวจข้อเท็จจริงนำเสนอรัฐบาลแก้ไขต่อไป ป้องกันแหล่งมรดกโลกของไทยถูกขึ้นบัญชีภาวะอันตราย

 นางโสมสุดา ลียะวณิช รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ในฐานะคณะกรรมการมรดกโลก เปิดเผยว่า ได้ร่วมประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการมรดกโลกในประเทศไทย กับคณะทำงานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมได้สอบถามปัญหาของแหล่งมรดกโลกของไทย 5 แห่ง โดยเฉพาะที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จึงรายงานว่า เมื่อปี 2551 ยูเนสโก กรุงเทพฯ มีข้อกังวลว่า อุทยานดังกล่าวมีการพัฒนาพื้นที่ไม่เหมาะสมตามที่คณะกรรมการมรดกโลกกำหนดไว้ เช่น มีภูมิทัศน์ที่ไม่สวยงามเหมือนครั้งขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2534 มีการบุกรุกของชุมชน เป็นต้น จึงทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าอาจจะถูกถอดจากมรดกโลกได้

 ส่วนแหล่งมรดกโลกอีก 4 แห่ง ได้แก่ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร และแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง ปัญหาในพื้นที่ไม่มากเท่ากับอยุธยา เนื่องจากเมืองแยกออกจากชุมชน พบเพียงปัญหาร้านค้าย่อยและการบริหารอื่นๆ เพียงเล็กน้อยเท่านั้นสามารถแก้ไขได้ไม่ยาก ซึ่งคณะทำงานชุดดังกล่าวได้รับทราบปัญหาที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นแล้ว ก็จะลงพื้นที่สำรวจข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยเริ่มที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาเป็นแห่งแรก ประมาณเดือนธันวาคมนี้ จากนั้นทยอยไปสำรวจแหล่งมรดกโลกที่อื่น เพื่อรายงานให้สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติรับทราบและนำเสนอรัฐบาลต่อไป

 “เมื่อปี 2551 ที่ผ่านมา แหล่งมรดกโลกเครสเดน ของประเทศเยอรมนี ถูกถอดออกจากมรดกโลก ซึ่งหากเราปล่อยให้อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา มีการพัฒนาที่ไม่เหมาะสม ก็มีแนวโน้มที่จะถูกขึ้นบัญชีภาวะอันตรายได้ ส่วนขั้นตอนการถอดถอนมรดกโลก เมื่อคณะกรรมการมรดกโลกพิจารณาแล้วว่า ประเทศเจ้าของมรดกโลกปล่อยปละละเลยจนทรุดโทรม มีการพัฒนาที่ไม่เหมาะสม ก็จะขึ้นบัญชีภาวะอันตราย แล้วให้ปรับปรุง 2 ปี หากปรับปรุงก็ไม่ถอดถอน แต่ถ้าไม่ปรับปรุงอะไรเลยก็จะถูกถอดถอนออกจากการเป็นมรดกโลก ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมศิลปากร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จ.พระนครศรีอยุธยา ชุมชน ต้องช่วยกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะไม่มีใครอยากให้แหล่งมรดกโลกของไทยถูกขึ้นบัญชีภาวะอันตราย” รองปลัด วธ.กล่าว