
พบแร่ดินเหนียวผสมขุยมะพร้าวลดกล้ายางตาย
นักวิจัย มข.เผยผลวิจัย ใช้แร่ดินเหนียว หรือ เบนโทไนต์ ผสมกับขุยมะพร้าว เพาะกล้าต้นยางพารา ก่อนนำไปปลูก จะสามารถทนสภาพพื้นดินแห้งแล้งของภาคอีสานได้ดี และลดอัตราการแห้งตายได้อย่างยอดเยี่ยม
(30พ.ย.)นายสมโภชน์ แก้วระหัน นักวิชาการเกษตร 6 ภาควิชาพืชศาสตร์และทรัพยากรการเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับนักวิจัยอีกสองท่าน เปิดเผยถึงการพัฒนาสูตรปรับปรุงคุณภาพดินร่วมกับเบนโทไนท์ที่เหมาะสมต่อสมดุลธาตุอาหารของต้นกล้ายางพาราเพื่อการทนแล้งในภาคอีสาน พบว่า เมื่อนำแร่ดินเหนียวมาผสมกับวัสดุอินทรีย์โดยเฉพาะ ขุยมะพร้าวสามารถช่วยในการเพาะต้นกล้ายางพาราเพราะสามารถอุ้มน้ำได้ ทำให้มีความสามารถทนทานต่อความแห้งแล้งและลดอัตราการตายในการปลูกระยะแรกได้
เนื่องจากรัฐบาลได้มีนโยบายขยายพื้นที่การเพาะปลูกยางพาราให้ครบ 1 ล้านไร่ จึงส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกยางพาราโดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสาน ซึ่งเกษตรกรนิยมใช้พันธุ์ RRIM 600และพันธุ์ RRIT 251 มากที่สุด
แต่ปัญหาที่พบคือในภาคอีสานนั้นต้นกล้ายางพารามักจะเหี่ยวตายในระยะการปลูกช่วง 1-2 เดือนแรก เนื่องจากต้นกล้ายางพาราไม่สามารถทนต่อความแห้งแล้งของพื้นดินได้ เพราะรากของต้นกล้ายางพารายังยาวไม่พอที่จะไปช่วยดูดซึมน้ำ ดังนั้นทีมวิจัยจึงได้นำแร่ดินเหนียวหรือเบนโทไนท์ที่สามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป ซึ่งมีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำผสมกับวัสดุอินทรีย์ทั่วไปในท้องถิ่นเช่น ขุยมะพร้าว แกลบดำ ขี้อ้อย เปลือกถั่ว และแกลบดิน เมื่อนำมาเพาะกับต้นยางพาราทำให้มีความทนทานต่อความแห้งแล้ง แต่ก็ยังมีปัญหาในเรื่องของอัตราการใช้ที่ไม่เหมาะสม จึงมักทำให้ต้นกล้ายางพาราตายได้
เมื่อได้นำเบนโทไนต์หรือแร่ดินเหนียวที่มีอัตรา 0 ถึง 16 % โดยน้ำหนักเมื่อผสมกับวัสดุอินทรีย์ระยะที่ผ่านไป 2 วันหลังให้น้ำในระดับที่อิ่มตัวด้วยน้ำ พบว่าการผสมกับขุยมะพร้าวสามารถอุ้มน้ำมากที่สุด รองลงมาได้แก่ แกลบดำ,ขี้อ้อย,เปลือกถั่วและแกลบดิบ ตามลำดับ ซึ่งนั้นก็แสดงว่าหากแนะนำให้เกษตรกรเพาะต้นกล้ายางพาราด้วยขุยมะพร้าวที่มีการผสมเบนโทไนท์ หรือ แร่ดินเหนียว ในปริมาณที่เหมาะสมตามผลการวิจัยจะสามารถเพิ่มความทนทานต่อความแล้งให้กับต้นกล้าที่ปลูกในพื้นที่ภาคอีสานได้ และ ลดอัตราการตายของต้นกล้ายางพาราในการปลูกระยะ 1 ถึง 2 เดือนแรก



