ไลฟ์สไตล์

"โมนาโคลิน เค" สกัดจากข้าวไทย
ต่อยอดงานวิจัยลด "ไขมัน" ในคน

"โมนาโคลิน เค" สกัดจากข้าวไทย ต่อยอดงานวิจัยลด "ไขมัน" ในคน

01 ธ.ค. 2552

ผลสำเร็จจากการนำแนวคิดพัฒนา “ข้าวไทย” มาต่อยอดด้านเภสัชกรรม เพื่อการแก้ปัญหาโรคไขมันในเลือด หรือสารคอเลสเตอรอลสูงในเลือดของคณะเภสัชศาสตร์ร่วมกับคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ของ รศ.ดร.สุรพล นธการกิจกุล และคณะ ภายใต้หัวข้อ "การผลิตสารลดไขมันในเล

 ซิตโต้ (ประประเทศไทย) เป็นหนึ่งในบริษัทของคนไทยที่นำผลวิจัยดังกล่าวมาต่อยอดในเชิงธุรกิจการค้า ด้วยการผลิตผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพเพื่อจำหน่าย หลังวิจัยพบสารโมนาโคลิน เค (Monacolin K) ซึ่งมีฤทธิ์ลดคอเลสเตอรอลในเลือดเทียบเท่ายาลดไขมันในเลือดที่มีจำหน่ายในท้องตลาดและสามารถนำมาใช้เป็นอาหารเสริมหรือผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ ซึ่งช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาสารคอเลสเตอรอล สูงมีทางเลือกในการรักษาเพิ่มขึ้น

 "ผลจากงานวิจัยชิ้นนี้ บริษัทได้นำมาต่อยอดพัฒนาในเชิงธุรกิจก็เพราะเห็นว่าสารโมนาโคลิน เคตัวนี้เป็นที่นิยมกันมากในจีนและไต้หวัน ซึ่งเขาใช้กันมานานแล้ว ส่วนบ้านเราที่ใช้กันทุกวันนี้ส่วนใหญ่ก็นำเข้ามาจากสองประเทศนี้ ซึ่งราคาก็ค่อนข้างแพง แล้วทำไมเราจึงไม่ผลิตขึ้นมาใช้เองเพื่อลดการนำเข้าและก็ราคาถูกด้วย เพราะวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตก็คือข้าว ซึ่งบ้านเราก็มีพร้อมอยู่แล้ว"

 สรรพ์ บุญเจริญ ประธานกรรมการบริษัทในเครือ ซิตโต้ กรุ๊ป เล่าถึงที่มาของการนำสารโมนาโคลิน เค มาต่อยอดในเชิงการค้าจนประสบความสำเร็จ โดยเหตุผลนั้นก็เพื่อต้องการแปรรูปและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ข้าวไทยในรูปของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบำรุงสุขภาพ เพราะการแปรรูปข้าวเพื่อการสร้างสารโมนาโคลิน เค เป็นการเพิ่มมูลค่าทั้งในด้านราคาและมูลค่าด้านสุขภาพที่ประชาชนสามารถทำได้ด้วยตนเองเนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ

 "สารตัวนี้ไม่ใช่ยา เป็นแค่อาหารเสริม จึงไม่ต้องขอ อย. คนจีนเขารู้จักสารตัวนี้ดีและใช้กันมานานแล้ว ข้าวไทยทุกสายพันธุ์สามารถผลิตสารโมนาโคลิน เค ได้หมด ยิ่งถ้าเป็นข้าวหอมมะลิก็ยิ่งดีจะได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงด้วย อย่างผลิตภัณฑ์ของเราก็ผลิตจากข้าวหอมมะลิ 100%" บอสใหญ่ซิตโต้ กรุ๊ป เผยพร้อมแจงรายละเอียดต่อว่า

 ปัจจุบันบริษัทผลิตสารตัวนี้มีอยู่ 2 แบบ คือ ชนิดผงใช้สำหรับประกอบอาหารทำน้ำซอสปรุงอาหารต่างๆ เช่น เป็นส่วนผสมของหมูแดง น้ำซอสเย็นตาโฟ เต้าหู้ยี้ หรือผสมกับอาหารให้เป็ด ไก่กิน เพื่อทำให้ไข่มีสีแดงสดน่ารับประทานยิ่งขึ้น ส่วนอีกแบบเป็นชนิดเม็ดสำหรับรับประทาน โดยจะรับประทานวันละเม็ด ปัจจุบันจะจำหน่ายอยู่ที่เม็ดละ 3 บาท ส่วนชนิดผงอยู่ที่กิโลกรัมละ 300 บาท 

 ด้าน อ.ประทีป กุณาศล นักวิชาการเกษตรอิสระ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องดินและปุ๋ยยืนยันว่าการรับประทานสารโมนาโคลิน เค จะไม่มีผลข้างเคียงเนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบำรุงสุขภาพ ซึ่งคนจีนเขาใช้สารตัวนี้ในการบำรุงสุขภาพในรูปของเหล้าเกาเหลียง หรือเหล้าแดง มานานหลายพันปีแล้ว เพียงแต่ในประเทศไทยเพิ่งจะใช้กันอย่างแพร่หลายเมื่อไม่นานมานี่เอง ทำให้รู้สึกว่าเป็นของใหม่

 "อย่างที่ไต้หวัน ที่จีน เขานิยมกันมาก เพราะเป็นสารอาหารเสริมเพื่อสุขภาพที่คนจีนเขารับประทานกันมานานแล้ว เมนูอาหารจะต้องมีสารตัวนี้เป็นส่วนประกอบอยู่ทุกมื้อก็ว่าได้ ถามว่าเป็นอันตรายไหม มีผลข้างเคียงไหม ตอบได้เลยไม่มี เพราะเป็นเพียงสารอาหารเสริม ถ้ามีก็อาจจะมาจากการผ่านกระบวนการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ก็การสกัดที่ไม่ได้คุณภาพ" อ.ประทีป กล่าวย้ำ

  สารโมนาโคลิน เค ผลิตภัณฑ์สกัดจาก “ข้าวไทย” ถูกนำมาวิจัยด้านเภสัชกรรมจนได้สารโมนาโคลิน เค ซึ่งมีฤทธิ์ในการลดคอเลสเตอรอลในเลือด นอกจากเป็นสารอาหารเสริมบำรุงสุขภาพแล้วยังเป็นการเพิ่มมูลค่าข้าวไทยในรูปของผลิตภัณฑ์และลดการนำเข้าจากต่างประเทศที่มีราคาสูงกว่าหลายเท่าตัว
      
"สุรัตน์ อัตตะ"